โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

THE STANDARD

อัพเดต 58 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 58 นาทีที่แล้ว • thestandard.co
อิสราเอลเริ่มจดทะเบียนที่ดินเวสต์แบงก์ เป็นทรัพย์สินของรัฐ การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลมีมติเมื่อวานนี้ (15 กุมภาพันธ์) โดยได้อนุมัติให้เริ่มกระบวนการจดทะเบียนที่ดินในเขตเวสต์แบงก์ ให้กลายเป็น ‘ทรัพย์สินของรัฐ’ (State Property) ซึ่งถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1967 ที่มีการดำเนินมาตรการนี้

ข้อเสนอนี้ผลักดันโดยรัฐมนตรีขวาจัดอย่าง เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ ยารีฟ เลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยการจดทะเบียนนี้มีเป้าหมาย เพื่อกำหนดให้พื้นที่ขนาดใหญ่ในเวสต์แบงก์กลายเป็นทรัพย์สินของอิสราเอลอย่างถาวร

มุมมองและเหตุผลจากอิสราเอล

สโมทริชกล่าวว่านี่คือ การปฏิวัติการตั้งถิ่นฐาน เพื่อเสริมสร้างการยึดครองพื้นที่ทั้งหมดของอิสราเอล ขณะที่ คัตซ์อ้างว่า เป็นมาตรการความมั่นคงที่จำเป็นและเป็นการตอบโต้กระบวนการจดทะเบียนที่ดินที่ดำเนินการโดยทางการปาเลสไตน์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลยังระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่มีอยู่ในขณะนี้

นอกจากนี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังมองว่า การจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์เป็น ‘ภัยคุกคามความมั่นคง’ และพรรคร่วมรัฐบาลของเขาก็มีฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานที่ต้องการให้ผนวกเวสต์แบงก์ให้เป็นของอิสราเอล

โดยมาตรการนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยกระชับการควบคุมเวสต์แบงก์ให้แน่นหนาขึ้น อำนวยความสะดวกให้ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น และขจัดข้อจำกัดทางกฎหมายในการขยายนิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์

การตัดสินใจนี้น่ากังวลอย่างไร

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ความเสี่ยงที่ชาวปาเลสไตน์จะสูญเสียที่ดินจำนวนมหาศาล โดยกลุ่ม Peace Now ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบการตั้งถิ่นฐานของชาวยิว ตือนว่ามาตรการนี้อาจนำไปสู่การแย่งชิงที่ดินจากชาวปาเลสไตน์ได้มากถึง ‘ครึ่งหนึ่ง’ ของพื้นที่เวสต์แบงก์

โดยการจดทะเบียนที่ดินจะเป็นการกำหนดสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างถาวร แต่ปัญหาคือที่ดินส่วนใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ ‘ไม่ได้’ มีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ยาวนาน ซับซ้อน และที่สำคัญคืออิสราเอลได้ระงับกระบวนการจดทะเบียนนี้ไปตั้งแต่ปี 1967 ทำให้ชาวบ้านขาดเอกสารสิทธิ์ที่รัฐบาลอิสราเอลรับรอง

นักวิเคราะห์และทางการปาเลสไตน์มองว่า นี่ไม่ใช่แค่การจัดการบริหารที่ดิน แต่คือ ‘การผนวกดินแดนโดยพฤตินัย’ (De-facto Annexation)

การจดทะเบียนที่ดินให้เป็นทรัพย์สินของรัฐ เป็นการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายของ ‘ดินแดนที่ถูกยึดครอง’ (Occupied Territory) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลอย่างถาวร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อิสราเอลกำลัง ซ่อนการผนวกดินแดนไว้ในรูปแบบของระบบงานของรัฐ (Bureaucratic Move) โดยทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่องทางเทคนิค เพื่อขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในการขยายถิ่นฐานชาวยิว

อีกทั้งการตัดสินใจดังกล่าว ยัง ‘ปิดกั้นโอกาส’ ในการตั้งรัฐปาเลสไตน์ โดยเวสต์แบงก์เป็นพื้นที่แกนหลักที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการใช้สำหรับจัดตั้ง ‘รัฐเอกราช’ ในอนาคต การที่รัฐบาลอิสราเอลเร่งกระบวนการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเจตนาที่จะ ‘ขัดขวาง’ การเกิดขึ้นของรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเนทันยาฮูมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล การผนวกที่ดินอย่างถาวรจะทำให้ ‘แนวทางสองรัฐ’ (Two-State Solution) เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

นอกจากนี้ นานาชาติยังมองว่า การกระทำนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยกฎหมายระหว่างประเทศระบุว่า ‘ผู้มีอำนาจยึดครอง’ (Occupying Power) ไม่สามารถยึดหรือตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ถูกยึดครองได้ ขณะที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เคยมีความเห็นในปี 2024 ว่า การยึดครองและการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลนั้น ‘ผิดกฎหมายและควรยุติลง’

ปาเลสไตน์ระบุว่าการกระทำนี้เป็นการ ‘ยกระดับความรุนแรง’ ที่ทำให้ข้อตกลงที่เคยลงนามร่วมกันไปแล้ว ‘เป็นโมฆะ’ และกลุ่มฮามาสยังระบุว่า การตัดสินใจนี้ยังเป็นการขโมยดินแดนของชาวปาเลสไตน์ไปอย่างโจ่งแจ้งอีกด้วย หลายฝ่ายกังวลว่า มาตรการนี้อาจจะทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...