"ป๋อ ณัฐวุฒิ" ตอบปมดราม่าเจอเทียบ "ผอ.เจนภพ แรงเงา" ไม่เริ่ดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ลองเปิดใจก่อน
เปิดใจนักแสดงความสามารถป๋อ ณัฐวุฒิ ถึงบททดสอบชีวิตครั้งใหญ่ภรรยา เอ๋ พรทิพย์ ตรวจพบมะเร็งแบบไม่ทันตั้งตัว พูดเลยว่าความเป็น ความตายมันใกล้กันนิดเดียว และจากวันที่ช็อกจนพูดไม่ออกสู่วันที่ต้องเข้มแข็งจับมือให้กำลังใจเคียงข้างภรรยาจนผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาได้ พร้อมเล่าถึงแรงกระแทกดราม่าหนัก คอมเมนต์แรงถึงขั้นแช่งให้ตาย
และล่าสุดหนุ่มป๋อยังรับบท ผอ.เจนภพ 2026 ในละคร แรงเงา แต่ก็มีดราม่าเวอร์ชั่นนี้ไม่เริดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31
ตอนนี้กำลังร้อนแรงมาก สำหรับละคร แรงเงา เปิดตัวปุ๊บเป็นกระแสทุกคนว้าว..นี่นะเหรอ ผอ.เจนภพ?
"พี่ต้องอุบอยู่ประมาณเดือนกว่า คือเรารู้เรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว แต่ว่าต้องบอกว่าผมกับพี่เบนซ์ไม่รู้นะว่าใครได้เล่นอะไร เขาไม่ได้บอกไลน์อัพ มาประมาณสักเดือนกว่าเขาบอกให้เก็บเป็นความลับจนกว่าเราจะไปถ่ายแล้วไปเจอเบนซ์ ก็ดีเพราะเราเคยเล่นละครด้วยกัน"
ย้อนกลับไป 13 ปีที่แล้ว พี่ป๋อกับเบนซ์?
"คือเบนซ์เป็นนางเอกคนแรกที่ร่วมงานกับทางช่อง3 เล่นแล้วเข้าขามาก ชอบมาก หลังจากนั้นเธอก็ไปมีสามีและมีลูก แยกย้ายกันไป 10 กว่าปีแล้วเขาก็ไม่ได้เล่นอะไรอีกเลยจนกลับมาเรื่องนี้นี่แหละ"
พอมันเปิดตัวออกไปแล้วมันก็มีหลายกระแส บางคนบอก ผอ.เจนภพ ไม่เริดเท่าเวอร์ชั่นที่แล้ว เจษก็ไม่น่ากินเหมือนเวอร์ชั่นที่แล้ว ทำไมทุกคนต้องมาแย่งสองคนนี้?
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ปล่อยให้พี่ทำงานก่อนเนอะ คือพี่ทำงานมา 28 ปีในวงการ เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ได้เล่นบู๊ แต่พี่มาเล่นบู๊จนพี่ได้รางวัล พี่คือนักแสดง ในเมื่อบทมันติดต่อมาเป็นบทที่ดี โอกาสมันอยู่ตรงหน้าใครบ้างจะไม่เอา พี่เชื่อว่าพี่บอย ถกลเกียรติ หรือช่องวัน เขาไม่ได้แคสมั่วๆ ผมว่าเขาประชุมหลายสิบครั้งกว่าจะได้ตัวละครมาวันนี้"
มีอีกตัวละครที่เขากำลังสืบอยู่ ใครคือ นก ในเรื่องนี้?
"รู้แล้วด้วย แต่บอกไม่ได้ ขอโทษนะ ถามว่าเขาห้ามไหม เขาไม่ได้ห้ามหรอกครับ แค่ไม่พูดกัน"
ก่อนหน้านี้เอ๋เขาป่วยหนัก?
