โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 มกราคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 มกราคม 2569

>> รถอเนกประสงค์ ชนต้นไม้ข้างทาง พบเสียชีวิต 3 ศพในซากรถ จนท.ตรวจพบมือถือ 23 เครื่องคาดเชื่อมโยงแก๊งคอลเซนเตอร์

06.20 น. สภ.พรานกระต่าย รับแจ้งเหตุรถยนต์เสียหลักชนต้นไม้ บริเวณถนนพรานกระต่าย-วังประจบ ม.4 บ้านลานกระทิง ต.วังควง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยินทั้งด้านหน้าและฝั่งขวาของตัวรถ ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ 3 ราย ประกอบด้วย ชาวไทย 1 ราย อายุ 57 ปี คนขับ และชาวจีน 2 ราย เป็นผู้โดยสาร
จากการตรวจค้นภายในรถพบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนจำนวน 23 เครื่อง บรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพาย นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการแยกเครื่องแยกเบอร์ตามเมืองสำคัญในต่างประเทศ เช่น ไมอามี่ และเทกซัส (สหรัฐอเมริกา) ซึ่งบ่งชี้ถึงลักษณะการใช้งานของขบวนการคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งสแกมเมอร์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการรับจ้างนำพาชาวต่างชาติเพื่อไปส่งยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยดูจากหลักฐานอุปกรณ์สื่อสารที่พบมีความเชื่อมโยงชัดเจนกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ทั้งนี้ จะได้ตรวจสอบทะเบียนรถว่าเป็นของจริงหรือสวมทะเบียน และขยายผลจากข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

>> เฮลิคอปเตอร์ กระทรวงเกษตรฯ ลงจอดฉุกเฉินที่ภาชี หลังแจ้งเหตุขัดข้องกลางอากาศ

09.00 น. ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า มีเฮลิคอปเตอร์เกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิคจนต้องลงจอดฉุกเฉินกะทันหัน บริเวณลานดินกลางทุ่งนา หมู่ 6 ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน ซึ่งเป็นรอยต่อเชื่อมกับอำเภอภาชี

เบื้องต้น พบว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์สังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนักบินระบุว่าขณะบินอยู่กลางอากาศพบความผิดปกติบริเวณใบพัด จึงตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินบนลานดินกลางทุ่งนาเพื่อความปลอดภัย ซึ่งภายในเครื่องมีนักบินและผู้โดยสารรวมทั้งหมด 3 ราย ทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในอาการปลอดภัยดี

หลังการลงจอด เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องได้เร่งตรวจสอบและทำการซ่อมแซมความเสียหายเบื้องต้นบริเวณใบพัด ก่อนที่จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้เรียบร้อย ใช้เวลาราว 10 นาที ซึ่ง เจ้าหน้าที่จะได้มีการตรวจสอบสาเหตุการขัดข้องอย่างละเอียดตามขั้นตอนการบินต่อไป

>> ตำรวจพัทยา บุกจับเครือข่ายค้ายานรก ยึดของกลางครบ ทั้งอาวุธปืน บัญชีม้า ยาเสพติดครบสูตร

09.30 น. ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เมืองพัทยาและบางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาใช้บ้านพักและสถานที่ต่างๆ เป็นแหล่งพักยาและกระจายของให้ลูกค้า ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถ จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ 5 ราย ทั้งชายและหญิง พร้อมของกลางจำนวนมาก ทั้ง ยาไอซ์ ยาบ้า ยาเค ยาอี พอตเค รวมถึง อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ยาไอซ์รวมกว่า 380 กรัม ยาบ้ารวมกว่า 6,000 เม็ด พอตเคกว่า 160 ยาเคหลายร้อยกรัม บรรจุพร้อมจำหน่าย อันยาอีจำนวนมาก โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์แบ่งบรรจุ อุปกรณ์การเสพ รถจักรยานยนต์

นอกจากนี้ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการใช้อาวุธปืนไว้คุ้มกันการค้ายา สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างพัทยา

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ขยายผล จับกุมผู้ต้องหาหญิงอีก 1 ราย ในข้อหาเป็น “บัญชีม้า” หลังพบพฤติการณ์เปิดบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้เครือข่ายยาใช้รับ–โอนเงินจากการค้ายาเสพติด

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ทั้ง ร่วมกันมียาเสพติดเพื่อจำหน่าย อันเป็นการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฟอกและซ่อนเร้นทรัพย์สินจากยาเสพติด รวมถึงความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า

เบื้องต้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่พัทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

>> จับปลัดอำเภอ และ เจ้าหน้าที่เทศบาล อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวม 6 ราย ให้สัญชาติไทยแก่คนจีน

