โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ป๋อ ณัฐวุฒิ" ตอบปมดราม่าเจอเทียบ "ผอ.เจนภพ แรงเงา" ไม่เริ่ดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ลองเปิดใจก่อน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เปิดใจนักแสดงความสามารถป๋อ ณัฐวุฒิ ถึงบททดสอบชีวิตครั้งใหญ่ภรรยา เอ๋ พรทิพย์ ตรวจพบมะเร็งแบบไม่ทันตั้งตัว พูดเลยว่าความเป็น ความตายมันใกล้กันนิดเดียว และจากวันที่ช็อกจนพูดไม่ออกสู่วันที่ต้องเข้มแข็งจับมือให้กำลังใจเคียงข้างภรรยาจนผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาได้ พร้อมเล่าถึงแรงกระแทกดราม่าหนัก คอมเมนต์แรงถึงขั้นแช่งให้ตาย

และล่าสุดหนุ่มป๋อยังรับบท ผอ.เจนภพ 2026 ในละคร แรงเงา แต่ก็มีดราม่าเวอร์ชั่นนี้ไม่เริดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31

ตอนนี้กำลังร้อนแรงมาก สำหรับละคร แรงเงา เปิดตัวปุ๊บเป็นกระแสทุกคนว้าว..นี่นะเหรอ ผอ.เจนภพ?

"พี่ต้องอุบอยู่ประมาณเดือนกว่า คือเรารู้เรื่องนี้มาพอสมควรแล้ว แต่ว่าต้องบอกว่าผมกับพี่เบนซ์ไม่รู้นะว่าใครได้เล่นอะไร เขาไม่ได้บอกไลน์อัพ มาประมาณสักเดือนกว่าเขาบอกให้เก็บเป็นความลับจนกว่าเราจะไปถ่ายแล้วไปเจอเบนซ์ ก็ดีเพราะเราเคยเล่นละครด้วยกัน"

ย้อนกลับไป 13 ปีที่แล้ว พี่ป๋อกับเบนซ์?

"คือเบนซ์เป็นนางเอกคนแรกที่ร่วมงานกับทางช่อง3 เล่นแล้วเข้าขามาก ชอบมาก หลังจากนั้นเธอก็ไปมีสามีและมีลูก แยกย้ายกันไป 10 กว่าปีแล้วเขาก็ไม่ได้เล่นอะไรอีกเลยจนกลับมาเรื่องนี้นี่แหละ"

พอมันเปิดตัวออกไปแล้วมันก็มีหลายกระแส บางคนบอก ผอ.เจนภพ ไม่เริดเท่าเวอร์ชั่นที่แล้ว เจษก็ไม่น่ากินเหมือนเวอร์ชั่นที่แล้ว ทำไมทุกคนต้องมาแย่งสองคนนี้?

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ปล่อยให้พี่ทำงานก่อนเนอะ คือพี่ทำงานมา 28 ปีในวงการ เมื่อก่อนพี่ก็ไม่ได้เล่นบู๊ แต่พี่มาเล่นบู๊จนพี่ได้รางวัล พี่คือนักแสดง ในเมื่อบทมันติดต่อมาเป็นบทที่ดี โอกาสมันอยู่ตรงหน้าใครบ้างจะไม่เอา พี่เชื่อว่าพี่บอย ถกลเกียรติ หรือช่องวัน เขาไม่ได้แคสมั่วๆ ผมว่าเขาประชุมหลายสิบครั้งกว่าจะได้ตัวละครมาวันนี้"

มีอีกตัวละครที่เขากำลังสืบอยู่ ใครคือ นก ในเรื่องนี้?

"รู้แล้วด้วย แต่บอกไม่ได้ ขอโทษนะ ถามว่าเขาห้ามไหม เขาไม่ได้ห้ามหรอกครับ แค่ไม่พูดกัน"

ก่อนหน้านี้เอ๋เขาป่วยหนัก?

