โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่าน ตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” ขึ้นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ท่ามกลางสงคราม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อิหร่าน ตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ส่งสัญญาณกลุ่มสายแข็งยังคงกุมอำนาจ ท่ามกลางสงครามสหรัฐ–อิสราเอล

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.39 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าอิหร่านประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ ส่งสัญญาณว่ากลุ่มสายแข็งยังคงกุมอำนาจในประเทศ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ได้ผลักดันราคาน้ำมันโลกทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โมจตาบา ซึ่งเป็นนักบวชที่มีอิทธิพลในเครือข่ายความมั่นคงและกลุ่มธุรกิจภายใต้ระบบอำนาจของบิดา ถูกมองมานานว่าเป็นตัวเต็งในการสืบทอดตำแหน่ง ก่อนที่ สภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นคณะนักบวช 88 คนที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด จะลงมติแต่งตั้งเขาในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์

สภาผู้เชี่ยวชาญระบุในแถลงการณ์ว่า “ด้วยคะแนนเสียงอย่างเด็ดขาด สภาผู้เชี่ยวชาญได้แต่งตั้ง อยาตอลเลาะห์ เซย์เยด โมจตาบา โฮสเซนี คาเมเนอี เป็นผู้นำคนที่สามของระบบศักดิ์สิทธิ์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”

ตำแหน่งผู้นำสูงสุดถือเป็นอำนาจสูงสุดของรัฐอิหร่าน โดยมีสิทธิชี้ขาดในทุกประเด็นสำคัญของประเทศ การแต่งตั้งดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างความไม่พอใจให้กับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้กล่าวว่าวอชิงตันควรมีบทบาทในการคัดเลือกผู้นำอิหร่านคนใหม่ โดยระบุว่า “ถ้าเขาไม่ได้รับการยอมรับจากเรา เขาก็จะอยู่ได้ไม่นาน”

ด้านอิสราเอลก็เคยขู่ก่อนหน้านี้ว่าจะโจมตีบุคคลใดก็ตามที่ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

หลังมีการประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Times of Israel ว่า “คงต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น” และระบุว่าการยุติสงครามจะต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู

ก่อนหน้านี้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีช่วงแรกของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน

ในด้านสถานการณ์ความขัดแย้ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นในสถานทูตสหรัฐประจำซาอุดีอาระเบียออกจากประเทศ เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หลังอิหร่านโจมตีฐานที่ตั้งของสหรัฐในภูมิภาค

กองทัพสหรัฐยังรายงานว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย จากบาดแผลที่ได้รับในการโจมตีตอบโต้ครั้งแรกของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 7 นาย

ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติระบุว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลทำให้มีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 1,332 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายพันคน

น้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์

สงครามที่ขยายวงกว้างส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการค้าพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และกดดันตลาดการเงินทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในช่วงการซื้อขายเช้าวันจันทร์ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ขณะที่น้ำมัน Brent พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับ 108.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่เพิ่มขึ้นแล้วถึง 28% ในสัปดาห์ก่อน

ความกังวลของตลาดส่วนหนึ่งมาจากความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าพลังงานโลก อาจถูกรบกวนเป็นเวลานาน

ในตลาดการเงิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ลดลง 1.6% ขณะที่ Nasdaq futures ร่วงลง 1.7% ส่วนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับยูโรและเยน

ทรัมป์กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลาย และระบุว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็นราคาที่เล็กน้อยมากสำหรับความปลอดภัยและสันติภาพของสหรัฐและโลก

อิหร่านประกาศยืนหยัดตอบโต้

สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า ผู้นำกองกำลังติดอาวุธของประเทศได้ประกาศ แสดงความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุดคนใหม่ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของโมจตาบา คาเมเนอี

อาลี ลารีจานี เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของอิหร่าน เปิดเผยว่า สภาผู้เชี่ยวชาญได้จัดประชุมเพื่อเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้จะมีคำขู่โจมตีต่อคณะดังกล่าว โดยย้ำว่าโมจตาบาสามารถนำประเทศผ่านสถานการณ์ที่อ่อนไหวในปัจจุบันได้

ในขณะเดียวกันอิหร่านยังคงเปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงสกัดโดรนที่พยายามโจมตีย่านสถานทูตในกรุงริยาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถานทูตหลายประเทศรวมถึงสถานทูตสหรัฐตั้งอยู่

สหรัฐยังได้เพิ่มระดับคำเตือนด้านความปลอดภัยสำหรับซาอุดีอาระเบีย และสั่งถอนเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากสถานทูตใน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และบาห์เรน นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

ด้านอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีบุคคลสำคัญของอิหร่าน โดยระบุว่าได้สังหาร อโบลกาเซม บาไบอัน หัวหน้าสำนักงานทหารของผู้นำสูงสุดคนใหม่ในการโจมตีเมื่อวันเสาร์

สงครามเข้าสู่ระยะอันตราย

เมื่อการสู้รบยกระดับขึ้นในวันที่เก้าของปฏิบัติการทางทหาร สหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีคลังเก็บน้ำมันในกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันดำปกคลุมทั่วเมือง

เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าการโจมตีครั้งใหญ่ดังกล่าวเป็นระยะใหม่ที่อันตรายของความขัดแย้ง และถือเป็นอาชญากรรมสงคราม

ด้านกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าคลังเชื้อเพลิงดังกล่าวถูกใช้สนับสนุนการทำสงครามของอิหร่าน รวมถึงการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับขีปนาวุธ จึงถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลจะเดินหน้าโจมตีต่อไปและจะเล่นงานผู้นำอิหร่านอย่างไร้ความปรานี

“เรามีแผนที่เป็นระบบ พร้อมเซอร์ไพรส์อีกมากมาย เพื่อทำให้ระบอบการปกครองสั่นคลอนและเปิดทางสู่การเปลี่ยนแปลง” เขากล่าวในแถลงการณ์วิดีโอ

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...