"ก็เป็นมะเร็งปอด คือผ่านขั้นตอนการรักษาที่ยากที่สุดไปแล้ว นั่นคือตัดออกไปแล้ว ระยะคือ A1 ซึ่งเกิดจาก PM2.5 ตอนนี้เข้าสู่การไปแสกนรอบที่2 แล้ว 6 เดือนผ่านไป รอบที่2 ปลอดภัยดี ไม่ไปน้ำเหลือง เราจะทำอย่างนี้อีก 5 ปี 2 ปีแรกจะเป็นช่วงที่เขากลับมาได้เร็วที่สุด หมายความว่ามะเร็งอาจจะกลับมาในช่วง 2 ปีนี้ ต้องมีวินัย ไปตรวจๆ"
ทุก 6 เดือนต้องไปเช็คอัพ?
"ใช่ ทุก 6 เดือนก็จะหลอนหน่อย เอ๋ก็จะนอนไม่หลับ"
ถ้าย้อนไปเกือบจะปีแล้วที่รู้เรื่องนี้?
"ใช่ๆ ประมาณนั้น"
ณ วันนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษที่เป็นข้อห้ามของหมอเลย?
"หมอบอกใช้ชีวิตปกติได้เลย 1.คือเรารักษาไปแล้ว คือเอ๋ไม่ต้องคีโม ไม่ต้องฉายแสง ไม่ต้องกินยามุ่งเป้าใดๆ ทั้งสิ้น คือทุกอย่างจบแล้ว เพียงแค่คอยไปสังเกตทุกๆ 6 เดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอ๋ต้องกลับมาให้ได้ ในฐานะบุคคล ในฐานะมนุษย์ปกติ เพราะสภาพจิตใจตอนนั้รมันล้มเหลว มันพังไปพอสมควรเหมือนกัน ถ้าคนไม่เป็นมะเร็งไม่เข้าใจนะ เราเป็นคนในครอบครัวที่เอ๋เป็นมะเร็ง เรารู้เลยว่ามันยากมาก สำหรับทุกๆ คนจริงๆ"
ตอนนี้สภาพจิตใจของพี่เอ๋เป็นยังไงบ้าง?
"ดีขึ้นครับ คือเอ๋เขาเรียนรู้จากเรื่องนี้มากขึ้น เขารู้แล้วว่าชีวิตเขา เขาจะไม่ไปเสียเวลากับอะไร เขาบอกตัวเองว่า เขามีความสุขเลยดีกว่า"
เอ๋เปลี่ยนเป็นคนใหม่ก็ว่าได้?
"ใช่ครับ เราคุยกันเสมอว่า จุดที่เอ๋เป็นมันมีคนเป็นหนักกว่าเอ๋ มีคนที่เป็นเบากว่าเอ๋ เมื่อเอ๋ก้าวมาสู่โลกแห่งความเป็นมะเร็งแล้ว นั่นก็เหมือนกับว่าเอ๋มีโอกาสเป็นหรือตายในเวลาใกล้ๆ กัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเอ๋อย่าไปเสียเวลากับชีวิตอีกต่อไปนะ ชีวิตที่เหลือเธออยากทำอะไร เธอทำ ถ้าเธอโกรธพี่ เธอต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยพี่ ถ้าเธอไม่ชอบพี่ เธอต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยๆ คือเราต้องใช้ชีวิตเปลี่ยนใหม่จริงๆ เพราะว่าเมื่อก่อนเราเหมือนลิ้นกับฟัน เราทะเลาะกัน เดี๋ยวนี้เอ๋ทะเลาะกับพี่น้อยมาก ถ้าทะเลาะเอ๋ใช้เวลาแป๊บเดียว เดินไปเขาก็ดีขึ้นแล้ว ซึ่งพี่ใช้ชีวิตสบายมาก"
พี่ป๋อจากผู้ชายที่โคตรดุ ตอนนี้เป็นผู้ชายอบอุ่น ใจเย็น ใจดี?