"ก็เป็นมะเร็งปอด คือผ่านขั้นตอนการรักษาที่ยากที่สุดไปแล้ว นั่นคือตัดออกไปแล้ว ระยะคือ A1 ซึ่งเกิดจาก PM2.5 ตอนนี้เข้าสู่การไปแสกนรอบที่2 แล้ว 6 เดือนผ่านไป รอบที่2 ปลอดภัยดี ไม่ไปน้ำเหลือง เราจะทำอย่างนี้อีก 5 ปี 2 ปีแรกจะเป็นช่วงที่เขากลับมาได้เร็วที่สุด หมายความว่ามะเร็งอาจจะกลับมาในช่วง 2 ปีนี้ ต้องมีวินัย ไปตรวจๆ"

ทุก 6 เดือนต้องไปเช็คอัพ?

"ใช่ ทุก 6 เดือนก็จะหลอนหน่อย เอ๋ก็จะนอนไม่หลับ"

ถ้าย้อนไปเกือบจะปีแล้วที่รู้เรื่องนี้?

"ใช่ๆ ประมาณนั้น"

ณ วันนี้ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษที่เป็นข้อห้ามของหมอเลย?

"หมอบอกใช้ชีวิตปกติได้เลย 1.คือเรารักษาไปแล้ว คือเอ๋ไม่ต้องคีโม ไม่ต้องฉายแสง ไม่ต้องกินยามุ่งเป้าใดๆ ทั้งสิ้น คือทุกอย่างจบแล้ว เพียงแค่คอยไปสังเกตทุกๆ 6 เดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอ๋ต้องกลับมาให้ได้ ในฐานะบุคคล ในฐานะมนุษย์ปกติ เพราะสภาพจิตใจตอนนั้รมันล้มเหลว มันพังไปพอสมควรเหมือนกัน ถ้าคนไม่เป็นมะเร็งไม่เข้าใจนะ เราเป็นคนในครอบครัวที่เอ๋เป็นมะเร็ง เรารู้เลยว่ามันยากมาก สำหรับทุกๆ คนจริงๆ"

ตอนนี้สภาพจิตใจของพี่เอ๋เป็นยังไงบ้าง?

"ดีขึ้นครับ คือเอ๋เขาเรียนรู้จากเรื่องนี้มากขึ้น เขารู้แล้วว่าชีวิตเขา เขาจะไม่ไปเสียเวลากับอะไร เขาบอกตัวเองว่า เขามีความสุขเลยดีกว่า"

เอ๋เปลี่ยนเป็นคนใหม่ก็ว่าได้?

"ใช่ครับ เราคุยกันเสมอว่า จุดที่เอ๋เป็นมันมีคนเป็นหนักกว่าเอ๋ มีคนที่เป็นเบากว่าเอ๋ เมื่อเอ๋ก้าวมาสู่โลกแห่งความเป็นมะเร็งแล้ว นั่นก็เหมือนกับว่าเอ๋มีโอกาสเป็นหรือตายในเวลาใกล้ๆ กัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเอ๋อย่าไปเสียเวลากับชีวิตอีกต่อไปนะ ชีวิตที่เหลือเธออยากทำอะไร เธอทำ ถ้าเธอโกรธพี่ เธอต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยพี่ ถ้าเธอไม่ชอบพี่ เธอต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยๆ คือเราต้องใช้ชีวิตเปลี่ยนใหม่จริงๆ เพราะว่าเมื่อก่อนเราเหมือนลิ้นกับฟัน เราทะเลาะกัน เดี๋ยวนี้เอ๋ทะเลาะกับพี่น้อยมาก ถ้าทะเลาะเอ๋ใช้เวลาแป๊บเดียว เดินไปเขาก็ดีขึ้นแล้ว ซึ่งพี่ใช้ชีวิตสบายมาก"

พี่ป๋อจากผู้ชายที่โคตรดุ ตอนนี้เป็นผู้ชายอบอุ่น ใจเย็น ใจดี?

