ปปง. เกาะติด กองทุน CAI ประสานก.ล.ต.-สิงคโปร์ ขอข้อมูลพยานหลักฐาน
ปปง. ประสานก.ล.ต.-สิงคโปร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอข้อมูลพยานหลักฐาน กองทุน CAI ก่อนพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจภายใต้กฏหมายฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 โดยได้ระบุ กรณีประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน Capital Asia Investments (CAI) ว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น จะต้องมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานและทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานนั้นด้วย
สำนักงาน ปปง. ได้ประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานดังกล่าวจากหน่วยงานภายในประเทศ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานขอข้อมูลจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหากสำนักงาน ปปง. ได้รับพยานหลักฐานตามที่ร้องขอแล้ว ก็จะได้พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
กองทุน CAI ถือหุ้นในบจ.ไทย 4 บริษัท เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บางจาก
สำหรับกองทุน CAI เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์กำลังถูกสอบสวนในข้อหาพัวพันกับการฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 4,000 ล้านบาทเพื่อตรวจสอบที่มาของเงินดังกล่าว
ปัจจุบันกองทุน CAI ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนไทย 4 บริษัท ( ณ 10 มี.ค.2569 ) มูลค่ารวม 3,302.32 ล้านบาท โดยถือหุ้นในบมจ. วีจีไอ (VGI) มากที่สุดด้วยมูลค่า 2,929 ล้านบาท ตามมาด้วย บมจ. ฟินันเซีย เอกซ์ (FSX) มูลค่า 217.43 ล้านบาท บมจ.บีซีพีจี (BCPG) 112.55 ล้านบาท และบมจ. กรีนเทค เวนเจอร์ส (GTV) 43.34 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 หลังเกิดการอายัดทรัพย์สินของกองทุน CAI หุ้น BCPG ซึ่งกองทุน CAI เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ปรับตัวลงแรง 25.35% หลังปรากฏข่าวกองทุนดังกล่าว และกรรมการ 2 คนถูกอายัดทรัพย์สิน
ถัดมาวันที่ 10 มี.ค. 2569 ราคาหุ้น BCPG ฟื้นตัวโดยปิดช่วงเช้าบวกแรงถึง 26.42% หลัง BCPG เปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด (ณ วันที่ 5 มี.ค. 2569) ซึ่งพบว่า CAI ได้ทยอยขายหุ้น BCPG ออกไปจำนวนมากในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้อันดับการถือหุ้นหล่นไปอยู่อันดับ 7 ที่ 28.24 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.71 % เมื่อเทียบกับข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568 ที่กองทุน CAI ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 168.44 ล้านหุ้น สัดส่วน 5.62%
นอกจากนี้กองทุน CAI เคยถือหุ้นบมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP)สัดส่วน 11% ก่อนจะขายให้กับบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี้ จำกัด เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2568 ผ่านกระดานรายใหญ่ (Big Lot) จนไม่เหลือการถือหุ้นใน BCP แล้ว