โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บลจ.ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล-ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ – อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF – CPNCG – DIF

efinanceThai

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลจ.ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล-ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF CPNCG DIF

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 14:43 น.

บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF CPNCG DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาคส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และความเปราะบางเชิงโครงสร้างของกำลังซื้อภาคครัวเรือน ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะทิศทางนโยบายการเงินที่เริ่มผ่อนคลายผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประคองบรรยากาศการลงทุนในช่วงปลายปี

นอกจากนี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายด้านยังช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบ และสนับสนุนเสถียรภาพโดยรวมของตลาดการเงิน แต่ท่ามกลางบริบทที่ท้าทายดังกล่าว สินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดอย่างกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารของ SCBAM ยังคงสามารถสร้างโอกาสรับรายได้สม่ำเสมอและจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของคุณภาพสินทรัพย์ในยามเศรษฐกิจผันผวน

โดยไตรมาสที่ 4/2568 คณะกรรมการการลงทุนได้อนุมัติจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับรอบการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 3 กองทุน โดยมี กองทุน POPF (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2150 บาท/หน่วย(*) กองทุน DIF (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย(*) โดยปิดสมุดลงทะเบียนทั้ง 2 กองทุนเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 และกองทุน CPNCG (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท) จ่ายเงินคืนทุนในอัตรา 0.2260 บาท/หน่วย(*) โดยปิดสมุดลงทะเบียนกองทุนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทั้ง 3 กองทุนมีกำหนดจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ลงทุนในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ของ SCBAM 2 กองทุน มีกำหนดจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในไตรมาสที่ 4/2568 ได้แก่ กองทุน POPF ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงาน 2 แห่ง อาคารสมัชชาวาณิช 2 และอาคารบางนา ทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลธุรกิจสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2150 บาท/หน่วย นับเป็นครั้งที่ 4 ของปี และนับเป็นครั้งที่ 59 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 มีนาคม 2569

และอีกกองทุน คือ กองทุน CPNCG มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานเกรดเอ บริเวณศูนย์การค้าในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ย่านปทุมวัน โดยมีกำหนดจ่ายเงินคืนทุน 0.2260 บาท/หน่วย เป็นเงินจำนวน 96,420,415 บาท จากกรณีที่กองทุนมีขาดทุนที่เกิดจากการลดลงของการประเมินมูลค่าทรัพย์สินซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง เนื่องจากในเดือนธันวาคม 2568 ผู้เช่ารายใหญ่ 1 รายสิ้นสุดการเช่าพื้นที่สำนักงาน ส่งผลให้รายได้ของกองทุนรวม CPNCG มีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงระหว่างการสรรหาผู้เช่ารายใหม่ โดยทางบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะผู้บริหารทรัพย์สินของกองทุน อยู่ในระหว่างดำเนินการเจรจาและคัดเลือกผู้เช่าทดแทนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การใช้ประโยชน์พื้นที่กลับเข้าสู่ระดับปกติในระยะถัดไป

ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการจ่ายประโยชน์ตอบแทนของกองทุนในช่วงรอยต่อดังกล่าว กองทุนรวม CPNCG ที่ซึ่งทรัพย์สินหลักของกองทุนพึ่งปรับปรุงครั้งใหญ่แล้วเสร็จในปี 2565 และปรับปรุงครั้งย่อยในปี 2567 และยังมีเงินสำรองอยู่ในระดับพอเพียง ได้พิจารณาชะลอการเก็บเงินสำรองเพื่อการซ่อมแซมเพิ่มเติม ในช่วงรอยต่อการหาผู้เช่าทดแทน โดยการลดทุนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ของปี และเป็นครั้งที่ 12 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน กำหนดจ่ายลดทุนในวันที่ 6 มีนาคม 2569

ในขณะเดียวกัน กองทุน DIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินโทรคมนาคม มีรายได้หลักจากการให้เช่าโครงข่ายโทรคมนาคม เช่น เสาสัญญาณและสายใยแก้วนำแสงแก่กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) โดยไตรมาส 4/2568 มีกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย นับเป็นครั้งที่ 4 ของปี และครั้งที่ 48 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 9 มีนาคม 2569

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนต่อเนื่อง การคัดเลือกสินทรัพย์ที่สามารถสร้างโอกาสกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอและมีเสถียรภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารความเสี่ยงของผู้ลงทุน ซึ่งกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารของ SCBAM ได้พิสูจน์ถึงโอกาสความสม่ำเสมอและต่อเนื่องของผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาด พร้อมสะท้อนถึงคุณภาพของสินทรัพย์ที่สามารถยืนหยัดผ่านความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนเพื่อเป้าหมายการลงทุนได้ในระยะยาว

(*) ดูข้อมูลการจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนของกองทุน DIF, POPF และ CPNCG เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงิน และผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.scbam.com หรือสอบถามข้อมูลและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ หรือ SCBAM Client Relations โทร. 02 777 7777

เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...