"ใช่ๆ เมื่อก่อนใช้ชีวิตคนเดียว เหมือนสู้คนเดียว ไม่สนอะไรทำแต่งาน แต่วันนี้มีเอ๋ก็จริงนะ ยังไม่ลด ละ อีโก้ของตัวเอง อีโก้มันเป็นสิ่งที่ทั้งดีและไม่ดี มันพาเราไปสู่ความสำเร็จเหมือนกัน แต่นอนว่าใครที่เขาร่วมขบวนไปกับเราเขาก็จะเหนื่อยไปด้วย แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้พี่เข้าใจมากขึ้น พี่จะช้าลง เพื่อให้เอ๋ขึ้นขบวนรถไปด้วยกัน และมีความสุขไปด้วยกัน"

วันนั้นที่รู้เรื่องมะเร็งของเอ๋มันเกิดจากที่พี่ป๋อไปตรวจสุขภาพไม่ใช่เอ๋จะไป?

"อันนี้เป็นความเชื่อนะ พี่ว่าเจ้าที่พี่ คือทุกๆ ตี1 พี่ปวดตรงข้างหลังล่าง แล้วพี่เป็นแบบนี้มา 3-4 คืน สงสัยเป็นโรคไตแน่เลย ก็ไปหาข้อมูลว่าปวดตรงนี้เป็นโรคอะไร คือมันจี๊ดมากแบบนอนไม่หลับ พี่รู้สึกว่าต้องไปตรวจสุขภาพแล้ว เพราะมันเลยปีนึงละ ประมาณปีครึ่ง

พี่ก็เลยบอกเอ๋ว่าพี่ต้องไปตรวจแล้ว พี่กลัวเป็นโรคไต กลัวไม่สบาย สรุปไปตรวจคือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่คุณเอ๋เขาบอกหนูว่าง ไปตรวจด้วยกันเลยทีเดียว แต่คุณเอ๋หมอทำหน้าเลิ่กลั่ก แล้วโทรเช็คเงียบๆ แล้วบอกพี่เอ๋มีเวลาไหม เดี๋ยวพบหมอแป๊บนึง หมอปอดสัก 1 ชั่วโมง พอพบหมอปอดเสร็จ เดี๋ยวหมอปอดจะให้เจอหมอผ่าตัด เจอหมอผ่าตัดคนแรก หมอพูดเลยมะเร็ง"

พี่เอ๋ดูแลตัวเองดีมากๆ กินคลีน ออกกำลังกาย แล้วมันเกิดจากอะไรตอนนั้นที่คุณหมอบอก?

"PM2.5 ครับ พี่พูดเสมอเอ๋ไม่ตายหรอก ถ้าตายพี่ตายก่อน เพร่ะเอ๋กินก็ดี ออกกำลังกาย นอนก็ดี ทุกอย่างดีหมด แต่มันเกิดจาก PM 2.5 ครับ สมมติว่าวันนี้เราตรวจเจอ เราย้อนกลับไปว่า 2 ปีที่แล้วคุณเอ๋มีจุดอยู่ อีกปีก็มีจุดเดิมนี่แหละในขนาด 6 มิลลิเมตร แต่ในวันนี้ที่เราตรวจมันเพิ่มขนาดเป็น 1 เซนติเมตร เท่ากับว่ามันโตขึ้น หมอไม่แฮปปี้ มันต้องตรวจ สุดท้ายมันต้องผ่านกระบวนการผ่าตัดก่อน เพื่อจะเอาเนื้อตรงนั้นไปตรวจ"

วันที่ผ่าตัดพี่ป๋อต้องเข้มแข็งขนาดไหน?

"ทุกคนก็กลัวหมด พี่ก็กลัว ถึงแม้เราจะรู้ว่ามันเป็นระยะที่1 เราก็กำลังใจดีในระดับ1 แต่เราก็กลัวไปสู่น้ำเหลือต่อ กลัวมันจะยากไปกว่านี้หน่อย แล้วเอ๋เขากลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เอ๋ก็นอนไม่หลับ เขาไม่สามารถคุยเรื่องอะไรได้เลย พี่จะต้องเป็นคนวางแผน 1-2-3-4-5-6 ไปคุยเรื่องประกัน นัดหมอผ่าตัด จนต้องบอกว่าวันที่อยู่ห้องผ่าตัดคือวันที่พี่กลัวที่สุด แล้วมันจะคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย"

ตอนนั้นคิดอะไรบ้าง?