"ใช่ๆ เมื่อก่อนใช้ชีวิตคนเดียว เหมือนสู้คนเดียว ไม่สนอะไรทำแต่งาน แต่วันนี้มีเอ๋ก็จริงนะ ยังไม่ลด ละ อีโก้ของตัวเอง อีโก้มันเป็นสิ่งที่ทั้งดีและไม่ดี มันพาเราไปสู่ความสำเร็จเหมือนกัน แต่นอนว่าใครที่เขาร่วมขบวนไปกับเราเขาก็จะเหนื่อยไปด้วย แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้พี่เข้าใจมากขึ้น พี่จะช้าลง เพื่อให้เอ๋ขึ้นขบวนรถไปด้วยกัน และมีความสุขไปด้วยกัน"
วันนั้นที่รู้เรื่องมะเร็งของเอ๋มันเกิดจากที่พี่ป๋อไปตรวจสุขภาพไม่ใช่เอ๋จะไป?
"อันนี้เป็นความเชื่อนะ พี่ว่าเจ้าที่พี่ คือทุกๆ ตี1 พี่ปวดตรงข้างหลังล่าง แล้วพี่เป็นแบบนี้มา 3-4 คืน สงสัยเป็นโรคไตแน่เลย ก็ไปหาข้อมูลว่าปวดตรงนี้เป็นโรคอะไร คือมันจี๊ดมากแบบนอนไม่หลับ พี่รู้สึกว่าต้องไปตรวจสุขภาพแล้ว เพราะมันเลยปีนึงละ ประมาณปีครึ่ง
พี่ก็เลยบอกเอ๋ว่าพี่ต้องไปตรวจแล้ว พี่กลัวเป็นโรคไต กลัวไม่สบาย สรุปไปตรวจคือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่คุณเอ๋เขาบอกหนูว่าง ไปตรวจด้วยกันเลยทีเดียว แต่คุณเอ๋หมอทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วโทรเช็คเงียบๆ แล้วบอกพี่เอ๋มีเวลาไหม เดี๋ยวพบหมอแป๊บนึง หมอปอดสัก 1 ชั่วโมง พอพบหมอปอดเสร็จ เดี๋ยวหมอปอดจะให้เจอหมอผ่าตัด เจอหมอผ่าตัดคนแรก หมอพูดเลยมะเร็ง"
พี่เอ๋ดูแลตัวเองดีมากๆ กินคลีน ออกกำลังกาย แล้วมันเกิดจากอะไรตอนนั้นที่คุณหมอบอก?
"PM2.5 ครับ พี่พูดเสมอเอ๋ไม่ตายหรอก ถ้าตายพี่ตายก่อน เพร่ะเอ๋กินก็ดี ออกกำลังกาย นอนก็ดี ทุกอย่างดีหมด แต่มันเกิดจาก PM 2.5 ครับ สมมติว่าวันนี้เราตรวจเจอ เราย้อนกลับไปว่า 2 ปีที่แล้วคุณเอ๋มีจุดอยู่ อีกปีก็มีจุดเดิมนี่แหละในขนาด 6 มิลลิเมตร แต่ในวันนี้ที่เราตรวจมันเพิ่มขนาดเป็น 1 เซนติเมตร เท่ากับว่ามันโตขึ้น หมอไม่แฮปปี้ มันต้องตรวจ สุดท้ายมันต้องผ่านกระบวนการผ่าตัดก่อน เพื่อจะเอาเนื้อตรงนั้นไปตรวจ"
วันที่ผ่าตัดพี่ป๋อต้องเข้มแข็งขนาดไหน?
"ทุกคนก็กลัวหมด พี่ก็กลัว ถึงแม้เราจะรู้ว่ามันเป็นระยะที่1 เราก็กำลังใจดีในระดับ1 แต่เราก็กลัวไปสู่น้ำเหลือต่อ กลัวมันจะยากไปกว่านี้หน่อย แล้วเอ๋เขากลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เอ๋ก็นอนไม่หลับ เขาไม่สามารถคุยเรื่องอะไรได้เลย พี่จะต้องเป็นคนวางแผน 1-2-3-4-5-6 ไปคุยเรื่องประกัน นัดหมอผ่าตัด จนต้องบอกว่าวันที่อยู่ห้องผ่าตัดคือวันที่พี่กลัวที่สุด แล้วมันจะคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย"
ตอนนั้นคิดอะไรบ้าง?
