พลังงาน รับมือสถานการณ์อิหร่าน ยืนยันมีน้ำมันสำรอง 61 วัน
กระทรวงพลังงาน ติดตามสถานการณ์การสู้รบอิสราเอล-อิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.พ.เพื่อดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณสำรองในประเทศ โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการให้กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมรับมือ
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ก.พ.2569 และคาดว่ามีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกระทบ supply 20% ของความต้องการโลก
กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศ จะต้องมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.พ.2569 มีปริมาณสำรอง ดังนี้
- น้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน
- น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,746 ล้านลิตร
- น้ำมันจากแหล่งอื่น 1,124 ล้านลิตร ปริมาณดังกล่าวเพียงพอต่อความต้องการใช้ 23 วัน
ทั้งนี้ รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,795 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 61 วัน
ส่วนแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ของเดือน มี.ค.2569 จำนวนทั้งหมด 4 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุชแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 2 ลำยังอยู่ระหว่างการลำเลียง คาดว่าจะไม่กระทบปริมาณสำรอง ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณสำรองเพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในประเทศ
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขอยืนยันว่าน้ำมันภายในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่สถานการณ์มีความเปราะบาง อาจมีการแพร่กระจายข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามการประกาศและข้อมูลข่าวสารจากสื่อทางการของกระทรวงพลังงานเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง