MINT ปี 68 กำไรพุ่ง 16% แตะ 9,700 ล้านบาท อานิสงส์ธุรกิจอาหาร โรงแรมต่างแดน
MINT ปี 68 รายได้ 165,513 ล้านบาท โต 3 % กำไรพุ่ง 16% แตะ 9,700 ล้านบาท ธุรกิจร้านอาหารในจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง ธุรกิจโรงแรมในยุโรป ออสเตรเลีย มัลดีฟส์ ดีขึ้น
วันที่ 13 ก.พ.2568 บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) รายงานผลประกอบการ ในไตรมาส 4 ปี 2568 มีรายได้จากการดำเนินงาน 43,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจโรงแรมได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงแรมที่เปิดใหม่
ขณะที่รายได้ของธุรกิจอื่นได้รับประโยชน์จากยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของอนันตรา เวเคชั่น คลับ และร้านอาหารในสหราชอาณาจักร สำหรับธุรกิจร้านอาหาร การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจสายการผลิต Nomad ในออสเตรเลีย รวมถึงการขยายร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ช่วยสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม
กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Core EBITDA) ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 12,015 ล้านบาท เติบโต 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 27.4% จาก 26.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรดังกล่าวเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในหลายภูมิภาค
บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,472 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จาก 6.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยความสามารถในการทำกำไรได้รับแรงหนุนจากความสามารถของบริษัทในการตอบสนองต่ออุปสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขยายฐานลูกค้า และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลงจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง.
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 รายได้จากการดำเนินงานของบริษัททรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หากไม่รวมผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
โดยรายได้จากการดำเนินงานจะเติบโต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 165,513 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการดำเนินงานของโรงแรมที่ดีขึ้นในยุโรป ออสเตรเลีย และมัลดีฟส์ รวมถึงการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่องในตลาดเป้าหมายบางแห่งของไมเนอร์ ฟู้ด และการดำเนินกลยุทธ์เน้นศูนย์กลางแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 4% หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน มาอยู่ที่ 44,973 ล้านบาท อีกทั้งภาระดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยยกระดับคุณภาพของผลประกอบการ
ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท
สำหรับปี 2568 รายได้ตามที่รายงานและกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาของบริษัททรงตัวอยู่ที่ 167,241 ล้านบาท และ 44,435 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ขณะที่กำไรสุทธิตามที่รายงานเพิ่มขึ้น 16% สะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง โดยไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลัก โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 73% ของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568