10.30 น. นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับ กรมการปกครองร่วมกับ 5 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว นำหมายจับ 6 หมาย เข้าจับปลัดอำเภอเชียงดาว และเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวม 6 ราย จากการสวมสิทธิใบถิ่นที่อยู่ถาวรกลุ่มชาติพันธุ์และสัญชาติไทย ให้ต่างชาติอย่างน้อย 9 ราย

เบื้องต้นการจับกุมครั้งนี้ มาจากการขยายผลจับกุมคนจีน 1 ราย จากปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 ซึ่งพบข้อมูลเชื่อมโยงที่คนจีนรายนี้ ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงดาว เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนจนพบว่ามีการเอื้อประโยชน์ โดยเจ้าหน้าที่รัฐในการออกเอกสารรับรองการเกิด เพื่อนำไปสู่การได้สัญชาติไทยให้กับรายอื่นด้วย

นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า กรณีหนึ่งเป็นคนจีนหนีการจับกุมของตำรวจจีน และมีหมายตำรวจสากล ก็มาทำบัตรที่เชียงดาว จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ กลายเป็นว่า กรมการปกครองเป็นผู้สนับสนุนหลักเหรอ หรือเป็นภัยกับประเทศ เป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ต้องแก้ไข และไม่ให้เกิดขึ้น และเท่าที่ตรวจสอบเป็นจุดเริ่มต้นที่เชียงดาว

ด้าน พล.ต.ต.จำรูญเกียรติ เปิดเผยว่า กรณีนี้ต้องชื่นชมการทำงานที่ต่อเนื่องของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย คำสั่งของนายกรัฐมนตรีจากปฏิบัติการที่เวียงแหง เชื่อมโยงกันในการกระทำความผิด เป็นภัยต่อความมั่นคง และกรมการปกครอง เดินหน้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ร่วมสนับสนุน มีหมายจับเพิ่มไหม หลายรายเกี่ยวข้องกับคนจีน เป็นภัยต่อความมั่นคง เราต้องทำงานต่อเนื่อง

>> ทบ. นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศกว่า 20 ประเทศ ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ รับทราบข้อเท็จจริงสถานการณ์

10.45 น. กองทัพบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 20 ประเทศ รวม 23 นาย ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา จีน เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย เมียนมา เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม เดินทางลงพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ภายใต้กิจกรรม "Army Open House ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569" นำโดย พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก

ภายหลังการบรรยายสรุป คณะได้เดินทางไปยัง ผามออีแดง ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปประกอบการตรวจการณ์ภูมิประเทศจริง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการวางกำลังของทหารกัมพูชาในบริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงยืนยันข้อเท็จจริงว่ากองทัพไทยดำเนินการตอบโต้ตามหลักสากล และใช้ปฏิบัติการต่อเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคามเท่านั้น
จากนั้นได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ภาคพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ณ บ้านหนองเม็ก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่

กิจกรรม Army Open House ในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศได้รับทราบข้อมูลโดยตรงจากการลงพื้นที่จริง เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลในแหล่งอื่นที่อาจบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการแก้ไขปัญหาที่ยึดมั่นในความโปร่งใสและหลักสากล พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือและความมั่นคงร่วมกับกองทัพมิตรประเทศอย่างยั่งยืน

>> “บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายฟ้อง “บิ๊กเต่า–ผู้การ ปปป.” ม.157 ชี้ใช้อำนาจผิดขั้นตอน

12.33 น. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เอาผิด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการ ปปป. พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีตั้งคณะพนักงานสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาคดีติดสินบนทอง โดยระบุว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ เนื่องจากคดีดังกล่าวควรดำเนินการตามขั้นตอนผ่านรัฐสภา ไม่ใช่ให้ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาเอง

ทนายความอ้างเอกสาร ป.ป.ช. ที่มีคำสั่งส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. ปี 2561 มาตรา 61 วรรคสอง พร้อมชี้ว่าไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะมีอำนาจดำเนินคดีต่อได้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “ติดกระดุมเม็ดแรกผิด” และอาจเข้าข่ายล่วงละเมิดอำนาจ ยืนยันการยื่นฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การประวิงเวลา แต่เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมระบุเตรียมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงผู้มีอำนาจสั่งการระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

>> "อิตาเลียนไทย" ย้ายซากขบวนรถไฟ ที่ถูกเครนถล่มทับ ไปเก็บไว้ที่โรงรถจักรนครราชสีมา

