โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผ่นดินไหวสะเทือนใต้ สัญญาณเตือนที่ต้อง “รื้อ” ระบบความปลอดภัยใหม่

Thai PBS

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

นักวิชาการชี้ ถึงเวลาไทยต้องรื้อระบบ ‘ความปลอดภัยโครงสร้าง’ ก่อนภัยมา หลัง กรมทรัพยากรธรณี ชี้แจงเหตุแผ่นดินไหวมากกว่า 11 ครั้ง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 11 – 13 ก.พ 69 เกิดจากการเคลื่อนตัวของกลุ่ม “รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย

จากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งมีด้วยกัน 2 รอยเลื่อน ได้แก่ รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย รอยเลื่อนระนอง (Ranong Fault) คือรอยเลื่อนที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในกลุ่มนี้ มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 270 กิโลเมตรเส้นทางพาดผ่าน เริ่มต้นจากฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และเลื้อยลงมายังจังหวัดพังงารอยเลื่อนนี้เปรียบเสมือนรอยร้าวขนาดใหญ่ที่แบ่งแยกหินคนละยุคออกจากกัน การขยับตัวของมันแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วพื้นที่โดยรอบได้

รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย (Khlong Marui Fault) เส้นทางสู่ไข่มุกอันดามัน รอยเลื่อนนี้วางตัวขนานอยู่ทางทิศใต้ของรอยเลื่อนระนอง มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร เส้นทางพาดผ่านตัดผ่านกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลึกเข้าไปยังจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และพาดผ่านไปจนถึงจังหวัดภูเก็ต”คลองมะรุ่ย” มาจากชื่อคลองในอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งแนวร่องน้ำของคลองนี้ก็เกิดขึ้นจากการกัดเซาะตามแนวรอยแตกของเปลือกโลกนั่นเอง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “ภูมิศาสตร์กายภาพ” ที่ธรณีวิทยาเป็นตัวกำหนดภูมิลักษณ์ของแม่น้ำและหุบเขา

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในสุราษฎร์ธานี เป็นหลักฐานยืนยันว่า “รอยเลื่อนเหล่านี้ยังมีชีวิต” (Active) สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกโดยตรงที่นี่ แต่เกิดจาก “แรงเค้น” (Stress) ที่สะสมมาจากการขยับตัวของเปลือกโลกในระดับมหภาค (เช่น การชนกันของแผ่นอินเดียกับยูเรเซีย) แรงเหล่านี้ถูกส่งผ่านเนื้อหินมาเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่รอยเลื่อนเหล่านี้รับแรงไม่ไหว จึงเกิดการ “ปลดปล่อยพลังงาน” ออกมาในรูปแบบของการเลื่อนตัวแบบแนวระนาบเหลื่อมขวา (Right-lateral strike-slip) หรือเหลื่อมซ้ายในอดีต ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่เราเรียกว่าแผ่นดินไหวนั่นเอง

ในทางภูมิศาสตร์ กิจกรรมของรอยเลื่อนในไทยส่วนใหญ่จัดอยู่ในระดับ “ขนาดเล็กถึงปานกลาง” ไม่ได้รุนแรงเหมือนในวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) อย่างญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย แต่ “ความถี่” ที่เกิดขึ้นเป็นการเตือนให้เราตระหนักรู้ การออกแบบอาคารในภาคใต้ปัจจุบันจึงเริ่มมีการคำนึงถึงปัจจัยต้านทานแผ่นดินไหวมากขึ้น

นักวิชาการชี้ ถึงเวลาไทยต้องรื้อระบบ ‘ความปลอดภัยโครงสร้าง’ ก่อนภัยมา

รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ม. เกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหว กล่าวว่าจากเหตุการณ์เเผ่นดินไหวขนาดไม่ใหญ่ที่เกิดบ่อยๆในภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาอย่างแผ่นดินไหวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่เพียงสร้างความตระหนกให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับชาติที่ส่งตรงมาจากใต้พิภพ แม้ความรุนแรงจะอยู่ในระดับที่ยังไม่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหลัก แต่คำถามสำคัญที่ดังกว่าเสียงเลื่อนลั่นของแผ่นดินคือ “เราพร้อมรับมือแค่ไหน หากวันหนึ่งรอยเลื่อนกลับมามีพลังอีกครั้ง”

