โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียนต่ออังกฤษหาที่พักยังไงดี? แชร์ Tips ฉบับมือใหม่ & ชี้เป้าพิกัดซื้อของเข้าหอ | Dek-D x UK

Dek-D.com

เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 07.12 น. • DEK-D.com
แชร์ Tips ฉบับมือใหม่ & ชี้เป้าร้านสำหรับซื้อของให้เข้าหอที่ประเทศอังกฤษ!

Hello! สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ค่ะ ตอนนี้พี่พลอยกี้มีโอกาสเดินทางมาเรียนต่อ ป.โท ที่‘University of Leeds’เมืองลีดส์ (Leeds) ประเทศสหราชอาณาจักร และล่าสุดก็เพิ่งซื้อของเข้าหอไป วันนี้พี่เลยอยากมาแชร์ทริกการเลือกหอพัก รวมถึงชี้เป้าร้านน่าสนใจในการเลือกซื้อของใช้เข้าหอกัน จะมีร้านไหนบ้าง เลื่อนไปส่องกันเลยค่ะ Let’s go~

ประเภทหอพักสำหรับนักศึกษาใน UK

ต้องบอกว่าที่อังกฤษมีตัวเลือกหอพักเยอะมากๆ พี่ขอยกตัวอย่างประเภทที่พักหลักๆ ที่นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกอยู่กันตามด้านล่างเลยค่ะ

1. หอพักในมหาวิทยาลัย (On-campus accommodation)

หรือรู้จักกันในชื่อ‘Halls of Residence’ หรือ‘University Halls’เป็นหอที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดูแล และถือเป็นตัวเลือกยอดฮิตของนักศึกษาก็ว่าได้ เพราะโลเคชันมักอยู่ภายในหรืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่าหอประเภทอื่น แถมราคายังเป็นมิตรกับนักศึกษา คิดค่าน้ำ-ค่าไฟแบบเหมารวมอยู่ในค่าเช่าห้องเรียบร้อย นอกจากนี้น้องๆ อาจได้สิทธิประโยชน์อื่นเพิ่มเติมจากมหา’ลัยด้วย เช่น คนที่พักในหอของ University of Leeds จะได้สิทธิ์ในการใช้บริการศูนย์กีฬาฟรีทันที (ไม่ต้องสมัคร membership เพิ่ม)

2. หอพักนักศึกษาของเอกชน (Purpose-built student accommodation หรือ PBSA)

หรือที่เราคุ้นกันว่า‘หอนอก’ นั่นเอง เป็นหอพักที่บริษัทเอกชนเป็นผู้ดูแล ซึ่งจะมีอยู่หลายเครือ เช่น IQ, Vita, Prestige Student Living เป็นต้น บางที่อาจตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย บางที่อาจอยู่ใกล้ตัวเมือง (City Centre) อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของน้องๆ แต่ละคนเลยว่าอยากพักจุดไหน และด้วยความที่เป็นหอพักของนักศึกษา แน่นอนว่าเรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก แต่ละที่จะมี CCTV หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและยังคิดค่าน้ำ-ค่าไฟแบบเหมารวมเช่นเดียวกับหอใน นอกจากนี้อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อยู่ภายในหอด้วย เช่น ยิม, ห้องซักผ้า, ห้องอ่านหนังสือ, อาหารเช้าแบบ Grab & Go เป็นต้น (แล้วแต่ที่)

3. บ้านพักแบบแชร์ (Shared House)

ส่วนใหญ่มีโลเคชันอยู่ห่างจากตัวเมืองและมหาวิทยาลัย แต่ข้อดีคือมีค่าเช่าย่อมเยากว่าตัวเลือกอื่น แถมถ้าใครมีเพื่อนเยอะแล้วอยากแชร์บ้านอยู่ด้วยกันก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ แต่ขอโน้ตไว้นิดนึงว่าที่พักประเภทนี้อาจไม่ได้รวมบิลค่าน้ำ-ค่าไฟ และบริการ Maintenance เพื่อซ่อมแซมความเสียหายเหมือนกับหอพักในสองข้อแรกนะคะ

เลือกห้องแบบไหนดี?