13.30 น. บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ ได้นำรถบรรทุกเทรลเลอร์ มาบรรทุกซากขบวนรถไฟโดยสารที่ถูกเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ถล่มทับเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย ได้รับบาดเจ็บ 71 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ณ บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

โดยบริษัทอิตาเลียนไทยได้ใช้รถเทรลเลอร์ 2 คัน รถยก 2 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกซากชิ้นส่วนขบวนรถโบกี้ที่ 1 และ 2 ส่วนโบกี้ที่ 3 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ลากไปยังสถานีรถไฟนครราชสีมา โดยขนส่งซากขบวนรถไฟใช้เส้นทางจากบ้านถนนคต อ.สีคิ้ว วิ่งไปตามถนนมิตรภาพถึงตัวอำเภอเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 60 กิโลเมตร โดยมีรถของหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา หน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว และหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา รวม 16 คัน นำขบวนและปิดท้ายขบวน รวมทั้งปิดการจราจรช่วงเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ร่วมกับตำรวจจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่ออำนวยความสะดวก โดยได้นำซากขบวนรถไฟไปเก็บไว้ยังโรงรถจักรนครราชสีมา กองช่างกลเขต 2 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อย

สำหรับการเยียวยาในเบื้องต้นผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ได้รับเงินเยียวยารายละ 1,773,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 50,000 บาท ปัจจุบันมีผู้บาดเจ็บสาหัสยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา จำนวน 4 ราย บาดเจ็บปานกลาง 10 ราย ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำการรื้อรางรถไฟที่ชำรุดออกและเปลี่ยนรางใหม่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่เปิดการเดินรถสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่าน อ.สีคิ้ว เนื่องจากจะต้องรอให้ทางบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ยืนยันความปลอดภัยในการเดินรถ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน

>> จำคุก 120 เดือน อดีตข้าราชการที่ดิน ปลอมโฉนด 20 ฉบับ หลอกเอาไปจำนอง

14.53 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาคดีปลอมแปลง ให้จำคุก นายณัฐ (สงวนนามสกุล) จำเลย ตามความผิดตามมาตรา 157 ,161 ,162 (1), (4) ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 123/1 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 20 กรรม กรรมละ 1 ปี รวมจำคุก 20 ปี แต่จำเลยรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษจำคุกเหลือ 120 เดือน ไม่รอการลงโทษ สำหรับบความเสียหายจำนวน 14 ล้านบาท ผู้เสียหายได้มีการฟ้องทางแพ่งเป็นอีกคดีหนึ่งแล้ว

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก จังหวัดบุรีรัมย์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ติดตามจับกุมนายณัฐ กรณีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการที่ดินชำนาญการ ได้ร่วมกับพวก กระทำการทุจริตปลอมแปลงโฉนดที่ดิน จำนวน 20 ฉบับ และนำไปหลอกลวงจำนอง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จำนวน 14 ล้านบาท

ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท. จึงได้ขอศาลออกหมายจับเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีต่อศาล

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านสมเด็จพระเจ้าตากสินซอย 34 เสียหายวอดและลุกลามหลังข้างเคียง

17.25 น. สำนักป้องกันบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 34 ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลาดพลู

>> รวบยกคัน จับ 4 ผู้ต้องหาหนีคดียาเสพติด เหตุพิรุธไม่สบตาตำรวจ

18.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม 4 ผู้ต้องหา หลังเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณประมาณ กม.79 ถนนกาญจนาภิเษก ทล.9 อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้ออกตรวจป้องกันอาชญากรรมอยู่ในพื้นที่ ได้พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนจังหวัดสระบุรี ขับขี่มาบริเวณช่องทางด้านซ้าย โดยมีกลุ่มผู้โดยสารนั่งมาในท้ายกระบะ ซึ่งมีท่าทางพิรุธและพยายามหลบสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ให้สัญญาณไฟและสัญญาณเสียง เพื่อเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดจอดบริเวณไหล่ทางด้านซ้ายในพื้นที่ที่มีความปลอดภัย

ภายหลังจากรถยนต์จอดแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบบุคคลที่นั่งมาในท้ายกระบะของรถยนต์คันดังกล่าว พบชายจำนวน 4 ราย ซึ่งมีท่าทางหลบสายตาและแสดงอาการพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบเอกสารประจำตัวบุคคล และตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลการตรวจสอบพบว่าชายทั้ง 4 ราย มีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดติดตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว และนำส่งพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดสระบุรี และศาลแขวงสระบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ออกหมายจับ แม่บ้านสาวโหด ฆ่ายาย 79 ปี เผยคลั่งไสยศาสตร์