ข้อมูลธรรมชาติของการเกิดเเผ่นดินไหว

1. เเผ่นดินไหวไม่สามารถทำนายขนาด เวลาที่จะเกิดได้

2. ขนาดเเละเวลาที่จะเกิดเเผ่นดินไหว ไม่สามารถทำนายได้จากข้อมูลเเผ่นดินที่เกิดไปก่อนหน้า เช่น เกิดเเผ่นดินไหวขนาดเล็กๆหลายครั้ง ต่อไปจะต้องมีเเผ่นดินไหวใหญ่ตามมา หรือ เกิดเล็กๆไปเเล้วปลดปล่อยพลังงานไปเเล้ว น่าจะไม่มีเเผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ทั้งสองเรื่องดังกล่าว ทำนายไม่ได้ เพราะหลักจากข้อ 1

3. ยกตัวอย่างเพื่อเสริมข้อ 2. ในอดีต มีเเผ่นดินไหวขนาด 7 เกิดที่ญี่ปุ่นในเดือน มีค 2554 ซึ่งก็ไม่มีใครทำนายได้ว่าในไม่ถึง 24 ชม จะมีเเผ่นดินไหวขนาด 9 ตามมา ทำให้เกิดสึนามิครั้งใหญ่ของโลก หรือ ที่ญี่ปุ่นในอีกหลายปีถัดมา มีเเผ่นดินไหวขนาด 6 เกิดขึ้นที่หนึ่ง พร้อมๆกับ เเผ่นดินไหวขนาดเดียวกันเกิดในเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง บริเวณใกล้กัน หรือ เคยมีเเผ่นดินไหวที่เกิดเป็นกลุ่มๆในพื้นที่เดียวกัน ที่เรียกกว่า Swamp เป็นเเผ่นดินไหวขนาดเล็ก ๆ เเล้วก็หายไป พฤติกรรมการเกิด ขนาด เวลา ไม่สามารถนำไปคาดการณ์เเผ่นดินไหวในอนาคตได้ ผมพูดถึงการคาดการณ์ในเวลาที่จะสามารถนำมาเป็นประโยชน์อย่างจริงจังในการอพยพคนออกล่วงหน้า

เเผ่นดินไหวภาคใต้ที่ผ่านมา

ดูจากเเผนที่รอยเลื่อนมีพลังของกรมทรัพยากรธรณีที่เเนบมา ซึ่งเเสดงข้อมูลที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญ คือ ระดับความมีพลัง ที่วิเคราะห์จากขนาดที่มีอกาสเกิดขึ้นได้สูงสุดกับอัตราการขยับตัว (Slip rate) รอยเลื่อนคลองมะรุ่ยเพิ่งเกิดเเผ่นดินไหว อยู่ในระดับความมีพลังปานกลาง เทียบกับ รอยเลื่อนระนองที่อยู่เหนือขึ้นไป ยังมีระดับความมีพลังมากกว่า

เขื่อนจะเเตก สะพานจะถล่ม บ้านจะพังมั้ย

ถ้าด้วยขนาดที่เพิ่งเกิดไป สูงสุดเป็นขนาด 3 ก็ถือว่ายังไม่มีผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างทางวิศวกรรม หรือ โครงสร้างที่ก่อสร้างโดยช่างทั่วไป ขนาดที่เริ่มจะมีความเสียหายคือประมาณ 5.0 โดยประมาณ เพราะยังขึ้นอยู่กับตำเเหน่งที่ตั้ง ชั้นดิน ความลึกเเผ่นดินไหว ระยะห่างจากจุด ศก เเผ่นดินไหว เเละสภาพอาคาร เป็นขัอพิจารณาขั้นต่ำ

เเล้วถ้าเเรงกว่านี้ เขื่อนจะเเตก สะพานจะถล่ม บ้านจะพังมั้ย คำถามนี้สำคัญ เเละไม่ควรตอบโดยฉาบฉวยตามเหตุการณ์ คำถามที่ควรถามคือ