"เชื่อไหมว่ามันคิดอะไรไม่ออกเลย เรื่องกลัวว่าจะตาย เราคิดว่าเอ๋ไม่ตายหรอก แต่เราไม่อยากให้เขาเป็น เราก็ภาวนาขอให้ไม่เป็นๆ สุดท้ายหมออกมาบอกว่าตัดชิ้นเนื้อออกแล้วจะไปตรวจอีกครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวจะออกมาบอก พอครึ่งชั่วโมงผ่านไปคุณหมอหายไป 2 ชั่วโมงกว่า เราพอจะเดาได้แล้วว่า สงสัยมะเร็งแน่

แต่คุณหมอยังไม่ได้ออกมาบอก พอเสร็จคุณหมอออกมาบอกว่า เป็นมะเร็งนะคะ ตอนนี้คุณหมอได้เอาน้ำเหลืองหลายๆ จุด เดี๋ยวจะเอาไปตรวจต่อแล้วจะรู้ผลอีก 3 วัน มันเป็นความทรมานมากๆ ในวันนั้นจริงๆ มันยาวนานจริงๆ แล้วไม่จบสิ้น เพราะเราต้แองรอผลอีก 3 วัน"

ตอนป่วยเลือกที่จะไม่บอกใคร วันที่พี่เอ๋รู้ผลคือวันที่เราจัดงานวันเกิดเมย์ เฟื่องอารมณ์ เอ๋ดูซึมผิดปกติ แต่ไม่บอกใคร มีหนิงไปคุยกับเขา แล้วเขาบอกว่าห้ามบอกใคร ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง?

"งานเมย์พี่บอกเอ๋ว่าไม่ต้องไปหรอก งานรื่นเริง พี่ว่าจิตใจเอ๋ไม่ไหวหรอกที่จะไป เอ๋ก็บอกว่าเขานัดแล้ว เขาอยากไปเจอเพื่อน เขาคิดว่าการได้เจอเพื่อน เขาจะดีขึ้น แต่มันไม่เลย ยิ่งเจอเพื่อน ยิ่งแย่ลง เขามีความลับที่อยากบอกเพื่อน แต่เขาบอกไม่ได้ มันเหมือนกดตัวเขาให้ดำดิ่งลงไปอีก ก็บอกว่าเอ๋ต้องดูแลตัวเองนะ เอ๋ไม่มีเวลาคิดอย่างอื่น

ส่วนเรื่องที่เราไม่บอกคนรอบข้างหรือเพื่อนเพราะอะไร คือเรารอให้สรุปก่อนไหม มันไม่นานหรอก เพราะว่าอีก 3 วันเราจะไปผ่าอยู่แล้ว คือแม่พี่ 87 แล้ว แม่เอ๋จะ 70 อยู่แล้ว ทุกคนอายุเยอะหมดแล้ว แล้วเราไม่ได้อยู่ในจุดที่ให้ผู้ใหญ่มาอดตาหลับ ขับตานอน หรือผู้ใหญ่ท่านจะนอนไม่หลับไปด้วย มันเป็นเรื่องใหญ่มาก

พี่เลยบอกว่าเดี๋ยวพี่จัดการเอง พี่จะพาเอ๋ไป พอเราผ่าเสร็จเดี๋ยวเราจะเล่าให้ทุกคนฟัง แต่ขอให้มันเรียบร้อยก่อนเท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาซับซ้อนหรืออะไร แค่เป็นห่วงคนทั้งหมด โดยเฉพาะลูกๆ ของเราเอง"

ลูกรู้ตอนไหน?

