อิหร่าน ตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” ขึ้นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ท่ามกลางสงคราม
อิหร่าน ตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ส่งสัญญาณกลุ่มสายแข็งยังคงกุมอำนาจ ท่ามกลางสงครามสหรัฐ–อิสราเอล
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.39 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าอิหร่านประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ ส่งสัญญาณว่ากลุ่มสายแข็งยังคงกุมอำนาจในประเทศ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ได้ผลักดันราคาน้ำมันโลกทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โมจตาบา ซึ่งเป็นนักบวชที่มีอิทธิพลในเครือข่ายความมั่นคงและกลุ่มธุรกิจภายใต้ระบบอำนาจของบิดา ถูกมองมานานว่าเป็นตัวเต็งในการสืบทอดตำแหน่ง ก่อนที่ สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นคณะนักบวช 88 คนที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด จะลงมติแต่งตั้งเขาในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์
สภาผู้เชี่ยวชาญระบุในแถลงการณ์ว่า “ด้วยคะแนนเสียงอย่างเด็ดขาด สภาผู้เชี่ยวชาญได้แต่งตั้ง อยาตอลเลาะห์ เซย์เยด โมจตาบา โฮสเซนี คาเมเนอี เป็นผู้นำคนที่สามของระบบศักดิ์สิทธิ์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”
ตำแหน่งผู้นำสูงสุดถือเป็นอำนาจสูงสุดของรัฐอิหร่าน โดยมีสิทธิชี้ขาดในทุกประเด็นสำคัญของประเทศ การแต่งตั้งดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างความไม่พอใจให้กับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้กล่าวว่าวอชิงตันควรมีบทบาทในการคัดเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่ โดยระบุว่า “ถ้าเขาไม่ได้รับการยอมรับจากเรา เขาก็จะอยู่ได้ไม่นาน”
ด้านอิสราเอลก็เคยขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีบุคคลใดก็ตามที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่
หลังมีการประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Times of Israel ว่า “คงต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น” และระบุว่าการยุติสงครามจะต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู
ก่อนหน้านี้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีช่วงแรกของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน
ในด้านสถานการณ์ความขัดแย้ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นในสถานทูตสหรัฐประจำซาอุดีอาระเบียออกจากประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หลังอิหร่านโจมตีฐานที่ตั้งของสหรัฐในภูมิภาค
กองทัพสหรัฐยังรายงานว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย จากบาดแผลที่ได้รับในการโจมตีตอบโต้ครั้งแรกของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 7 นาย
ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติระบุว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลทำให้มีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 1,332 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน
น้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์
สงครามที่ขยายวงกว้างส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการค้าพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และกดดันตลาดการเงินทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในช่วงการซื้อขายเช้าวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ขณะที่น้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับ 108.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่เพิ่มขึ้นแล้วถึง 28% ในสัปดาห์ก่อน
ความกังวลของตลาดส่วนหนึ่งมาจากความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าพลังงานโลก อาจถูกรบกวนเป็นเวลานาน
ในตลาดการเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ลดลง 1.6% ขณะที่ Nasdaq futures ร่วงลง 1.7% ส่วนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับยูโรและเยน
ทรัมป์กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลาย และระบุว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็นราคาที่เล็กน้อยมากสำหรับความปลอดภัยและสันติภาพของสหรัฐและโลก
อิหร่านประกาศยืนหยัดตอบโต้
สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า ผู้นำกองกำลังติดอาวุธของประเทศได้ประกาศ แสดงความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของโมจตาบา คาเมเนอี
อาลี ลารีจานี เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของอิหร่าน เปิดเผยว่า สภาผู้เชี่ยวชาญได้จัดประชุมเพื่อเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้จะมีคำขู่โจมตีต่อคณะดังกล่าว โดยย้ำว่าโมจตาบาสามารถนำประเทศผ่านสถานการณ์ที่อ่อนไหวในปัจจุบันได้
ในขณะเดียวกันอิหร่านยังคงเปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลในหลายพื้นที่ของภูมิภาค
กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงสกัดโดรนที่พยายามโจมตีย่านสถานทูตในกรุงริยาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานทูตหลายประเทศรวมถึงสถานทูตสหรัฐตั้งอยู่
สหรัฐยังได้เพิ่มระดับคำเตือนด้านความปลอดภัยสำหรับซาอุดีอาระเบีย และสั่งถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานทูตใน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และบาห์เรน นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ด้านอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีบุคคลสำคัญของอิหร่าน โดยระบุว่าได้สังหาร อโบลกาเซม บาไบอัน หัวหน้าสำนักงานทหารของผู้นำสูงสุดคนใหม่ในการโจมตีเมื่อวันเสาร์
สงครามเข้าสู่ระยะอันตราย
เมื่อการสู้รบยกระดับขึ้นในวันที่เก้าของปฏิบัติการทางทหาร สหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำปกคลุมทั่วเมือง
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าการโจมตีครั้งใหญ่ดังกล่าวเป็นระยะใหม่ที่อันตรายของความขัดแย้ง และถือเป็นอาชญากรรมสงคราม
ด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าคลังเชื้อเพลิงดังกล่าวถูกใช้สนับสนุนการทำสงครามของอิหร่าน รวมถึงการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับขีปนาวุธ จึงถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีต่อไปและจะเล่นงานผู้นำอิหร่านอย่างไร้ความปรานี
“เรามีแผนที่เป็นระบบ พร้อมเซอร์ไพรส์อีกมากมาย เพื่อทำให้ระบอบการปกครองสั่นคลอนและเปิดทางสู่การเปลี่ยนแปลง” เขากล่าวในแถลงการณ์วิดีโอ
อ้างอิง : reuters.com