โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรยัล คานิน เดินหน้าจัดกิจกรรมให้ความรู้โภชาการสัตว์เลี้ยง พร้อมพัฒนาสินค้า ตอบโจทย์เทรนด์ Pet Longevity

ไทยโพสต์

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โรยัล คานิน เดินหน้าให้ความรู้ทางด้านโภชนาการของน้องแมวน้องหมา หวังสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพพื้นฐาน การสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น การป้องกันโรค และการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงวัยของน้อง ๆ เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการ ตอบโจทย์เทรนด์ Pet Longevity ที่กำลังเติบโตสูงมากในประเทศไทย

4 มี.ค. 2569 - นายสัตวแพทย์ จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเติบโดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแมวที่มีการเติบโตของประชากรสูงกว่ากลุ่มหมาที่มีแนวโน้มการเติบโตลดลง อย่างไรก็ตาม ประชากรกลุ่มหมาก็ยังมีจำนวนมาก และมีแนวโน้มประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะในปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงมองสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ซึ่งถือเป็น most pet-centric generations โดยมองว่าสัตว์เลี้ยงคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวมากขึ้น (Pet Longevity) ส่งผลให้รูปแบบการใช้จ่ายและการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการให้โภชนาการที่สมดุลเหมาะสมกับช่วงวัย ขนาดตัว และสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการยืดอายุของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ต้องการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

ขณะเดียวกันบริษัทยังพบว่าเทรนด์ Longevity เป็นเทรนด์ที่พัฒนามาจากพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไปของ Pet Parents ที่ต้องการดูแลน้องแมวน้องหมาเหมือนที่ดูแลสุขภาพของตัวเอง และต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา ทำให้เกิดเทรนด์การบริโภคหรือเลือกบริการแบบ Hyper-personalized ที่มีคัดสรรอาหารและการบริการต่าง ๆ ให้เหมาะกับน้องแมวน้องหมาแต่ละตัวมากขึ้นตามสายพันธุ์หรือความต้องการเฉพาะ

ทั้งนี้ Royal Caninไม่หยุดยั้งที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์หลากหลายสูตรให้ครอบคลุมต่อความต้องการที่แตกต่างกันของน้องแมวน้องหมามากที่สุด และคุ้มค่าที่จะให้เจ้าของน้อง ๆ ได้ลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องแมวน้องหมาตอบโจทย์เทรนด์ Pet Longevity ที่กำลังเติบโตสูงมากในประเทศไทย อย่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกแมวและลูกสุนัข ROYAL CANIN Kitten and Puppy Growth เพื่อให้น้องแมวน้องหมาได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต หรือผลิตภัณฑ์สำหรับช่วงวัยสูงอายุ Royal Canin Senior Ageing 12+ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์สำหรับน้องแมวน้องหมาที่ต้องการการดูแลเฉพาะอย่างสูตร Urinary ที่ออกแบบมาเพื่อน้องแมวที่ต้องการดูแลสุขภาพทางเดินปัสสาวะ

โดยในช่วงกลางปีนี้ Royal Canin จะนำนวัตกรรมของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามา (Product Innovation) มีชื่อว่า “Fit for Select” ซึ่งเป็นอาหารกลุ่มประกอบการรักษาโรคโดยเฉพาะที่ถูกออกแบบขึ้นจากความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในคลินิก ภายใต้ Clinical Alliance ที่ Royal Canin มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการแนะนำอาหารประกอบการรักษาโรค เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะโรคที่ซับซ้อนขึ้นและแนวทางการวินิจฉัยของสัตวแพทย์ในปัจจุบัน ในการรองรับโรคหรือภาวะที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างละเอียดและต้องมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเคสที่มีความซับซ้อน ซึ่งจะต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางจากสัตวแพทย์เพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ F4S จึงถูกวางให้จำหน่ายเฉพาะในคลินิกที่มีการตรวจและติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าถูกใช้ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสมตามสภาวะของสัตว์ป่วยอย่างแท้จริงสัตว์เลี้ยง

