Apple เตรียมยกเครื่อง Siri สู่แชตบอต AI เต็มรูปแบบ เปิดศึกแข่งขัน OpenAI-Google
Apple วางแผนพลิกโฉม Siri ให้กลายเป็นแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ตัวแรกของบริษัทภายในปี 2569 ฝังลึกใน iPhone, iPad และ Mac หวังเร่งเครื่องไล่ตามคู่แข่งในตลาด หลัง Apple Intelligence เปิดตัวสะดุด
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 14.57 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Apple เตรียมยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ภายในปี 2569 โดยจะพัฒนาให้ผู้ช่วยดิจิทัลรายนี้กลายเป็นแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ (AI chatbot) ตัวแรกของบริษัท นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Apple เข้าสู่การแข่งขันในตลาด generative AI อย่างเต็มตัว ท่ามกลางสมรภูมิที่มีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OpenAI และ Google ครองความได้เปรียบอยู่ก่อนแล้ว
แชตบอตใหม่นี้มีชื่อรหัสภายในว่า “Campos” และจะถูกฝังลึกเข้าไปในระบบปฏิบัติการของ iPhone, iPad และ Mac แทนที่อินเทอร์เฟซเดิมของ Siri ผู้ใช้งานยังสามารถเรียกใช้งานได้ในลักษณะเดียวกับปัจจุบัน ทั้งการพูดคำว่า “Siri” หรือกดปุ่มด้านข้างของอุปกรณ์ โดย Campos จะยกระดับความสามารถของ Siri อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการโต้ตอบแบบสนทนาไปมาได้คล้าย ChatGPT หรือ Gemini ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของ Siri ในปัจจุบัน
การเปิดตัวแชตบอตดังกล่าวถือเป็นแกนหลักของแผนฟื้นเกม AI ของ Apple หลังแพลตฟอร์ม Apple Intelligence ที่เปิดตัวในปี 2567 ประสบปัญหาในการพัฒนา ฟีเจอร์หลายอย่างไม่โดดเด่นหรือเปิดใช้งานล่าช้า ส่งผลให้ Apple ตามหลังคู่แข่งในซิลิคอนแวลลีย์อย่างเห็นได้ชัด
ข่าวการพัฒนาแชตบอตใหม่หนุนให้ราคาหุ้น Apple ปรับตัวขึ้นสูงสุด 1.7% ระหว่างวัน แตะระดับ 250.83 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นของ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซึ่งเป็นผู้ให้เทคโนโลยี AI เบื้องหลังโครงการนี้ ปรับตัวขึ้น 2.6% สู่ระดับ 330.32 ดอลลาร์
ในระยะสั้น Apple ยังมีแผนอัปเดต Siri เวอร์ชันที่ไม่ใช่แชตบอต ภายใต้ iOS 26.4 ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์เนื้อหาบนหน้าจอ ดึงข้อมูลส่วนบุคคล และค้นหาเว็บได้ดีขึ้น ขณะที่ฟีเจอร์แชตบอตเต็มรูปแบบจะเปิดตัวในช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) เดือนมิถุนายน และเริ่มใช้งานจริงในเดือนกันยายน
Campos จะเป็นไฮไลต์หลักของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ได้แก่ iOS 27 และ iPadOS 27 (ชื่อรหัส Rave) รวมถึง macOS 27 (ชื่อรหัส Fizz) โดยในปีนี้ Apple จะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพและแก้ไขข้อบกพร่องเป็นหลัก มากกว่าการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ครั้งใหญ่เหมือนปีก่อน
ภายในองค์กร Apple ได้ทดสอบ Campos ในรูปแบบแอป Siri แยกต่างหาก คล้าย ChatGPT หรือ Gemini แต่ไม่มีแผนเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลด โดยจะเลือกผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบปฏิบัติการทั้งหมดเหมือน Siri ในปัจจุบัน ทั้งนี้ Apple ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนดังกล่าว
การหันมาใช้แนวคิดแชตบอตสะท้อนการเปลี่ยนท่าทีเชิงกลยุทธ์ของ Apple ซึ่งก่อนหน้านี้มักลดความสำคัญของเครื่องมือ AI แบบสนทนา โดยผู้บริหารเคยให้เหตุผลว่าผู้ใช้ต้องการ AI ที่ทำงานผสานอยู่ในฟีเจอร์ต่าง ๆ มากกว่าการแชตแยกต่างหาก อย่างไรก็ดี การที่คู่แข่งอย่าง Samsung Electronics และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนหลายราย ได้นำ AI สนทนาไปฝังในระบบปฏิบัติการแล้ว ทำให้ Apple เสี่ยงเสียความสามารถในการแข่งขัน หากยังไม่มีแชตบอตของตัวเอง
Campos จะสามารถค้นหาข้อมูล สร้างเนื้อหา สรุปเอกสาร วิเคราะห์ไฟล์ และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำงานต่าง ๆ ได้ รวมถึงควบคุมฟีเจอร์อุปกรณ์ เช่น โทรออก ตั้งเวลา เปิดกล้อง และทำงานร่วมกับแอปหลักของ Apple อย่าง Mail, Music, Photos และแม้แต่ซอฟต์แวร์พัฒนาอย่าง Xcode ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานซับซ้อนด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว
ด้านเทคโนโลยี แชตบอตของ Apple จะใช้โมเดล AI ที่พัฒนาร่วมกับทีม Google Gemini โดยเวอร์ชันแรกของ Siri ใน iOS 26.4 จะใช้ Apple Foundation Models เวอร์ชัน 10 ที่มีพารามิเตอร์ราว 1.2 ล้านล้านตัว ขณะที่ Campos จะใช้โมเดลขั้นสูงกว่านั้น เทียบเท่า Gemini 3 หรือ Apple Foundation Models เวอร์ชัน 11
Apple ยังอยู่ระหว่างพิจารณาโฮสต์แชตบอตบนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ซึ่งใช้ชิป TPU ในการประมวลผล นับเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่พึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ของตัวเอง โดยบริษัทจ่ายเงินให้ Google ราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อเข้าถึงโมเดล AI และออกแบบระบบให้สามารถเปลี่ยนโมเดลพื้นฐานได้ในอนาคต หากต้องการลดการพึ่งพา Google
การเปลี่ยนทิศทางสู่แชตบอตยังมาพร้อมการปรับโครงสร้างผู้บริหารด้าน AI ภายใน Apple โดย Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ได้รับอำนาจดูแลโครงการ AI มากขึ้น หลังหัวหน้าฝ่าย AI คนเดิมถูกลดบทบาท และ Apple ยังดึงผู้เชี่ยวชาญจาก Google เข้ามาเสริมทีม สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยี AI อีกครั้ง
อ้างอิง : bloomberg.com