"เชื่อไหมว่ามันคิดอะไรไม่ออกเลย เรื่องกลัวว่าจะตาย เราคิดว่าเอ๋ไม่ตายหรอก แต่เราไม่อยากให้เขาเป็น เราก็ภาวนาขอให้ไม่เป็นๆ สุดท้ายหมออกมาบอกว่าตัดชิ้นเนื้อออกแล้วจะไปตรวจอีกครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวจะออกมาบอก พอครึ่งชั่วโมงผ่านไปคุณหมอหายไป 2 ชั่วโมงกว่า เราพอจะเดาได้แล้วว่า สงสัยมะเร็งแน่
แต่คุณหมอยังไม่ได้ออกมาบอก พอเสร็จคุณหมอออกมาบอกว่า เป็นมะเร็งนะคะ ตอนนี้คุณหมอได้เอาน้ำเหลืองหลายๆ จุด เดี๋ยวจะเอาไปตรวจต่อแล้วจะรู้ผลอีก 3 วัน มันเป็นความทรมานมากๆ ในวันนั้นจริงๆ มันยาวนานจริงๆ แล้วไม่จบสิ้น เพราะเราต้แองรอผลอีก 3 วัน"
ตอนป่วยเลือกที่จะไม่บอกใคร วันที่พี่เอ๋รู้ผลคือวันที่เราจัดงานวันเกิดเมย์ เฟื่องอารมณ์ เอ๋ดูซึมผิดปกติ แต่ไม่บอกใคร มีหนิงไปคุยกับเขา แล้วเขาบอกว่าห้ามบอกใคร ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง?
"งานเมย์พี่บอกเอ๋ว่าไม่ต้องไปหรอก งานรื่นเริง พี่ว่าจิตใจเอ๋ไม่ไหวหรอกที่จะไป เอ๋ก็บอกว่าเขานัดแล้ว เขาอยากไปเจอเพื่อน เขาคิดว่าการได้เจอเพื่อน เขาจะดีขึ้น แต่มันไม่เลย ยิ่งเจอเพื่อน ยิ่งแย่ลง เขามีความลับที่อยากบอกเพื่อน แต่เขาบอกไม่ได้ มันเหมือนกดตัวเขาให้ดำดิ่งลงไปอีก ก็บอกว่าเอ๋ต้องดูแลตัวเองนะ เอ๋ไม่มีเวลาคิดอย่างอื่น
ส่วนเรื่องที่เราไม่บอกคนรอบข้างหรือเพื่อนเพราะอะไร คือเรารอให้สรุปก่อนไหม มันไม่นานหรอก เพราะว่าอีก 3 วันเราจะไปผ่าอยู่แล้ว คือแม่พี่ 87 แล้ว แม่เอ๋จะ 70 อยู่แล้ว ทุกคนอายุเยอะหมดแล้ว แล้วเราไม่ได้อยู่ในจุดที่ให้ผู้ใหญ่มาอดตาหลับ ขับตานอน หรือผู้ใหญ่ท่านจะนอนไม่หลับไปด้วย มันเป็นเรื่องใหญ่มาก
พี่เลยบอกว่าเดี๋ยวพี่จัดการเอง พี่จะพาเอ๋ไป พอเราผ่าเสร็จเดี๋ยวเราจะเล่าให้ทุกคนฟัง แต่ขอให้มันเรียบร้อยก่อนเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาซับซ้อนหรืออะไร แค่เป็นห่วงคนทั้งหมด โดยเฉพาะลูกๆ ของเราเอง"
ลูกรู้ตอนไหน?