"ตอนผ่าแล้ว ตอนนั้นบอกว่าแม่ไม่สบายต้องผ่าตัด แต่ไม่ได้บอกว่าแม่เป็นมะเร็ง เพราะเราก็อยากจะรู้ให้มันจบก่อนว่ามันเป็นระยะไหนยังไง พอตอนอยู่โรงพยาบาล ลูกไปเยี่ยม เราก็บอกว่าแม่เป็นมะเร็งนะรู้จักหรือเปล่าว่าคืออะไร คนโตเขาก็โตพอที่จะหาข้อมูลได้

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดแม่อาจจะไม่ได้อยู่แล้วนะ แต่ไม่อยากให้คิดไปถึงขนาดนั้น เขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น เวลาแม่กลับบ้านต้องอย่าดื้อกับแม่นะ พี่ก็ทึ่งกับเด็กยุคใหม่เหมือนกัน เขาเข้าใจและให้ความร่วมมือ ประทับใจลูกๆ เราเหมือนกัน"

พอมันผ่านเหตุการณ์มา พี่ก็ได้แชร์คลิปนึง พวกเราจะรู้ดีว่าเจตนาของพี่ป๋อว่าอยากจะแชร์อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพ แต่มีทัวร์มาลงเอาคอนเทนต์ความเป็นความตายมาเล่น ถึงขั้นมีคอมเมนต์มาด่า มาสาปแช่งพี่?

"ขอให้มันตายทั้งคู่บ้าง ขอให้มันเป็นระยะที่4 ทั้งผัว ทั้งเมียก็ไม่รู้จะทำยังไง คือเจตนาเราเล่าผ่านอินสตาแกรมมันสั้นๆ แล้วเราทำยูทูบอยู่แล้ว เราก็คิดว่าเราเล่าผ่านยูทูบดีกว่าจะได้สัมภาษณ์คุณหมอด้วย เล่าความรู้สึกเราด้วย ทำให้เป็นสตอรี่น่าสนใจ"

เป้าหมายของพี่ป๋อเองทำให้คนตระหนักเรื่องการดูแลตัวเอง แต่พอคนที่ไม่เข้าใจมองว่าพี่ต้องการยอดไลก์ ให้คนเข้ามาดูเยอะ?

"ผมไม่ได้โกรธคนเหล่านั้น ผมแค่รู้สึกเสียใจมากกว่าว่าผมไม่ควรทำเลย การที่ผมต้องดูแลเอ๋ที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่แล้วจะต้องให้เขามาเจอคนมาพูดสาปแช่งเขา คือผมรู้ว่ามันเป็นส่วนน้อยมาก คนที่อวยพรให้เราหายดี คนที่เข้าใจเรา90% แต่ 10% มันก็เข้าหูเรามาตลอด ขอใก้มันเป็นอย่างนี้ๆ พวกนี้มันชอบเล่นกับแสง หาแสง เล่นกับความรู้สึกของคน เราไม่พยามจะอธิบายดีกว่า แต่เราพยายามจะบอกว่า เราจะผ่านเรื่องนี้ไปยังไง คือเรารู้สึกผิดมาก ทุกวันนี้พี่เลิกทำยูทูบเลยนะ เพราะพี่รู้สึกผิดกับเรื่องนี้"

ทำไมพี่ไม่ก้าวผ่านเรื่องพวกนี้ พี่อยู่วงการมสตั้งนาน?

"พี่แค่รู้สึกผิดที่ทำคลิปนี้ขึ้นมาแล้วทำให้เอ๋โดนว่า การที่เจอมะเร็งระยะที่1 เหมือนเราใช้แต้มบุญหมดแล้ว เราอยากให้เอ๋มีบุญอีกหน่อย เราทำคลิปไหม เล่าคนอื่นฟังให้เขาไปตรวจ เผื่อช่วยเขาได้ สรุปเลยคลิปที่เอ๋ทำช่วยคนได้ไม่ต่ำกว่า 10 ราย

