24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2569
>> คุมตัว 2 ผู้ต้องหา! อุ้มผู้จัดการบริษัทเครื่องมือแพทย์ ฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา คัดค้านการประกันตัว
08.45 น. พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ควบคุมตัวนาย เอเอ (นามสมมุติ) พร้อมนางสาว บีบี (นามสมมุติ) หญิงสาวคนสนิท ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาฐานจ้างวานฆ่า ผู้จัดการ บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เพื่อไปขออำนาจศาลฝากขัง ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นคดีที่สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ อีกทั้ง ยังมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว อาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน รวมทั้งคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี และ มีผู้ร่วมกระบวนการอีกหลายคน
ต่อมา ผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลอาญาพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ตามหมายจับ ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
>> ชายบุกเดี่ยวงัดตู้บริจาควัด มีคนมาเห็น ก่อนขี่ จยย.หลบหนี
13.00 น. ที่ วัดคลองตาคล้าย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พบพระสุชาติ พระลูกวัดคลองตาคล้าย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.15 น. มีคนร้ายเป็นชาย 1 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาแล้วเดินเข้ามาแล้วงัดตู้บริจาคของวัด 2 ใบ ภายในวิหารหลังโบสถ์ โดยคนร้ายน่าจะใช้ค้อนทุบแม่กุญแจ จนพังเสียหาย แต่เปิดฝาตู้บริจาคไม่ได้ เพราะมีคนมาเห็นก่อนจึงหลบหนีไป วันนี้จึงมานำเงินในตู้บริจาคออก ภายในน่าจะมีเงินประมาณ 3-4 พันบาท ก่อนหน้านี้เคยโดนคนร้ายมางัดหลายเที่ยวแล้ว ล่าสุดก็โดนที่โบสถ์ ส่วนจะเป็นคนคนเดียวกับครั้งนี้หรือไม่ไม่แน่ใจ ทุกครั้งไม่ได้แจ้งความ เพราะเจ้าอาวาสไม่อยากเอาเรื่อง
ทางด้านนายเอ (นามสมมุติ) รับจัางทั่วไปช่วยงานอยู่ที่วัด กล่าวว่า ขณะที่นอนอยู่ได้ยินเสียงคนเคาะเหล็ก ทุบอะไรสักอย่างในวิหาร จึงเดินมาดูขณะที่เดินก้าวขึ้นบันไดคนร้ายได้เดินสวนลงมา โดยคนร้ายถือถุงผ้าและถุงกระสอบปุ๋ยลงมา จึงถามเขาว่ามาทำไมเขาบอกไม่ได้ทำอะไรแล้วรีบวิ่งไปทันทีขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตนก็วิ่งตามแต่ไม่ทัน หลังเกิดเหตุจึงได้ไปบอกพระ ส่วนมีอะไรหายบ้างตนไม่รู้
ภาพวงการปิดได้บันทึกภาพชายใส่เสื้อสีดำแขนสั้นกางเกงขายาวสีดำ ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาแล้วจอดจากนั้นเดินเข้าไปในวิหารงัดตู้บริจาค ก่อนหลบหนีไป
>> สืบนครบาล ทลายแหล่งพักยารายใหญ่ ย่านกำแพงแสน ตรวจยึดยาเสพติดกว่า 1.4 ตัน และยาบ้า 1 ล้านเม็ด
15.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.6 ได้ร่วมกันขยายผลกลุ่มลูกค้าที่เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้า และลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมและสกัดกั้นการขนลำเลียงยาเสพติด ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน จนพบแหล่งพักคอยยาเสพติดรายสำคัญ ย่านกำแพงแสน จ.นครปฐม จึงได้วางแผนร่วมกันจับกุม
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาย 3 ราย ได้บริเวณหน้าบ้านไม่ทราบเลขที่ ต่อเนื่องภายในบ้านไม่ทราบเลขที่ ถ.บางเลน-ปทุมธานี ต.วังน้ำเขียว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตรวจยึดของกลาง คีตามีน น้ำหนักรวม 750 กิโลกรัม , ไอซ์ น้ำหนักรวม 665 กิโลกรัม , ยาบ้า 1,000,000 เม็ด พร้อมรถยนต์กระบะ ตู้ทึบ และรถเก๋ง รวมน้ำหนักยาเสพติดทั้งหมด 1,415 กิโลกรัม ยาบ้า 1 ล้านเม็ด
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนขยายผลข้อมูลจากกลุ่มลูกค้าที่ เคยถูก กก.สส.บก.น.6 จับกุมมาก่อนหน้านี้ พบว่าได้มีกลุ่มขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน มาเก็บไว้โดยใช้บ้านเช่าในเขตพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นแหล่งเก็บพักยาเสพติด ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้าเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดวางกำลังซุ่ม เฝ้าสังเกตการณ์บ้านดังกล่าว จนพบชายต้องสงสัย 2 คน ถือถุงกระสอบขาวอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ลักษณะท่าทางมีพิรุธ และมีเหตุอันควรสงสัยเชื่อว่า จะมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วิ่งหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิ่งติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
>> ลำปาง เตรียมประกาศปิดป่า แก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 เกินมาตรฐาน หวั่นกระทบสุขภาพประชาชน
16.00 น. ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) กรมป่าไม้ อ.แม่ทะ นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมและมอบเครื่องดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า “ชุดเหยี่ยวไฟ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ ในการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง
