โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บลจ.กสิกรไทย”...มองสงคราม “สหรัฐ-อิสราเอล” VS “อิหร่าน” ผลกระทบการลงทุนจำกัด กรณีเลวร้าย “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อาจทำน้ำมันพุ่งแตะ 90 ดอลล์ แนะจังหวะ “ขายทำกำไร” ส่วน “ทองคำ” มีติดพอร์ต 5 -10%

Wealthy Thai

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 04.40 น.

“บลจ.กสิกรไทย”…มองสงคราม “สหรัฐ-อิสราเอล” VS “อิหร่าน” ผลกระทบการลงทุนจำกัด กรณีเลวร้าย “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” อาจทำน้ำมันพุ่งแตะ 90 ดอลล์ แนะจังหวะ “ขายทำกำไร” ส่วน “ทองคำ” มีติดพอร์ต 5 -10% กระจายเสี่ยง !!!
วานนี้ (28 ก.พ. 26) “สหรัฐ” และ “อิสราเอล” ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการชิงโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ใน “อิหร่าน” ส่งผลให้อิหร่านทำการตอบโต้ทันที ล่าสุดมีรายงานการพุ่งเป้าโจมตีไปยังฐานทัพและโครงสร้างทางการทหารของสหรัฐหลายแห่งที่กระจายตัวอยู่ในภูมิภาค
ล่าสุด (1 มี.ค. 26) ทาง “สหรัฐ” ประกาศลุยต่อ "Operation Epic Fury" จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายหลักเพื่อทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธและกองทัพเรืออิหร่านให้สิ้นซาก
ในขณะที่ “อิหร่าน” ประกาศปฏิบัติการล้างแค้น “รุนแรงที่สุด” ในประวัติศาสตร์ หลัง “สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด” (SNSC) แถลงการณ์พลีชีพ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จะเป็นจุดเริ่มต้นของ “การลุกฮือในการต่อสู้กับผู้กดขี่”

คาดผลกระทบต่อการลงทุน “จำกัด”

ทาง “บลจ.กสิกรไทย” (KAsset) ประเมินผลกระทบต่อการลงทุนในปัจจุบันยังมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
“โอกาสเกิดสงครามระดับภูมิภาคยังอยู่ในกรอบที่จำกัด โดยแม้ฐานทัพสหรัฐในหลายประเทศ จะตกเป็นเป้าหมาย แต่หากประเมินจากรูปแบบความขัดแย้งในอดีต การโจมตีลักษณะนี้มักเป็นไปเพื่อส่งสัญญาณป้องปราม มากกว่าการมุ่งเปิดสงครามทำลายล้างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

กรณีเลวร้าย (Worst scenario) - การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)…คาด “ราคาน้ำมัน” มีโอกาสพุ่งแตะ 90 ดอลล์ ระยะสั้น-แต่ราคาปีนี้มองไว้ที่ 55 ดอลล์ แนะถ้าราคาพุ่ง “โอกาสขายทำกำไร”

ในกรณีที่เลวร้ายกว่า เช่น อิหร่านเลือกยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงด้วยการพยายามรบกวนการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรายังมองว่าการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในกรณีดังกล่าว “ราคาน้ำมัน” (WTI) มีโอกาสโอกาสแตะ 90 ดอลลาร์/บาเรล มีแนวโน้มเป็นจุดสูงสุดระยะสั้น (local peak) มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรราคาขาขึ้นที่ยืดเยื้อ เนื่องจากหากมีการใช้กำลังเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ก็มักจะตามมาด้วยการคลี่คลายความตึงเครียดและการกลับเข้าสู่ภาวะที่ตลาดประเมินอุปทานได้เป็นปกติมากขึ้น
“ที่สำคัญ ปัจจัยพื้นฐานของตลาดน้ำมันในระยะกลางยังคงมีลักษณะอ่อนตัวเชิงโครงสร้าง โดย ‘IEA’ คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกในปี26จะสูงกว่าอุปสงค์ราว 3.73ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นภาวะอุปทานส่วนเกินที่มีนัยสำคัญ และจะเป็นปัจจัยจำกัดความยั่งยืนของการปรับขึ้นของราคาที่เกิดจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์”
ภายใต้บริบทดังกล่าว เรายังคงมองว่าการปรับขึ้นแรงของราคาน้ำมัน เป็นโอกาสในการขายทำกำไร / ลดสถานะ มากกว่าการไล่ซื้อในจังหวะที่ราคาเร่งตัวขึ้น โดยบริษัทยังคงเป้าหมายราคาน้ำมัน WTI ณ สิ้นปี26ที่ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล

แนะมี “ทองคำ” 5 – 10% ในพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง

แนะนำให้ลงทุนใน “ทองคำ” 5-10% ของพอร์ตการลงทุน โดยเป็นการลงทุนควบคู่กับสินทรัพย์อื่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุน เช่น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และภาระทางการคลังทั่วโลก
“ทั้งนี้ หากนักลงทุนท่านใดมีการถือทองคำมากกว่า 10%ของการลงทุนทั้งหมด แนะนำให้สามารถทยอยขายทำกำไรออกมาก่อนได้เช่นกัน เพราะ 1) มีน้ำหนักการลงทุนมากกว่าที่แนะนำ และ 2) ราคาทองคำจะมีโอกาสปรับลงภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย”
ที่มา: KAsset Investment Strategy, ข้อมูล ณ 1 มี.ค. 26

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...