โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” ขู่คว่ำบาตร “การค้าสเปน” ทั้งประเทศ หลังไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" ขู่คว่ำบาตร "การค้าสเปน" ทั้งประเทศ หลังไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน ด้านเยอรมนีย้ำสเปนเป็นสมาชิก EU ไม่สามารถถูกเลือกปฏิบัติได้

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 08.21 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับสเปนแบบเต็มรูปแบบ (full trade embargo) เมื่อวันอังคาร หลังจากสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรทั้งใน สหภาพยุโรป (EU) และ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ปฏิเสธไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพในประเทศสำหรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน

โดยทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ว่า “สเปนทำตัวแย่มาก” พร้อมระบุว่าได้สั่งให้รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจทั้งหมดกับสเปน และย้ำว่า “เรากำลังจะตัดการค้าทั้งหมดกับสเปน เราไม่ต้องการมีอะไรเกี่ยวข้องกับสเปนอีกต่อไป”

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ย้ายเครื่องบินทหาร 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ออกจากฐานทัพ โรตา (Rota) และ โมรอน (Moron) ทางตอนใต้ของสเปน หลังจากรัฐบาลสเปนภายใต้พรรคสังคมนิยมประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพดังกล่าวในการโจมตีอิหร่าน

ทรัมป์ยังหยิบยกประเด็นที่สเปนไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐให้ประเทศสมาชิก NATO เพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP พร้อมกล่าวว่า“สเปนไม่มีอะไรที่เราต้องการเลย” และย้ำว่าเขามีสิทธิ์ที่จะหยุดธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสเปน

รวมถึงใช้มาตรการคว่ำบาตร หากเห็นว่าจำเป็น นอกจากนี้ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของ ศาลสูงสหรัฐ (Supreme Court) เมื่อเดือนก่อน ที่วินิจฉัยว่ามาตรการภาษีทั่วโลกบางส่วนของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ

ด้านนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ซ กล่าวภายหลังการหารือว่า เขาได้บอกกับทรัมป์อย่างชัดเจนว่าสเปนเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และการเจรจาภาษีกับสหรัฐต้องดำเนินการร่วมกันทั้ง EU หรือไม่ก็ไม่ดำเนินการเลย พร้อมย้ำว่า “ไม่มีทางที่สหรัฐจะเลือกปฏิบัติต่อสเปนเป็นกรณีพิเศษ”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้สอบถามความเห็นจากรัฐมนตรีคลัง เบสเซนต์ และผู้แทนการค้าสหรัฐ เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) เกี่ยวกับการตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน โดยเกรียร์ตอบว่าจะหารือกับทรัมป์ต่อไป แต่ยอมรับว่าประธานาธิบดีมีอำนาจใช้มาตรการดังกล่าวหากจำเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ

เบสเซนต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลสูงสหรัฐได้ยืนยันว่าประธานาธิบดีมีอำนาจใช้มาตรการคว่ำบาตรภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) และหน่วยงานการค้าของสหรัฐจะเริ่มตรวจสอบช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อพิจารณามาตรการลงโทษสเปน

อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายด้านการค้าระหว่างประเทศ เจนนิเฟอร์ ฮิลล์แมน จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ระบุว่าศาลสูงไม่ได้ตัดสินโดยตรงว่าประธานาธิบดีสามารถประกาศคว่ำบาตรการค้าทั้งประเทศภายใต้ IEEPA ได้หรือไม่ และหากจะดำเนินการจริง ทรัมป์จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ โดยระบุว่าสเปนเป็นภัยคุกคามที่ไม่ปกติและร้ายแรงต่อสหรัฐ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่เกินกว่ากรณีฉุกเฉินที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ด้าน ปีเตอร์ เชน นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มองว่ายากที่จะตีความว่าการที่สเปนปฏิเสธไม่ให้สหรัฐใช้ฐานทัพเพื่อโจมตีอิหร่าน จะถือเป็นภัยคุกคามพิเศษต่อความมั่นคงหรือการต่างประเทศของสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลสเปนได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า สหรัฐควรคำนึงถึงความเป็นอิสระของภาคธุรกิจเอกชน กฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป โดยระบุว่าสเปนมีทรัพยากรเพียงพอที่จะรับมือผลกระทบจากการคว่ำบาตร และพร้อมสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังคงยืนยันที่จะผลักดันการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับพันธมิตรต่อไป

สเปนถือเป็นผู้ส่งออก น้ำมันมะกอกรายใหญ่ที่สุดของโลก และยังส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็ก และสารเคมีไปยังสหรัฐด้วย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าสเปนมีความเสี่ยงต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐน้อยกว่าหลายประเทศในยุโรป โดยข้อมูลจาก สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ (U.S. Census Bureau) ระบุว่า ในปี 2025 สหรัฐมีดุลการค้าเกินดุลกับสเปน 4.8 พันล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐส่งออกไปสเปน 26.1 พันล้านดอลลาร์ และนำเข้า 21.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกของสหรัฐไปสเปนที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลัง ได้แก่ น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

เมิร์ซยังกล่าวว่า ประเทศในยุโรปกำลังกดดันให้สเปนเพิ่มงบกลาโหมให้ใกล้เคียงกับ 3-3.5% ของ GDP ตามที่ตกลงกันใน NATO แต่ย้ำว่าระดับงบกลาโหมของสเปนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายที่เหลืออยู่ไม่มากในยุโรป ยังเคยสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์จากนโยบายอื่น ๆ เช่น การปฏิเสธไม่ให้เรือที่ขนส่งอาวุธไปอิสราเอลเข้าเทียบท่าในสเปน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...