โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ที่ 9 โลก! ไทยติดอันดับเสียภัยไซเบอร์พุ่ง สกมช. เตือนปี 26 ระวัง ‘AI Deepfake’

เดลินิวส์

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 07.28 น. • เดลินิวส์
เปิดสถิติปี 68 ไทยสูญเงินออนไลน์กว่า 2.7 หมื่นล้าน ติดอันดับ 9 โลก เหยื่อเสียหายเฉลี่ย 37,000 บาทต่อคน ผอ.สกมช. ชี้มิจฉาชีพใช้ AI ขั้นสูงปลอมภาพ-เสียงหลอกโอนเงินได้เนียนกว่าเดิม ย้ำยุคนี้ต้อง Zero Trust

หากพูดถึงภัยอาชญากรรมไซเบอร์วันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวที่กระทบทั้งประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยข้อมูลจาก Global Risks Report ของ World Economic Forum (WEF) ระบุว่า การใช้ข้อมูลในทางที่ผิด การโจมตีทางไซเบอร์ และการหลอกลวงออนไลน์ กำลังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ทั่วโลกต้องเผชิญ เนื่องจากการพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยี AI และสภาพเศรษฐกิจเปราะบางที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ด้าน พล.อ.ต.อมร ชมเชย ผู้อำนวยการจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ให้ข้อมูลเปิดเผยว่า “รูปแบบการหลอกลวงในปัจจุบันมีความซับซ้อนและแนบเนียนกว่าที่เคย โดยเฉพาะการนำ AI และเทคโนโลยี Deepfake มาใช้ปลอมแปลงตัวตน เสียง และภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลโกง ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนต้องไม่ระวังแค่ลิงก์ปลอมหรืออีเมลหลอกลวงแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้ให้เท่าทันกลโกงที่ใช้เทคโนโลยีหลอกลวงให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังสื่อสารกับบุคคลหรือองค์กรจริง เพื่อขู่บังคับเอาทรัพย์สินหรือแฮกเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิด”

สถิติภัยไซเบอร์ ความเสียหายทั่วโลกกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกสูงกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรูปแบบการโกงที่พบบ่อยในปัจจุบัน ได้แก่ อีเมลและเว็บไซต์ปลอม (Phishing), การใช้ซอฟต์แวร์หรือเว็บไซต์เถื่อนเพื่อดักขโมยข้อมูล, โรแมนซ์สแกม, การขโมยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านผ่านแพลตฟอร์มปลอม ซึ่งประเทศไทยติดอันดับ 9 ของโลก ในประเทศที่มีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์สูง เฉลี่ยอยู่ที่ 37,000 บาท ต่อคน โดยเฉพาะการหลอกลงทุน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังพบว่า มิจฉาชีพเริ่มผสมผสานเทคนิคทางเทคโนโลยีกับการเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์มากขึ้น ทำให้เหยื่อตกเป็นเป้าได้ง่าย แม้จะมีความรู้ด้านดิจิทัลในระดับหนึ่งก็ตามเทรนด์ภัยไซเบอร์ปี 2026 ที่ทุกภาคส่วนต้องจับตาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ประเมินว่า แนวโน้มภัยไซเบอร์ในปี 2026 จะยิ่งทวีความซับซ้อน โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่

  • AI กลายเป็นทั้งผู้โจมตีและผู้ป้องกันภัยไซเบอร์เข้าสู่ยุคที่ AI ทำงานแบบอัตโนมัติ ทั้งการโจมตี การตรวจจับ และการตอบโต้ ทำให้ความเร็วและความซับซ้อนของภัยเพิ่มขึ้น
  • ความปลอดภัยขยับสู่การยืนยันตัวตนทุกขั้นตอน แนวคิด Zero Trust และ Identity-First จะเป็นหัวใจสำคัญ โดยไม่เชื่อใจใครเป็นหลัก และต้องตรวจสอบตัวตนในทุกขั้นตอนการใช้งาน
  • Deepfake และการปลอมแปลงตัวตนเสมือนทวีความรุนแรง เทคโนโลยีปลอมเสียง ภาพ และตัวตน ทำให้การหลอกลวงแนบเนียนขึ้นและยากต่อการแยกแยะมากกว่าเดิม
  • มัลแวร์เรียกค่าไถ่และภัยขั้นสูงพัฒนาไม่หยุด Ransomware มีรูปแบบซับซ้อนขึ้น องค์กรต้องเตรียมทั้งการป้องกัน การตรวจจับ และแผนฟื้นฟูระบบควบคู่กัน
  • ความปลอดภัยต้องฝังตั้งแต่ต้นและทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การออกแบบระบบ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การใช้บริการตรวจจับภัยแบบครบวงจร ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำกับด้านไซเบอร์

การรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงปลายเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นช่องทางการติดต่อของมิจฉาชีพ การลดโอกาสที่ประชาชนจะได้รับข้อความหรือการติดต่อหลอกลวง รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...