"ตอนผ่าแล้ว ตอนนั้นบอกว่าแม่ไม่สบายต้องผ่าตัด แต่ไม่ได้บอกว่าแม่เป็นมะเร็ง เพราะเราก็อยากจะรู้ให้มันจบก่อนว่ามันเป็นระยะไหนยังไง พอตอนอยู่โรงพยาบาล ลูกไปเยี่ยม เราก็บอกว่าแม่เป็นมะเร็งนะรู้จักหรือเปล่าว่าคืออะไร คนโตเขาก็โตพอที่จะหาข้อมูลได้
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดแม่อาจจะไม่ได้อยู่แล้วนะ แต่ไม่อยากให้คิดไปถึงขนาดนั้น เขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น เวลาแม่กลับบ้านต้องอย่าดื้อกับแม่นะ พี่ก็ทึ่งกับเด็กยุคใหม่เหมือนกัน เขาเข้าใจและให้ความร่วมมือ ประทับใจลูกๆ เราเหมือนกัน"
พอมันผ่านเหตุการณ์มา พี่ก็ได้แชร์คลิปนึง พวกเราจะรู้ดีว่าเจตนาของพี่ป๋อว่าอยากจะแชร์อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพ แต่มีทัวร์มาลงเอาคอนเทนต์ความเป็นความตายมาเล่น ถึงขั้นมีคอมเมนต์มาด่า มาสาปแช่งพี่?
"ขอให้มันตายทั้งคู่บ้าง ขอให้มันเป็นระยะที่4 ทั้งผัว ทั้งเมียก็ไม่รู้จะทำยังไง คือเจตนาเราเล่าผ่านอินสตาแกรมมันสั้นๆ แล้วเราทำยูทูบอยู่แล้ว เราก็คิดว่าเราเล่าผ่านยูทูบดีกว่าจะได้สัมภาษณ์คุณหมอด้วย เล่าความรู้สึกเราด้วย ทำให้เป็นสตอรี่น่าสนใจ"
เป้าหมายของพี่ป๋อเองทำให้คนตระหนักเรื่องการดูแลตัวเอง แต่พอคนที่ไม่เข้าใจมองว่าพี่ต้องการยอดไลก์ ให้คนเข้ามาดูเยอะ?
"ผมไม่ได้โกรธคนเหล่านั้น ผมแค่รู้สึกเสียใจมากกว่าว่าผมไม่ควรทำเลย การที่ผมต้องดูแลเอ๋ที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่แล้วจะต้องให้เขามาเจอคนมาพูดสาปแช่งเขา คือผมรู้ว่ามันเป็นส่วนน้อยมาก คนที่อวยพรให้เราหายดี คนที่เข้าใจเรา90% แต่ 10% มันก็เข้าหูเรามาตลอด ขอใก้มันเป็นอย่างนี้ๆ พวกนี้มันชอบเล่นกับแสง หาแสง เล่นกับความรู้สึกของคน เราไม่พยามจะอธิบายดีกว่า แต่เราพยายามจะบอกว่า เราจะผ่านเรื่องนี้ไปยังไง คือเรารู้สึกผิดมาก ทุกวันนี้พี่เลิกทำยูทูบเลยนะ เพราะพี่รู้สึกผิดกับเรื่องนี้"
ทำไมพี่ไม่ก้าวผ่านเรื่องพวกนี้ พี่อยู่วงการมสตั้งนาน?
"พี่แค่รู้สึกผิดที่ทำคลิปนี้ขึ้นมาแล้วทำให้เอ๋โดนว่า การที่เจอมะเร็งระยะที่1 เหมือนเราใช้แต้มบุญหมดแล้ว เราอยากให้เอ๋มีบุญอีกหน่อย เราทำคลิปไหม เล่าคนอื่นฟังให้เขาไปตรวจ เผื่อช่วยเขาได้ สรุปเลยคลิปที่เอ๋ทำช่วยคนได้ไม่ต่ำกว่า 10 ราย
แล้วมีคนไข้หลายคนเขาดูคลิปแล้วไปตรวจแล้วเป็นมะเร็ง เขาเรียกว่าปรากฏการณ์ APT คือ เอ๋ พรทิพย์ มันมีมูลนิธินึงที่ทำเกี่ยวกับมะเร็งปอด เขาบอกว่าเขารณรงค์ให้คนไปตรวจนานมาก แต่1.ด้วยความที่มันแพง 2.ไม่มีคนไปทำ ทำให้คนไม่ตระหนักถึงการเป็นมะเร็งปอดก็เลยไม่ได้ไปตรวจ แต่พอเอ๋ พรทิพย์ เป็นโรงพยาบาลลดราคาลงไป มันกลายเป็นโปรโมชั่นทำให้คนเข้าไปถึงการตรวจมากขึ้นและช่วยรักษาคนมากขึ้น"
พี่พูดว่าให้พี่ตายแทนเอ๋ดีกว่า พี่ไม่อยากเห็นเอ๋สภาพนี้?
