โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อิหร่านรับยิงเรือสินค้า 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในนั้นเป็นเรือธงชาติไทย

tvpoolonline.com

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 15.37 น. • TV Pool

วันนี้ (11 มี.ค. 2569) CNN รายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดบนเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกยังคงทวีความรุนแรง หลัง Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ของอิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือสินค้า 2 ลำใน ช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าเรือทั้งสองลำเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพเรืออิหร่าน

รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน Fars News Agency ซึ่งระบุว่า เรือที่ถูกยิงลำแรกคือเรือบรรทุกสินค้าเทกองธงชาติไทยชื่อ “มยุรี นารี” โดย IRGC อ้างว่าเรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือน และพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยผิดกฎหมาย จึงถูกยิงเพื่อหยุดยั้ง

ขณะเดียวกัน เรืออีกลำที่ถูกโจมตีคือเรือธงชาติไลบีเรียชื่อ “เอ็กซ์เพรส โรม” ซึ่งกองกำลังอิหร่านระบุว่าได้ยิงกระสุนเข้าใส่ในช่วงเช้า หลังจากเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนจากกองทัพเรือ IRGC เช่นกัน

ด้าน United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) หน่วยงานติดตามความปลอดภัยทางทะเลของสหราชอาณาจักร ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการโจมตีทางทหารระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เป็นต้นมา มีเหตุโจมตีเรือในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และ อ่าวโอมาน รวมแล้วอย่างน้อย 13 เหตุการณ์

เฉพาะวันเดียวกับเหตุยิงเรือทั้งสองลำ มีรายงานเหตุโจมตีเกิดขึ้นถึง 3 เหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยของการเดินเรือในภูมิภาคกำลังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจำนวนมากต้องผ่านเส้นทางนี้ก่อนส่งออกสู่ตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...