ทั้งนี้ได้มีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ จ.ลำปาง พร้อมได้สั่งการให้ทุกอำเภอประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะจุดล่อแหลมและจุดที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก จะต้องรายงานพิกัดส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน หากเกินกว่า กำลังของพื้นที่ จะประสานนำ เฮลิคอปเตอร์ มาโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ขณะนี้ มีกองกำลังเหยี่ยวไฟจากจังหวัดต่างๆ รวมกว่า 100 นาย เข้าไปช่วยดับไฟในพื้นที่ อ.แม่พริก 50 นาย และ อ.งาว 50 นาย
ทั้งนี้ วันที่ 12 มี.ค. นี้ จ.ลำปาง จะมีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ในเขตรอยต่อ จ.ตาก ลำพูน และ จ.ลำปาง กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล ที่ อบต.แม่พริก จ.ลำปาง เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ และบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยจะเชิญ นายอำเภอ ทุกอำเภอ ร่วมประเมินสถานการณ์ และขอมติที่ประชุม เพื่อประกาศปิดป่า เพื่อการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า อย่างเป็นระบบ
>> รวบสเก๊าท์หน้าขนยาเสพติดกว่า 3 หมื่นเม็ด หลังหนีกบดานกว่า 10 ปี
17.50 น. ตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. ดำเนินการจับกุม หญิง อายุ 40 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในความผิดฐาน "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถใช้เครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้สำหรับรถคันหนึ่งกับรถอีกคันหนึ่ง" โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนน ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้สืบสวนและเข้าจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด โดยในครั้งนั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 31,872 เม็ด และรถยนต์ที่ใช้ในการขนยาเสพติด 1 คัน
ส่วน หญิงคนดังกล่าว ผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้ทำหน้าที่ขับรถยนต์อีกคันหนึ่งเพื่อเป็นรถนำทาง หรือ "สเก๊าท์หน้า" คอยสำรวจเส้นทางและระวังเจ้าหน้าที่ แต่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมรถขนยาเสพติด หญิงคนดังกล่าว พร้อมผู้ต้องหาอีก 1 รายที่นั่งมาด้วยกัน ได้ไหวตัวทันและจอดรถทิ้งไว้ก่อนจะหลบหนีไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดสืบทราบว่า หญิงคนดังกล่าว ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนและลงพื้นที่ตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ หลังหลบหนีจากการจับกุมมานานกว่า 10 ปี
>> เด็กชายวัย14 เล่นโหนเชือกโดดแม่น้ำแควน้อย จมหายต่อหน้าเพื่อน
18.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งมีเด็กชายจมแม่น้ำแควน้อยเสียชีวิต ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยประสานชุดประดาน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณจุดเล่นน้ำแม่น้ำแควน้อย หมู่ 7 บ้านท่าแก่ง ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
จากการสอบถามจากเพื่อนผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลว่า วันนี้อากาศร้าน จึงได้ชักชวนเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน จำนวน 3 คน มาเล่นน้ำ ตรงจุดเล่นน้ำบ้านท่าแก่ง ซึ่งเป็นหาดทรายและลานหิน ริมตลิ่งมีต้นไม้ต้นหนึ่งมีการผูกเชือกเอาไว้ เพื่อจะใช้โหนลอยตัว ก่อนจะปล่อยเชือกทิ้งตัวลงแม่น้ำแควน้อย เพราะเป็นจุดที่วัยรุ่นชอบมาเล่นกันเป็นประจำ
ระหว่างที่โหนเชือกโดดลงแม่น้ำกันอย่างสนุกสนาน และเป็นช่วงที่ผู้ตายได้โหนเชือกโดดลงไป ปรากฏว่าหลังผู้ตายตกถึงผิวน้ำ มีอาการตะเกียกตะกายพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง เพื่อนที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบหาไม้ยื่นไปให้จับเพื่อช่วยเหลือ แต่กระแสน้ำได้พัดร่างของผู้เสียชีวิตออกห่างจากตลิ่งอย่างเร็ว จนไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน ระหว่างนั้นมีชาวบ้านใกล้เคียง ได้นำเจ็ทสกีเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทัน เนื่องจากผู้เสียชีวิตจมหายไปแล้ว ก่อนจะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้าช่วยเหลือ
โดยเวลาต่อมานักประดาน้ำของหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน ได้ลงค้นหาใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับความลึกประมาณ 4 เมตร และนำร่างขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ ทางกู้ภัยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ พร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลวัดโบสถ์ เพื่อได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
>> ทลายเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาไอซ์กว่า 400 กก.
