ผบ.ตร.ลุยปราบน้ำมันเถื่อน สั่งปล่อยเรือตรวจการณ์ชัยจินดา ลาดตระเวนสกัดป่วนอ่าวไทย
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เป็นประธานการประชุมด่วนที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการเฝ้าระวังการส่งออกน้ำมันนอกราชอาณาจักร ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการปราบปรามการลักลอบน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายทั่วประเทศ การดำเนินการนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย กำกับดูแลและขับเคลื่อนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดการปราบปรามขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
มาตรการสำคัญในการปราบปรามแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ปฏิบัติการทางน้ำ โดยการปล่อยเรือตรวจการณ์กว่า 30 ลำ รวมถึงเรือชัยจินดา ออกลาดตระเวนทั้งอ่าวไทยและอันดามัน โดยใช้เทคโนโลยีจากศูนย์ควบคุมสั่งการเพื่อมอนิเตอร์เรือทุกลำที่ขึ้นทะเบียน หากพบเรือลำใดออกนอกเส้นทาง หรือเป็นเรือนอกระบบที่เข้าข่าย "กองทัพมด" จะเข้าชาร์จตรวจค้นทันที ส่วนปฏิบัติการทางบก จะมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางตะเข็บชายแดน เพื่อสกัดกั้นรถขนส่งที่แอบนำน้ำมันไปขายเก็งกำไรในประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาสูงกว่าไทย พล.ต.อ.ธัชชัย ยังกำชับให้ตรวจสอบปั๊มน้ำมันที่ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า หรือนำสารโซลเวนท์มาเจือปนเพื่อลดต้นทุน ซึ่งถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี ขณะที่ผู้ลักลอบส่งออกน้ำมันเถื่อนมีโทษจำคุกถึง 10 ปี
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบน้ำมันเขียว ซึ่งเป็นน้ำมันที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับเติมเรือประมงในน่านน้ำไทย โดยจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่ก่อนออกจากท่าเรือว่าขนน้ำมันไปจำนวนเท่าใด เติมให้กับเรือลำใด ควบคู่กับการตรวจสอบผ่านดาวเทียมการเดินเรือบรรทุกน้ำมันเขียว หากพบความผิดปกติในการเติมน้ำมันเขียวจะสามารถทราบได้ทันที ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ธัชชัย ได้ทำพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ "ชัยจินดา" พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราและเฝ้าระวังการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายตามลำน้ำและพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทย เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบพลังงานของประเทศ
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news