แล้วมีคนไข้หลายคนเขาดูคลิปแล้วไปตรวจแล้วเป็นมะเร็ง เขาเรียกว่าปรากฏการณ์ APT คือ เอ๋ พรทิพย์ มันมีมูลนิธินึงที่ทำเกี่ยวกับมะเร็งปอด เขาบอกว่าเขารณรงค์ให้คนไปตรวจนานมาก แต่1.ด้วยความที่มันแพง 2.ไม่มีคนไปทำ ทำให้คนไม่ตระหนักถึงการเป็นมะเร็งปอดก็เลยไม่ได้ไปตรวจ แต่พอเอ๋ พรทิพย์ เป็นโรงพยาบาลลดราคาลงไป มันกลายเป็นโปรโมชั่นทำให้คนเข้าไปถึงการตรวจมากขึ้นและช่วยรักษาคนมากขึ้น"

พี่พูดว่าให้พี่ตายแทนเอ๋ดีกว่า พี่ไม่อยากเห็นเอ๋สภาพนี้?

"ไม่ได้พูดให้มันโอเวอร์อะไรนะ ความหมายของผมคือเอ๋เลี้ยงลูกได้ดีกว่าพี่ เอ๋รู้ว่าลูกชอบกินอะไร เอ๋รู้ว่าทำอะไรกับลูกได้ดีกว่า เราเคยพูดกันว่าถ้าให้เลือก เอ๋อยู่เถอะ พี่ไปเอง แล้วเงินทองของพี่ทั้งหมดเอ๋เอาไปเลย ฝากไว้อย่างเดียว ฝากดูแม่หน่อย แม่พี่87 แล้ว อย่าทิ้งแม่พี่แล้วกัน บ้านเราคุยเรื่องความเป็นความตายเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าพ่อพี่ก็เป็นมะเร็ง

เพราะฉะนั้นพี่ไม่น่าจะรอด เอ๋ไม่สมควรอะ เธอดูแลตัวเองได้ดีมาก เธฮเลี้ยงลูกได้ดีมากพี่ภูมิใจในตัวเอ๋มากๆ เอ๋อย่าเพิ่งเป็นอะไรก็แล้วกัน พี่เชื่อว่าน้องไม่เป็นไร เห็นไหมว่าชีวิตคู่มันก็มีอยู่แค่นี้แหละ สุดท้านก็มีเอ๋กับพี่ที่อยู่กัน 2 คน เพื่อนๆ ที่เรารักถึงเวลาเขาก็กลับไปหาครอบครัวที่เขารัก วินาทีนี้เหลือเอ๋กับพี่เท่านั้นแหละที่จะอยู่ด้วยกัน เราไม่ต้องมาทะเลาะอะไรกันมากแล้วเนอะ โกรธเกลียดอะไรกันก็ให้อภัยกันเร็วๆ หน่อย"

พี่ป๋อได้บทเรียนกับการป่วยของพี่เอ๋ในครั้งนี้คือมันใกล้ความเป็น ความตายมาก?

"คนที่เรารักอยู่ในวินาทีที่ใกล้ความเป็น ความตายแล้วจริงๆ เราไม่ควรมานั่งเสียเวลากับเรื่อง toxic อีกต่อไป ตอนนี้เรา 2 คนน่าจะแบบน่าจะช่วยกันประคับประคอง เอ๋ประคองพี่นะ พี่ไม่ใช่ว่าเก่งนะ ทุกๆ ครั้งพี่ก็อ่อนแอมาก จริงๆ เอ๋แข็งแรงกว่าพี่อีก พี่แอคติ้งไปอย่างนั้นแหละ เพราะพี่เป็นนักแสดง แต่จริงข้างในพี่ก็แย่มาก พี่ไม่รู้สึกว่ามันจะผ่านไปได้หรอก ถ้าพี่ไม่มีเอ๋"

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "ป๋อ ณัฐวุฒิ" ตอบปมดราม่าเจอเทียบ "ผอ.เจนภพ แรงเงา" ไม่เริ่ดเท่าเวอร์ชั่นเก่า ลองเปิดใจก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...