18.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ก้อนแพง สว.(สอบสวน) สน.บึงกุ่ม เดินทางไปยังศาลอาญารัชดาภิเษก เพื่อขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.บัว หรือ จูน คนร้าย ที่ใช้มีดกระหน่ำฟันนายจ้างหญิง เป็นหญิงไทย อายุ 79 ปี จนถึงแก่ความตาย โดยเหตุเกิดภายในบ้านพักของนายจ้าง ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม โดยศาลได้อนุมัติหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 22 ม.ค.69 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทั้งนี้ การติดตามตัวคนร้ายรายนี้ พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผกก.สส.บก.น.4) พร้อมชุดสืบสวน บก.สส.บชน. และ สน.บึงกุ่ม กำลังติดตามตัวอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าขณะนี้หลบซ่อนตัวอยู่แนวชายแดนไทย-ลาว แต่ยังไม่ออกนอกประเทศ

ซึ่งจากการสอบถามพยานแวดล้อมทำให้ทราบว่า น.ส.บัว มีอาการทางจิตที่หมกมุ่นไปในทางไสยศาสตร์ การก่อเหตุเหมือนกับว่าเป็นการสะกดวิญญาณ และได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี ส่วนทรัพย์สินในบ้านยังอยู่ครบ จึงสรุปได้ว่าที่ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากความแค้นส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

>> สภ.หนองปรือ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง บุกทลายบ่อนไฮโล รวบยกวง 30 นักพนัน

19.30 น. พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ จับมือ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เดินหน้ากวาดล้างอบายมุขในพื้นที่ สนธิกำลังตำรวจ สภ.หนองปรือ และฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัย ย่านถนนพัฒนาการ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าแอบลักลอบเปิดบ่อนพนันไฮโล

ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมนักพนันได้ถึง 29 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์เล่นพนันครบชุด ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ลูกเต๋า กล้องวงจรปิด และเงินสดจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังควบคุมตัวผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้ามือได้อีก 1 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้าน พ.ต.อ.ณัฐพล ผกก.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ที่บูรณาการทำงานเชิงรุก เดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและอบายมุขในพื้นที่ เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

>> สาววัย 31 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ เสียชีวิตกลางถนนประชาชื่น

23.39 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนประชาชื่น ขาเข้า ก่อนถึงแยกประชานุกูล เล็กน้อย

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอนแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส ทางอาสา ม.ร่วมกตัญญู ดำเนินการช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

00.34 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 319 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

>> เด็กชายวัย 13 ปีนัดเพื่อนนั่งเล่นใต้สะพานข้ามคลอง ถูกอริชักปืนยิงใส่ดับ พยานเผยมีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ขับขี่-ซ้อนท้ายรถจยย. 6 คันมาก่อเหตุ

01.09 น. สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเยาวชนถูกยิงด้วยอาวุธปืน ภายในซอยพหลโยธิน 57 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

ที่เกิดเหตุ บริเวณชุมชนร่วมใจพัฒนาใต้ เชิงสะพานข้ามริมคลองถนน พบร่างเยาวชน เป็นเด็กชาย อายุ 13 ปี สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีแดงคาดเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้น สีดำ มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิง 1 นัดเข้าบริเวณหน้าอกเหนือราวนมด้านขวา นอนหงายเสียชีวิต ห่างออกไป พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. 2 นัดและปลอกกระสุนปืนขนาด .38 มม. 1 ปลอกตกอยู่พื้นปูนทางเดิน จึงบันทึกเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

สอบถาม เด็กชาย อายุ 14 ปีเพื่อนคนตาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนัดกับผู้ตายมานั่งเล่นตามปกติทุกวันบริเวณริมคลอง ระหว่างที่ผู้ตายกำลังเดินอยู่ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ขับขี่และนั่งซ้ายท้ายรถจักรยานยนต์รวม 6 คัน จากนั้นมีวัยรุ่นชาย 2 คนแต่งกายชุดดำ ใส่หมวกกันน็อคเต็มใบปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาและพูดตะโกนส่งเสียงดัง “ เฮ้ยไอ้โปร์ ” จากนั้นมีเสียงปืนดังสนั่น 3-4 นัด ตนกับเพื่อนจึงวิ่งหนีขึ้นสะพานข้ามคลอง ก่อนเพื่อนจะวิ่งล้มลงกองพื้นหมดสติ จึงทราบว่าเพื่อนโดนยิงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต

04.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตี๊ง มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณใกล้เคียงทางเข้าวัดท่าพูด ถนนไร่ขิง 30 ในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน นครปฐม ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ค่อมา เป็นผู้ชาย อายุ 47 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...