นายสัตวแพทย์ จดล กล่าวอีกว่า พ่อแม่น้องหมาน้องแมวยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ใช้ Social Media และ Online Search เป็นแหล่งข้อมูลอันดับหนึ่ง ในการตัดสินใจ ทั้งการหาข้อมูล รีวิว และประสบการณ์จากผู้เลี้ยงสัตว์ด้วยกันเอง อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Peer-to-Peer Recommendation หรือคำแนะนำจากเพื่อน Community และ KOLs ที่เชื่อถือได้ กลยุทธ์การสื่อสารของ Royal Canin ในปี 2026 จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านการสื่อสารให้ความรู้ที่เข้าใจง่าย น่าเชื่อถือ และแชร์ต่อได้ พร้อมออกแบบประสบการณ์ที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมใน Community เพื่อเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบแบรนด์สู่ผู้บริโภค ไปสู่การสร้าง Royal Canin Family Community ที่เชื่อมโยงทั้งพ่อแม่สัตว์เลี้ยง KOLs และร้านค้าพันธมิตร โดยผสานองค์ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์เลี้ยงเข้ากับประสบการณ์จริง เพื่อสร้าง Pet Ecosystem ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย และรู้สึกมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารแบบ Peer-to-Peer หรือการบอกต่อกันในกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์

สพ.ญ. วรัทยา ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดช่องทางค้าปลีกเฉพาะทางบริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า เป้าหมายของ Royal Canin ในการสื่อสารคือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงและโภชนาการที่เหมาะสม รวมไปถึงสร้างความมั่นใจให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ เราจึงเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางการขายของ Royal Canin ที่เป็น Omnichannel ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายและทั่วถึง

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Royal Canin มีช่องทางจำหน่ายหลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการของพ่อแม่สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารสัตว์ (PSR) ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ คลินิกสัตวแพทย์ (Vet-Client) และช่องทางแบรนด์ (D-Com) สำหรับช่องทางออฟไลน์ Royal Canin มีโปรแกรม “GURU” หลักสูตรอบรม 3 ปี สำหรับพนักงานร้านค้า เพื่อเสริมความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้อง ปัจจุบันมีผู้ผ่านการรับรองกว่า 700 คนทั่วประเทศ สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมตามวัย ขนาด และสายพันธุ์ได้อย่างตรงจุด โปรแกรมนี้ยังต่อยอดสู่ช่องทางออนไลน์ เช่น แอดมินเพจและไลฟ์สตรีม ช่วยยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้า สร้าง community ผู้เลี้ยงที่มีความรู้ถูกต้อง และออกแบบ Consumer Journey ที่ครบวงจรได้มากกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ล่าสุดบริษัทยังได้กิจกรรม “Royal Canin Family Event” มีเป้าหมายหลักเพื่อถ่ายทอดแนวคิดของ Royal Canin ที่มุ่งสร้างโลกที่ดีให้กับน้องแมวน้องหมาหรือ A Better World for Pet ผ่านการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโภชนาและการดูแลด้านสุขภาพของน้องแมวน้องหมา ภายใต้แนวคิด “Healthy is Worthy” หรือ เพราะสุขภาพดีคุ้มค่าที่สุดโดยมีกิจกรรมภายในงาน ได้แก่

Fun Fact About Your Star พูดคุยกับกับสัตว์แพทย์เกี่ยวกับความรู้ทางด้านโภชนาการของน้องแมวน้องหมา มุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมามีความรู้ที่ถูกต้องในการเลือกอาหารที่เหมาะสมตามความแตกต่างของน้อง ๆ แต่ละตัว โดยคำนึงถึงช่วงวัย ขนาดตัว สายพันธุ์ หรือความต้องการเฉพาะ โดยมีกิจกรรม TRUE or FALES ทดสอบความเข้าใจของพ่อแม่น้องแมวน้องหมาที่ได้ทั้งความรู้และความสนุก ให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ รู้สึกมีส่วนร่วม และนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้

Talking with with Vet พูดคุยกับสัตวแพทย์ในด้านการดูแลน้องแมวน้องหมาด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยมุ่งเน้นให้พ่อแม่น้องแมวน้องหมาได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพพื้นฐาน การสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น การป้องกันโรค และการเตรียมความพร้อมในแต่ละช่วงวัยของน้อง ๆ เช่น อาการแบบไหนที่สามารถดูแลเองได้ และอาการแบบไหนที่ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นแนวทางดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...