โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รณรงค์ประหยัดพลังงาน

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 20.34 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 17.01 น.

สงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคาพลังงานอย่างน้ำมันและก๊าซ LNG ผันผวนและปรับเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศไทยปรับสูงขึ้นนั้น นายประสิทธิ์ สิริทิพย์รัศมี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะที่กำกับดูแลด้านพลังงานไฟฟ้า ได้ออกมาระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ากว่า 55,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ซึ่งอยู่ที่ประมาณกว่า 30,000 เมกะวัตต์ แต่ต้องยอมรับว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะผันแปรไปตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลง

โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ดังนั้นหนึ่งในกลไกที่ กกพ.ใช้ในการดูแดค่าไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด คือ การยึดหลักบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า โดยใช้ หลักการเมอริท ออเดอร์ (Merit Order) หรือการจัดลำดับแหล่งผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะพิจารณาจากต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำที่สุดไปหาสูงสุด โรงไฟฟ้าที่ต้นทุนต่ำจะถูกเรียกใช้ก่อนเสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวม เพื่อให้ค่าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม ยอมรับได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูความพร้อมในการดำเนินการของโรงไฟฟ้านั้นๆ ประกอบด้วย

ดังนั้นในช่วงนี้หากพิจารณาตามต้นทุนแล้ว โรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกสั่งให้เดินเครื่องการผลิตเต็มกำลัง และโรงไฟฟ้าใดที่หยุดเดินเครื่องการผลิตก็อาจต้องสั่งให้กลับมาเดินเครื่อง รวมถึงการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำ ก็จะรับซื้อเพิ่มขึ้นแม้ว่าปัจจุบันโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยจะใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ราว 50-60% ของกำลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งในส่วนของก๊าซฯ ก็จะเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯ จากอ่าวไทยเต็มที่ และลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาแพงลง หรือใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าพลังงานโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยจากสงครามและยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปสูงพลังงานอนาคต ดังนั้นเพื่อรับมือกับความท้าทายและก้าวไปให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน กกพ.จึงได้จัดทำ แผนเอนเนอร์จีฟอร์ไซด์ (Energy Foresight) เพื่อเป็นเครื่องมือในการเตรียมทรัพยากรให้เหมาะสมกับทิศทางของพลังงานในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยจะใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทำการศึกษา ภายใต้ 4 ปัจจัยที่สำคัญ คือ 1.ความมั่นคง 2.เศรษฐศาสตร์ (ค่าไฟฟ้า) 3.สิ่งแวดล้อม (ความสะอาด) 4.สังคม (โซเชียล)

โดยได้ยึดผลการศึกษาภายใต้ 2 ฉากทัศน์สำคัญ คือ ฉากทัศน์ที่ 1 คือ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (สมมติฐานด้านดี) และ ฉากทัศน์ที่ 5 วิกฤตและหายนะ (สมมติฐานด้านความเสี่ยง) จากที่ทำการศึกษาทั้งหมด 64 ฉากทัศน์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทิศทางพลังงานในอนาคตจะมุ่งไปในเรื่องของการส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงทางเลือกพลังงานในอนาคต เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ความสะอาด และราคาเหมาะสม โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ ถัดไปคือ ไฮโดรเจน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ต้องรอการยอมรับของสังคม

นอกจากนี้ยังเตรียมนำ Energy Foresight มาเป็นกรอบในแนวทางจัดทำแผน PDP ในอนาคตได้ รวมถึงการออกใบอนุญาตต่างๆ และตอนนี้ Energy Foresight ก็ถือเป็นกลยุทธ์ขององค์กร กกพ.ที่กำลังเดินหน้าอยู่ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั้น ยังต้องศึกษาในเชิงลึกต่อ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และนำมาใช้เต็มรูปแบบได้ภายใน 1-2 ปีนี้

อย่างไรก็ตามแม้ กกพ.จะมีเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงและลดผลกระทบ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ซึ่งสำนักงาน กกพ.ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ผ่านแนวทางง่ายๆ 5 ป. ได้แก่ ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน ปิด ไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 และปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้านโดยทั้ง 5 แนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถลดการใช้พลังงาน และลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนได้ควบคู่กัน

และสิ่งสำคัญคือ การรณรงค์ใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นความเคยชิน ปฏิบัติจนเป็นนิสัยในทุกๆ ครั้งที่มีการมีใช้พลังงาน ไม่ใช่เกิดวิกฤตหรือหน้าร้อนมาถึงทีก็ “ร้องแรกแหกกระเชอ” กันให้ประหยัดพลังงานแบบเช้าชามเย็นชามกันแบบนี้ทุกปี.

บุญช่วย ค้ายาดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...