"ไม่ได้พูดให้มันโอเวอร์อะไรนะ ความหมายของผมคือเอ๋เลี้ยงลูกได้ดีกว่าพี่ เอ๋รู้ว่าลูกชอบกินอะไร เอ๋รู้ว่าทำอะไรกับลูกได้ดีกว่า เราเคยพูดกันว่าถ้าให้เลือก เอ๋อยู่เถอะ พี่ไปเอง แล้วเงินทองของพี่ทั้งหมดเอ๋เอาไปเลย ฝากไว้อย่างเดียว ฝากดูแม่หน่อย แม่พี่87 แล้ว อย่าทิ้งแม่พี่แล้วกัน บ้านเราคุยเรื่องความเป็นความตายเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นมะเร็ง
เพราะฉะนั้นพี่ไม่น่าจะรอด เอ๋ไม่สมควรอะ เธอดูแลตัวเองได้ดีมาก เธฮเลี้ยงลูกได้ดีมากพี่ภูมิใจในตัวเอ๋มากๆ เอ๋อย่าเพิ่งเป็นอะไรก็แล้วกัน พี่เชื่อว่าน้องไม่เป็นไร เห็นไหมว่าชีวิตคู่มันก็มีอยู่แค่นี้แหละ สุดท้านก็มีเอ๋กับพี่ที่อยู่กัน 2 คน เพื่อนๆ ที่เรารักถึงเวลาเขาก็กลับไปหาครอบครัวที่เขารัก วินาทีนี้เหลือเอ๋กับพี่เท่านั้นแหละที่จะอยู่ด้วยกัน เราไม่ต้องมาทะเลาะอะไรกันมากแล้วเนอะ โกรธเกลียดอะไรกันก็ให้อภัยกันเร็วๆ หน่อย"
พี่ป๋อได้บทเรียนกับการป่วยของพี่เอ๋ในครั้งนี้คือมันใกล้ความเป็น ความตายมาก?
"คนที่เรารักอยู่ในวินาทีที่ใกล้ความเป็น ความตายแล้วจริงๆ เราไม่ควรมานั่งเสียเวลากับเรื่อง toxic อีกต่อไป ตอนนี้เรา 2 คนน่าจะแบบน่าจะช่วยกันประคับประคอง เอ๋ประคองพี่นะ พี่ไม่ใช่ว่าเก่งนะ ทุกๆ ครั้งพี่ก็อ่อนแอมาก จริงๆ เอ๋แข็งแรงกว่าพี่อีก พี่แอคติ้งไปอย่างนั้นแหละ เพราะพี่เป็นนักแสดง แต่จริงข้างในพี่ก็แย่มาก พี่ไม่รู้สึกว่ามันจะผ่านไปได้หรอก ถ้าพี่ไม่มีเอ๋"
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ตอบปมดราม่าเจอเทียบ "ผอ.เจนภพ แรงเงา" ไม่เริ่ดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ลองเปิดใจก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ตอบปมดราม่าเจอเทียบ "ผอ.เจนภพ แรงเงา" ไม่เริ่ดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ลองเปิดใจก่อน
- “ป๋อ ณัฐวุฒิ” รีวิวชีวิตวัย 50 ไม่ตะบี้ตะบันทำงานหนักเกินไป หันมาใส่ใจสุขภาพ
- เจนนี่ สอนเทคนิค ป๋อ-เอ๋ ไลฟ์สดขายของ TikTok จนทำยอดขายเพิ่มอีก 2 ล้าน
- ป๋อ-เอ๋ เคยทะเลาะหนักเหมือนคนที่ไม่รักกันแล้ว เล่าวันโดนดราม่าหนัก เจอคนแช่งให้ตาย
- ป๋อ ณัฐวุฒิ เผยเหตุผลทำหน้าที่เกาหลี กลับมาดูแลสุขภาพจะได้อยู่กับลูกไปนานๆ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath