โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากศาสนาโซโรอัสเตอร์ สู่นิกายชีอะห์ เส้นทางความศรัทธาของผู้คนใน “อิหร่าน”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 10.45 น.
พิธีบูชาไฟในศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ภาพจาก Wikimedia Commons)

นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของดินแดนอิหร่าน หรือเปอร์เซียแล้ว ศาสนาหรือความศรัทธาของผู้คนในที่ราบสูงอิหร่านก็มีความเก่าแก่ และยืนยันถึงอัตลักษณ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นจากหนึ่งในความเชื่อที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นั่นคือ “ศาสนาโซโรอัสเตอร์”

ศาสนาโซโรอัสเตอร์

โซโรอัสเตอร์ (Zoroaster) เป็นศาสนาดั้งเดิมของชาวอิหร่าน ก่อนศาสนาอิสลามจะแผ่เข้ามาในดินแดนเปอร์เซียหลังจากการยึดครองของรัฐคอลีฟะฮ์ราชิดูน ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 7

โซโรอัสเตอร์มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แคว้นอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) บริเวณทะเลสาบแคสเปียน ทางตอนเหนือของอิหร่าน และแผ่ลงใต้จนกลายเป็นศรัทธาหลักของ พระเจ้าดาริอุสมหาราช(Darius the Great) กษัตริย์แห่งราชวงศ์อาเคเมเนียน (Achaemenian Dynasty) ผู้ปกครองจักรวรรดิเปอร์เซียเมื่อปี 522-486 ก่อนคริสตกาล

รากฐานความเชื่อของโซโรอัสเตอร์เริ่มต้นจากการนับถือพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) ทรงพระนามว่า อะฮูรามาสดาร์ (Ahura Mazda) ดังร่องรอยจารึกของกษัตริย์ดาริอุสทรงบันทึกไว้ว่า “ความสำเร็จของพระองค์ทั้งมวลเกิดจากความโปรดปรานของพระเจ้าอะฮูรามาสดาร์”

สำหรับคัมภีร์ของศาสนาคือ อะเวสตา (Avesta) ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาจะเน้นการบวงสรวงพระเป็นเจ้าบนยอดเขาสูงด้วยการบูชาไฟ บ่อยครั้งคนทั่วไปจึงจดจำโซโรอัสเตอร์ว่าเป็นลัทธิของ“พวกบูชาไฟ”

หลังยุคจักรวรรดิอาเคเมเนียนเป็นต้นมา ศาสนาโซโรอัสเตอร์ค่อย ๆ เสื่อมลงตามลำดับ เป็นเหตุให้ต้องมีการสังคายนากันหลายครั้ง จนกลายเป็น “ลัทธิมาสดาร์” ในสมัยราชวงศ์แซสซาเนียน (Sasanian dynasty, ค.ศ. 224-651) ซึ่งนับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม)

กระทั่งปลายราชวงศ์แซสซาเนียน ศาสนาอิสลามก็แผ่เข้ามาถึงดินแดนเปอร์เซีย จากการขยายอำนาจของกาหลิบอุมัร (Umar) แห่งรัฐคอลีฟะฮ์ราชิดูน

ศูนย์กลางชีอะห์

เมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกมุสลิม อิหร่านก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงว่าด้วยการแยกนิกายของศาสนาอิสลาม ซึ่งมีเค้าลางมาตั้งแต่หลังการเสียชีวิตของท่านศาสดามุฮัมหมัดแล้ว นั่นคือการเกิดนิกายซุนนี (Sunni) และชีอะห์ (Shia)

ความแตกต่างของทั้ง 2 นิกายอยู่ที่กระบวนการเลือกผู้นำสืบต่อจากท่านศาสดา นิกายซุนนี จะเลือกสรรผู้นำจากความเหมาะสมตามวิถีของชาวอาหรับ ไม่ใช่สายโลหิต มีประมุขคือ คอลีฟะฮ์ หรือกาหลิบ ส่วนชีอะห์เลือกจากเชื้อสายของท่านศาสดา ด้วยเหตุผลว่าท่านได้ชี้นำไว้แล้ว (อย่างไม่เป็นทางการ) ผ่านสายของอะลี บุตรเขยของศาสดามุฮัมหมัด มีประมุขคือ อิหม่าม

พัฒนาการของศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เติบโตอย่างเป็นระบบจากระดับล่างของประชาคมชาวอิหร่านและขยายตัวอย่างกว้างขวาง โดย ซัลมาน อัล-ฟาริซี(Salman al-Farsi) ชายในตระกูลที่นับถือโซโรอัสเตอร์มาก่อน และนับถือกันว่าเป็นชาวอิหร่านท่านแรกที่รับอิสลาม

ดินแดนเปอร์เซียเพิ่มความสำคัญมากขึ้นเมื่อ อิหม่ามอะลี อัล-ริดะห์(Ali al-Rida) อิหม่ามลำดับที่ 8 ของชาวชีอะห์ ลี้ภัยจากดินแดนอาหรับมายังเมืองมาชาด (Mashad) และพระขนิษฐา ท่านหญิงมะซูมะฮ์ ก็มาเสียชีวิตที่เมืองกุม (Qum) ในเปอร์เซีย ทั้ง 2 เมืองจึงกลายเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาของนิกายชีอะห์

อิหร่านเป็นดินแดนแห่งนิกายชีอะห์อย่างแท้จริงในสมัย ราชวงศ์ซาฟาวิด(Safavid dynasty) เมื่อช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อชาห์ อิสมาอิล(Shah Ismail) สถาปนาศาสนาอิสลามนนิกายนี้เป็นศาสนาประจำดินแดนเปอร์เซียอย่างเป็นทางการ ด้วยหลักศรัทธา อิมามะฮ์(Imamah) เชื่อมั่นผู้นำที่สืบทอดจากท่านศาสดา เริ่มจากอะลี และวงศ์วานของท่าน หรือที่รู้จักในชื่อ ชีอะห์สิบสองอิหม่าม (Twelver Shi’ism)

วิถีความเชื่อของประชาชนในประเทศอิหร่าน จึงตั้งต้นจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล กระทั่งศาสนาอิสลามแผ่เข้ามา พวกเขายังคงยืนยันอัตลักษณ์ว่าไม่ได้สยบยอมต่อความเชื่อของชาวอาหรับไปซะทีเดียว ด้วยการกำหนดให้ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เป็นศาสนาประจำชาติ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธเนศ ช่วงพิชิต และคณะ. (2550).กรุ่นกลิ่นอารยธรรมเปอร์เซียในเมืองสยาม : วิถีความเชื่อ.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จากศาสนาโซโรอัสเตอร์ สู่นิกายชีอะห์ เส้นทางความศรัทธาของผู้คนใน “อิหร่าน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...