โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.64 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” กังวลราคาพลังงาน

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.64 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” กังวลราคาพลังงาน ห่วงการสู้รบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จนลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.64 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันที่ 2 มีนาคม ณ ระดับ 31.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทะลุทุกโซนแนวต้าน และมีจังหวะเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง

แต่ยังคงแกว่งตัวเหนือโซนแนวต้านก่อนหน้า ที่กลายมาเป็นโซนแนวรับ อย่างโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.25-31.95 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น จนลุกลาม บานปลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค และเสี่ยงที่จะยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ในระดับสูงได้นาน ทำให้ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า ราคาพลังงานโลกที่อยู่ในระดับสูง

การขนส่งและการเดินเรือที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบดังกล่าว จะหนุนให้เงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นและกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางได้ ดังจะเห็นได้จากการที่ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า FED มีโอกาสราว 80% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ จากก่อนหน้า ที่ตลาดเคยมองว่า FED มีโอกาสราว 40% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง โดยภาพดังกล่าวได้หนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ขณะเดียวกันได้ กดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง สอดคล้องกับการรีบาวด์ขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และช่วยกดดันให้ เงินดอลลาร์ย่อตัวลงบ้าง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำสามารถรีบาวด์สูงขึ้นและทรงตัวเหนือโซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวสูงขึ้น ในกรณีที่ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่าคาด อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างรอจังหวะทยอยเข้าซื้อ หุ้นที่ปรับตัวลงแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ หนุนให้โดยรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง และโดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.94% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -1.02%

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นทดสอบโซน 4.10% ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ที่ผู้เล่นในตลาดได้มอง FED มีโอกาสราว 50% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะปรับมุมมองใหม่ และประเมิน FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ราว 80% ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้าง สู่ระดับ 4.05% นอกจากนี้ ความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ในระยะสั้น ยังพอช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ

ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ไม่ยาก หากตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม ซึ่งต้องรอลุ้น ทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะรับรู้ในช่วงวันศุกร์ และ ประเด็นการคืนภาษีนำเข้า IEEPA อนึ่ง เรายังคงมุมมอง Neutral ต่อบอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ (รวมถึงบอนด์ระยะยาวของไทย) และคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย อาทิ โซน 4.25% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และ โซน 1.90% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ (ISM Services PMI) และรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ในเดือนกุมภาพันธ์ เช่นกัน พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ โดย EIA ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากปัจจัยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางช่วงนี้

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายอมรับว่า แม้เราจะได้ประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) เสี่ยงอ่อนค่าลง ทว่าการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้พอสมควร ดังจะเห็นได้จากการที่เงินบาทสามารถอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้านและเกือบทดสอบโซนแนวต้าน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้ เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลง เนื่องจากบรรดาผู้ส่งออกต่างรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์

ทว่า แรงกดดันต่อเงินบาทด้านอ่อนค่ายังคงมีอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในช่วงระยะสั้น ตราบใดที่ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ ส่งผลให้ ราคาพลังงานโลกเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวที่ระดับสูงได้นาน ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะยิ่งกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ FED ซึ่งหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทยอยออกมาดีกว่าคาด จะยิ่งทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม หนุนการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทำให้ เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงต่อและอาจทดสอบโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง

โดยหากประเมินจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ เราพบว่า จากข้อมูลสถิติการเคลื่อนไหวของเงินบาทในอดีตที่ผ่านมา เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ขณะที่ เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่เราขอเน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจผันผวนและผิดไปจากสถิติในอดีตได้ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น จำเป็นต้องอาศัย การใช้เครื่องมือที่หลากหลายและใช้ประโยชน์จากความผันผวน อย่าง Options

เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่จะมีการเลือกตั้ง Midterm Election ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า (ในประเด็นการคืนภาษี IEEPA) รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.50-31.85 บาท/ดอลลาร์

ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้ เปิดตลาด 31.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 31.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าซื้อสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ขณะที่ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวร่วงลง โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์เรื่องการหั่นดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางความกังวลด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากตลาด Fed funds futures บ่งชี้ว่า ถึงแม้ว่าตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเต็มที่ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีมุมมองว่าเฟดจะยังคงปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้

กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ

USD/THB 31.50 -31.80 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.50 /ขาย 31.80
EUR/THB 36.70 – 37.00 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 36.60 /ขาย 37.00
JPY/THB 0.1990 - 0.2030 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 0.1990 ขาย 0.2030

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.42 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้นมาก" และมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หลังตลาดรับรู…

เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์ "ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง" จากระดับปิดสัปดาห์ก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.64 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” กังวลราคาพลังงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...