โครงสร้างพื้นฐานที่มีหน่วยงานรับผิดชอบ เช่น ถนน เขื่อน โรงไฟฟ้า อุโมงค์ โครงสร้างใต้ดินได้นำข้อมูล เเละมาตรฐานล่าสุด ของการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างต่อเเรงกระทำเเผ่นดินไหวมาตรวจสอบหรือยัง ตรวจสอบล่าสุดเมื่อไร ตั้งมาตรฐานของหน่วยงานในการตรวจสอบวิเคราะห์ถี่เเค่ไหน อาศัยมาตรฐานสากลอะไร

คำถามที่สำคัญคือ ในประเทศไทย มีใครกำกับ รับรอง ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น ทำการตรวจสอบ ออกมาตรฐาน รับรองมาตรฐาน รับรองวิธีเเละกระบวนการว่าถูกต้อง ปลอดภัย เเละที่สำคัญ ได้รับงบประมาณด้านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเพียงพอเเละต่อเนื่องหรือไม่ นโยบายด้านความปลอดภัยขึ้นอยู่กับผู้บริหารองค์กร เป็นหลักหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่มี” ประเด็นนี้ต่างหากที่ควรมุ่งฉายไฟมาให้ตรงจุด เพราะนี่คือความ “อันตราย”

นอกจากนั้น มีหน่วยงานไหนที่กำกับสนับสนุน กรมอุตุฯ กรมทรัพยากรธรณี ให้สามารถดำเนินการตาม Master plan ในการสำรวจรอยเลื่อนมีพลัง ติดเครืองมือวัดเเผ่นดินไหวให้เพียงพอ เเละมีงบประมาณสม่ำเสมอในการซ่อมบำรุง Upgrade เครื่องมือให้ดีอยู่เสมอ คำตอบเหมือนข้อที่ผ่านมาคือ “ไม่มี” นี่คืออีกข้อของความ “อันตราย”

สำหรับบ้านเรือนประชาชน อาคารพาณิชย์ โรงเเรม อาคารสูงของเอกชน คอนโด เป็นหน้าที่ของท่านเองที่ต้องหาวิศวกรมาตรวจสอบ วิเคราะห์ เพื่อให้อาคารของท่านเเข็งเเรง เเละ เข้ากับมาตรฐานการออกเเบบเเผ่นดินไหวล่าสุดของกรมโยธาฯอยู่เสมอ

ข้อเสนอ

รศ.สุทธิศักดิ์ ย้ำครับว่าต้องมีหน่วยงานกำกับด้านนโยบายการ “ปัองกัน” ภัยจากเเผ่นดินไหว หรือรวมภัยอื่นๆด้วย คล้าย ๆ ปัจจุบันเรื่องน้ำมี สทนช. เเต่จะให้ดีต้องเหนือขึ้นไปกว่า สทนช. คือ ต้องเป็นองกรณ์อิสระ ที่มีงบประมาณ ที่มาของงบประมาณ ที่ตายตัว วางเเผนได้ (คล้ายๆ FEMA)ต้องมีหน่วยงานย่อยในการ Audit เริ่มจากตรวจสอบผลการประเมินความเสี่ยงของ โครงสร้างพื้นฐาน เเละไปอาคารของรัฐให้ความสำคัญการการติดตั้งเครื่องวัดเเผ่นดินไหว รอบๆรอยเลื่อนมีพลัง ให้เพียงพอต่อการเข้าใจพฤติกรรมของรอยเลื่อนนั้นๆ

ให้ความสำคัญในการสำรวจรอยเลื่อนมีพลังให้ละเอียดเเละครบ เพราะเป็นต้นทางของทุกเรื่อง เจ้าของเขื่อนสามารถตอบคำถามได้อย่างไรว่าเขื่อนของท่านจะปลอดภัยจริงๆในขณะที่ข้อมูลการสำรวจรอยเลื่อนมีพลังยังไม่ครบหรือละเอียด ดังนั้นต้นทางที่เขื่อนจะต้องใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ต้องสมบูรณ์ก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"ณัฐพงษ์" ขึ้นศาลอาญา ตรวจหลักฐานคดีหมิ่นฯ "บ.กัลฟ์" ยันบริสุทธิ์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ตัน ภาสกรนที" ตกเวทีคอนเสิร์ตสูง 2 เมตร บาดเจ็บ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร "แม่ช้างป่าเขาฉกรรจ์" พบอวัยวะภายในผิดปกติ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สะพัด! ภท.ขีดเส้น "กธ." ให้คำตอบหนุน "ตั้งรัฐบาล" สัปดาห์นี้

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...