20.30 น. เจ้าหน้าที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยชุดฉก.ตชด.236 และ ฉก.ตชด.23 ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.นครพนม เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดบริเวณชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังได้รับแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาในพื้นที่บ้านหนองจันทร์ ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนม
จากการซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยพร้อมชาย 2 ราย กำลังช่วยกันยกกระสอบสีขาวจากริมน้ำขึ้นรถอย่างมีพิรุธ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบภายในบรรจุ “ยาไอซ์” ซุกซ่อนในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน มีสัญลักษณ์รูปไก่และข้อความ “FRENCH1881” รวมทั้งสิ้น 11 กระสอบ จำนวน 445 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 445 กิโลกรัม
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลทันที จนสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มได้อีก 3 ราย พร้อมยึดรถยนต์ของกลางเพิ่มอีก 1 คัน รวมผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 5 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และเตรียมสืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อทลายเครือข่ายต้นทางต่อไป
>> รถตู้ขนส่งชาวลาวเดินทางไปต่อวีซ่า ถูก 10 ล้อชนกลางแยกไฟแดง เจ็บ 10 ราย
22.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถบรรทุก 10 ล้อชนกับ รถตู้มีผู้บาดเจ็บหลายรายและติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด บริเวณแยกหมู่บ้านสหกรณ์ 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จึงเร่งเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสี่แยกไฟแดง พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 5 ราย และหญิง 5 ราย รวมจำนวน 10 ราย ทั้งหมดโดยสารมากับรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 421 กทม. กู้ภัยเร่งลำเลียงเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดย 1 ในนั้นเป็นหญิง 1 คนที่ถูกคอนโซลหน้ารถกดทับบริเวณขาติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งใช้อุปกรณ์เครื่องตัด-ถ่าง ช่วยเหลือนำตัวออกมาได้ก่อนที่จะส่งให้ทีมกู้ชีพโรงพยาบาลชลประทาน ดำเนินการต่อ ส่วนคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 10 ล้อยี่ห้อ ฮีโน่ ทะเบียน 6282 กทม. สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน
นายสิงหา อายุ 37 ปี คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ กล่าวว่า ตนเองขับรถมาจากด้านถนนติวานนท์ตัดเข้าถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด เพื่อมุ่งหน้า ถนนแจ้งวัฒนะเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถยนต์ตู้คู่กรณีขับออกมาจากซอยสหกรณ์ 3 ฝั่งขวาอย่างเร็วฝ่ากลางแยก ทำให้ตนเองไม่สามารถเบรคได้ทันเป็นเหตุให้พุ่งชนอย่างแรง ขณะเดียวกันจากการสอบถามข้อมูลทราบว่ารถยนต์ตู้คันเกิดเหตุกำลังตระเวนรับชายและหญิงชาวลาวไปต่อวีซ่าที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งช่วงเกิดเหตุรถตู้คันนี้กำลังขับเข้าไปรับชาวลาวเพิ่มเติมภายในหมู่บ้านสหกรณ์ 3 แต่เกิดอุบัติเหตุก่อน