โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

S2O เล่นใหญ่สงกรานต์69 ลงทุน “S2O LAND” กลางรัชดาฯ แตกไลน์ K2O รุกฐานตลาด K-Pop

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 10.08 น.

S2O เปิดโมเดลอสังหาริมทรัพย์เพื่อความบันเทิง ทุ่มงบลงทุนพื้นที่เปล่า 50 ไร่ ย่านพระราม 9-รัชดาฯ รองรับผู้ชมสงกรานต์ 3 หมื่นคนต่อวัน รับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน “ช็อตฮอลล์” ตัดสินใจสั้น-ซื้อบัตรใกล้งาน พร้อมปรับพอร์ตโฟลิโอสัดส่วนคนไทยพุ่ง 60% สูงสุดในรอบ 5 ปี หลังเศรษฐกิจชะลอตัวฉุดอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยปี 69 ท้าทาย กระทบกำลังซื้อกลุ่มรีเซลล์และนักท่องเที่ยวจีน

11 มีนาคม 2569—ภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในปี 2569 กลายเป็นปัจจัยเร่งให้อุตสาหกรรมมิวสิคเฟสติวัลไทยต้องปรับโมเดลธุรกิจจากการจัดงานประจำปีสู่การสร้าง “แพลตฟอร์มความบันเทิงครบวงจร” ล่าสุด เทศกาลดนตรีสงกรานต์สัญชาติไทยอย่าง S2O (เอสทูโอ) ประกาศยกระดับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญผ่านการสร้าง “S2O LAND” พื้นที่จัดงานถาวรย่านรัชดาภิเษก พร้อมแตกแบรนด์ใหม่ “K2O” เพื่อขยายฐานรายได้สู่ตลาด K-Pop ที่มีความต้องการซื้อสูงและต่อเนื่อง

คุณวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O เปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายสถานที่จัดงานจากสนามกีฬาหัวหมากสู่ย่านรัชดาภิเษกว่า เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนด้านคิวการใช้พื้นที่สำหรับการแข่งขันกีฬา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดีลศิลปินระดับโลกที่ต้องทำสัญญาล่วงหน้าอย่างน้อย 7 เดือน การตัดสินใจลงทุนในพื้นที่เช่าระยะยาวขนาด 50 ไร่ บริเวณตรงข้าม อสมท. จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานพื้นที่จัดงาน (Festival Destination) ในใจกลางกรุงเทพฯ

“ที่นี่เราลงทุนมหาศาลเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างสแตนดาร์ดใหม่บนพื้นที่ว่างกลางเมือง โจทย์หลักคือต้องจัดงานให้สำเร็จโดยไม่รบกวนชุมชน ซึ่งทำเลนี้ด้านทิศใต้ไม่มีอาคารพักอาศัยหนาแน่น และยังเป็นครั้งแรกที่เราสามารถออกแบบพื้นที่จากศูนย์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายมากกว่าแค่คอนเสิร์ต แต่รองรับไปถึงงานเอ็กซิบิชันและสวนสนุกในอนาคต” คุณวู้ดดี้กล่าว

ในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคและฐานลูกค้า พบความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปีนี้ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound) มีแนวโน้มลดลงตามภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศ คาดการณ์ว่าปีนี้จะเป็นปีที่สัดส่วนคนไทยสูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 60% ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเปลี่ยนจากกลุ่มจีนที่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจในประเทศและนโยบายสนับสนุนให้เที่ยวในบ้านตัวเอง มาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะสั้น (Short Haul) จากมาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มใหม่จากรัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย ที่มีการใช้จ่ายสูง

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลบัตรพบว่าผู้บริโภคเข้าสู่ยุค “Last-minute Booking” หรือการตัดสินใจซื้อบัตรในช่วงใกล้จัดงานมากขึ้น ต่างจากปีที่ผ่านมาที่มีการเก็งกำไรและรีเซลล์ (Resell) บัตรให้ชาวต่างชาติในราคาสูง ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญความท้าทาย

การแตกไลน์สู่ K2O: กลยุทธ์ Diversification เพื่อลดความเสี่ยง

เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว บริษัทได้เปิดตัว“K2O Songkran Music Festival” ซึ่งเป็นการแตกพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ครั้งแรกเพื่อจับกลุ่ม Gen Z และแฟนวัฒนธรรมเกาหลี (K-Content) โดยเฉพาะ โดยใช้จุดแข็งด้านโปรดักชันของ S2O ผสานกับไลน์อัปศิลปินเกาหลีชั้นนำ อาทิ RIIZE และ KISS OF LIFE ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) สูง

คุณปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ระบุว่า วิสัยทัศน์ของบริษัทคือการต่อยอดจักรวาลแบรนด์ S2O ให้มีความแข็งแกร่งในฐานะ Soft Power ที่ส่งออกได้จริง โดยปัจจุบันได้ขยายสู่ตลาดออสเตรเลียแล้ว และมีแผนจะขยาย K2O ไปยังตลาดไต้หวันและสหรัฐอเมริกาในปีถัดไป เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ไทยเข้ากับกระแสโลกและสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์แบรนด์ในต่างประเทศ

แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมสงกรานต์ปีนี้จะได้รับผลกระทบจากดัชนีการจับจ่ายในร้านอาหารและโรงแรมที่ดูเงียบเหงาลง แต่ผู้บริหาร S2O มองว่าปี 2569 คือปีแห่งการปรับตัวเพื่อรอโอกาสฟื้นตัวเต็มรูปแบบในปี 2570

“ภาพรวมคอนเสิร์ตไทยท้าทายขึ้นมากจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ทำให้คนต้องคิดมากขึ้นก่อนใช้จ่าย เป้าหมายของเราคือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยและรักษาคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เพราะสิ่งนี้คือเอกลักษณ์ที่ทำให้เราคุ้มค่าแก่การลงทุนของผู้บริโภค” คุณวู้ดดี้กล่าวสรุป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่ายอดการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อสัปดาห์ในช่วงสงกรานต์ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท ซึ่ง S2O มุ่งเป้าดึงดูดกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพนี้ผ่านการจำหน่ายบัตรที่มีราคาตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงโซนพรีเมียมราคาสูงถึง 1.5 ล้านบาทต่อวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโครงการภายใต้ความผันผวนของตลาดปัจจุบัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...