รมว.ต่างประเทศ รับคนไทยชุดแรก 29 คน อพยพจากอิหร่าน ถึงสุวรรณภูมิ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจากประเทศอิหร่าน เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 68 ซึ่งมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 15.02 น.
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 29 คน สามารถอพยพออกจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศตุรกี และเดินทางกลับถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่าในวันพรุ่งนี้จะมีคนไทยอีก 23 คน เดินทางกลับตามมา ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิหร่าน ที่ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากคนไทยต้องเดินทางด้วยรถยนต์นานกว่า 10 ชั่วโมง จากกรุงเตหะรานไปยังชายแดนประเทศตุรกี จากนั้นพักค้างคืนที่ตุรกี 1 คืน ก่อนเดินทางต่อด้วยเครื่องบินจากนครอิสตันบูลกลับประเทศไทย
นอกจากนี้ ในวันที่ 10 มีนาคม จะมีการนำคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะรานด้วยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี และต่อเครื่องบินกลับประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดยได้รับความร่วมมือจากทางการตุรกีและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไทยบางส่วนที่ประสงค์จะพำนักอยู่ในอิหร่านต่อไป เช่น กลุ่มนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อ และได้พยายามโน้มน้าวคนไทยที่เหลือให้อพยพมาเพื่อความปลอดภัย ท้ายที่สุดก็เป็นการตัดสินใจของคนไทยเอง แต่เราก็พยายามจะให้ออกมามากที่สุด จะไม่มีการบังคับกัน จะพยายามอำนวยความสะดวกให้
ส่วนแผนอพยพ ต่อไป จะมีการอพยพคนจากดูไบ ด้วยการสำรองที่นั่งให้ประมาณกว่า 100 คน และแสดงความเป็นห่วงคนไทยที่บาห์เรน คูเวต กาต้า เลบานอน โดยเฉพาะบาห์เรน คูเวต กาตาร์ ที่ต้องเดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่ริยาร์ด ซาอุดิอาระเบีย
ขณะที่นางสงกรานต์ ฟาโรคิห์ และนางศิริมา ดาแหม่ง ตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย เปิดเผยว่าขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตไทย รวมถึงสมาคมคนไทยในอิหร่าน ที่ให้การช่วยเหลือและประสานงานการอพยพในครั้งนี้อย่างเต็มที่ แม้ว่าการเดินทางจะค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย เพราะต้องใช้เวลารวมกว่า 2 วันกว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพมหานคร แต่ทุกคนก็รู้สึกดีใจที่ได้กลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย โดยระบุว่าที่อิหร่านยังคงมีสถานการณ์ความตึงเครียดและมีการโจมตีทางอากาศเป็นระยะ แต่ประชาชนบางส่วนยังสามารถใช้ชีวิตและจับจ่ายใช้สอยได้ตามปกติ
ช่วงเวลาผ่านมา คนไทยในอิหร่านได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายช่วยเหลือกัน โดยมีการติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่องผ่านสถานทูตและสมาคมคนไทย เพื่อดูแลกันและกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมขอบคุณคนไทยในประเทศที่ส่งกำลังใจมาให้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนไทยที่ยังพำนักอยู่ในอิหร่าน ส่วนใหญ่ทำงานเป็นแม่บ้านและทำงานในร้านสปา โดยหลายคนพักอาศัยอยู่กับครอบครัวหรือญาติพี่น้อง ในบางพื้นที่มีชั้นใต้ดินสำหรับหลบภัย ขณะที่บางส่วนได้ย้ายไปอยู่รวมกับครอบครัวใหญ่ในพื้นที่ชนบทเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ การอพยพครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองของคนไทยในพื้นที่ หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการอพยพในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดเมื่อครั้งสงคราม 12 วันเมื่อปี2568 ทำให้หลายคนมีประสบการณ์และสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น โดยในการอพยพครั้งก่อนต้องใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 14 ชั่วโมง และใช้เวลารวมเกือบ 24 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
สำหรับเที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่นำคนไทยชุดแรกจากอิหร่านเดินทางกลับประเทศ ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลไทย เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดนอย่างต่อเนื่อง
โดยคนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานรวม 62 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วย ส่วน 29 คนไทยที่เดินทางกลับมาวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและนักศึกษา
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (10 มีนาคม 2569) จะมีคนไทยเดินทางกลับมาอีก 23 คน และในวันที่ 10 มีนาคม จะมีคนไทยอีกหนึ่งกลุ่มประมาณ 75 คน เดินทางออกจากกรุงเตหะราน เพื่อไปยังชายแดนตุรกี ก่อนต่อเครื่องบินกลับประเทศไทย
#คนไทยกลุ่มแรก
#จากอิหร่านถึงประเทศไทย
#สงครามตะวันออกกลาง