เมย์แบงก์คัดกองทุนแกร่ง คว้าโอกาส ท้าชนวิกฤติ
#กองทุน #ทันหุ้น บล.เมย์แบงก์ เปิดโผกองทุนหลบภัยในช่วงตะวันออกกลางไม่สงบ ชูกลุ่มทองคำ-น้ำมัน-และ Defense & Spaceหรือในหลักทรัพย์ที่เน้นต่อต้านการรุกราน
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บล.เมย์แบงก์ ประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเป็นปัจจัยเร่งให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะผันผวนระยะสั้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัย หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีทางการทหารระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างมีความอ่อนไหวต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในหลายประเทศ ในภาวะเช่นนี้ ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่โหมด “Risk-off” นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรสหรัฐ และเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอาจเผชิญแรงขายระยะสั้น ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก
*กองทุนทองคำ
ฝ่าย Investment Solutions (วิเคราะห์หลักทรัพย์) เมย์แบงก์ แนะนำกองทุน เพื่อเสริมพร์ต และกระจายความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ได้แก่ กลุ่มทองคำในกองทุน กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ ฟันด์ (UOBSG-H) ลงทุนของกองทุน “SPDR Gold Trust” ที่ลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (SCBGOLDH) กองทุนมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่ง กองทุนจะสร้างผลตอบแทนโดยอ้อมผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำต่างประเทศ คือ SPDR Gold Trust และกองทุนเปิดอีสท์สปริง ทองคำแท่ง-H (ES-GOLDBULLION-H) ลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก
*กองทุนน้ำมัน
กลุ่มพลังงาน กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL) ลงทุนในกองทุน Invesco DB Oil Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และมีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI)
กองทุนเปิดกรุงศรีออยล์ (KF-OIL) ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Invesco DB Oil Fund (กองทุนหลัก) กองทุนหลักลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate(WTI) และ กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เอ็นเนอร์จี ฟันด์ (KT-ENERGY) กองทุนรวมเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF World Energy Fund (กอทุนรวมหลักลงทุนบริษัทชั้นนำทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจหลักในการสำรวจพัฒนาและจัดจำหน่ายพลังงาน และอาจลงทุนในบริษัทที่พัฒนาพลังงานทดแทน
*กลุ่มต้านการรุกราน
กลุ่ม Defense & Space แนะนำกองทุนเปิด ดาโอ ดีเฟนส์ (DAOL-DEFENSE) กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ VanEck Defense UCITS ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งมีสกุลเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เพียงกองทุนเดียว,
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดีเฟนส์ อิควิตี้ (ASP-DEFENSE) ลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ความมั่นคง เช่น อากาศยาน เทคโนโลยีทางการทหาร เทคโนโลยีความมั่นคง ระบบไซเบอร์เพื่อความมั่นคง การสื่อสารดาวเทียม การสื่อสารทางการทหาร หรืออุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง (Supply Chain) เป็นต้น
กองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ดีเฟนส์ ชนิดสะสมมูลค่า (LHGDEFENSE) ลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับ เทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ (Defense Technology หรือ “Defense Tech”) ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology), บริการ (Services), ระบบ (Systems) และฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่เกี่ยวข้องกับภาคการป้องกันประเทศและกองทัพ
กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส (A-JEDI) มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Space Innovators UCITS ETF กองทุนหลักของ A-JEDI ลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการสำรวจ อวกาศ อุปกรณ์ และการสื่อสารผ่านอวกาศในระดับโลก
และกองทุนเปิด แอล เอช สเปซ อีโคโนมี ชนิดสะสมมูลค่า (LHSPACE-A) ลงทุนในกองทุนหลัก กองทุน Neuberger Berman Next Generation Space Economy Fund Class I Accumulating- USD โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทประเภทที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน หรือที่ได้รับผลประโยชน์ และโอกาสทางธุรกิจที่มีกำไร จากเศรษฐกิจอวกาศ หรือกิจการอวกาศในอนาคต (Next Generation Space Economy)