หากน้องๆ เลือกได้แล้วว่าจะอยู่หอพักไหน แต่ละแห่งก็จะมีประเภทห้องให้เลือกด้วยค่ะ โดยปกติแล้วจะมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  • Shared room: พูดง่ายๆ ก็คือการแชร์ห้องอยู่กับเพื่อนนั่นเอง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะเราต้องใช้ Facilities ทั้งหมดในห้องร่วมกับรูมเมท
  • Private roomหรือ En-suite: เป็นห้องพักยอดฮิตของนักศึกษาก็ว่าได้ เพราะราคาแรงเท่าการอยู่ห้องแบบ Studio ห้องประเภทนี้จะเป็นห้องใหญ่ อยู่รวมกันประมาณ 5-8 คน แต่น้องๆ จะได้ห้องนอนส่วนตัวแยก (บางที่อาจมีห้องน้ำส่วนตัวให้) แต่ก็ยังต้องแชร์ Facilities อื่นๆ (เช่น ครัว เครื่องซักผ้า เป็นต้น) กับเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน ข้อดีคือเราอาจไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องครัวเพราะทางหอพักหรือคนที่พักอยู่ก่อนหน้าอาจทิ้งของไว้ให้ค่ะ
  • Studio: ห้องประเภทนี้เหมาะกับน้องๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ โซนครัว โต๊ะอ่านหนังสือ แต่ก็แลกมาด้วยราคาค่าเช่าที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

สำหรับการเลือกหอและห้องนั้น น้องๆ อาจพิจารณาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง โลเคชันของหอ รวมไปถึงเรตค่าเช่าที่เราสามารถจ่ายไหว ส่วนใหญ่แล้วหอพักที่ประเทศอังกฤษจะคิดค่าเช่าเป็นรายสัปดาห์ (per week) เรตก็จะแตกต่างกันตามประเภทหอ ประเภทห้อง และเมืองที่เราไปเรียนต่อ อย่างหอที่เมืองลีดส์ก็จะอยู่ที่ประมาณ 110 - 300 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้บางที่อาจมีตัวเลือกให้เราแบ่งจ่ายเป็นงวดได้ด้วยค่ะ

อีกหนึ่ง Tips ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์คือ แนะนำให้เข้า Google Map เพื่อเช็กโลเคชันของหอว่าอยู่ใกล้ร้านค้าใดบ้างเพื่อที่เวลาซื้อของจะได้สะดวกขึ้น รวมไปถึงเราจะได้ศึกษาวิธีเดินทางจากหอไปมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ และที่สำคัญคือก่อนเซ็นสัญญากับทางหอ น้องๆ ควรอ่านและทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุในสัญญาอย่างถี่ถ้วนด้วยนะคะ

ตามไปซื้อของเข้าหอกัน!

ทุกๆ ปีจะมีนักเรียนไทยที่เรียนจบแล้วส่งต่อของใช้ให้กับคนที่กำลังจะมาเรียนด้วย เรียกได้ว่าถึงขั้นลดแลกแจกแถมกันเลย น้องๆ สามารถเข้าไปส่องได้ที่กลุ่ม Facebookนักเรียนไทยในอังกฤษ Thai Student in UK’ นอกจากนี้แต่ละเมืองก็จะมีกลุ่ม Openchat สำหรับส่งของต่อแยกไปอีก ซึ่งข้อดีของการอยู่ในกลุ่มเหล่านี้คือเราจะได้ของในราคาถูก เช่น หม้อหุงข้าวราคา 5 ปอนด์ แต่ถ้าเราซื้อใหม่อาจต้องจ่ายขั้นต่ำ 15 ปอนด์เลยทีเดียว

แต่ที่เล่าทั้งหมดนั้นพี่ไม่ทันของส่งต่อใดๆ เพราะกว่าพี่จะเดินทางมาถึงอังกฤษ คนขายก็บินกลับไทยกันแล้ว แถมของบางชิ้นพี่ก็ F ไม่ทันคนอื่น ทำให้พี่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปซื้อของเข้าหอเอง และนี่คือลิสต์ร้านทั้งหมดที่พี่ไปช้อปปิงมาค่ะ

Tesco Superstore

และนี่ก็คือร้านแรกที่พี่ไปเช็กอินค่ะ ให้ฟีลเหมือน Tops หรือ Lotus’s ที่ไทยค่ะ ความแตกต่างคือจะเป็น shop แบบ stand-alone ไม่ได้อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าใดๆ มีทั้งของใช้ในบ้าน เครื่องครัว อาหารแห้ง ของสด ผลไม้ Dairy Products ต่างๆ ให้เลือกซื้อเยอะมาก แต่ตอนที่พี่ไปถึง ทางร้านมีของที่พี่ต้องการไม่ครบ เลยต้องมูฟไปร้านอื่นต่อ

Primark

ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ดังของอังกฤษก็ว่าได้ สาขาที่พี่แวะไปมีทั้งหมด 3 ชั้นอยู่ภายในห้าง Trinity Leedsนอกจากจะขายเสื้อผ้าในราคาย่อมเยาแล้ว ยังมีของใช้ในบ้านขายด้วยค่ะ ของที่พี่ซื้อจากก็จะเป็นพวกเครื่องนอน เช่น หมอน ไส้ผ้านวม (Devet) ผ้าปูเตียง เป็นต้น ซึ่งก่อนที่เราจะซื้อก็ควรเช็กขนาดเตียงที่หอให้เรียบร้อยก่อนนะคะ อย่างตอนพี่ลืมถามคนดูแลหอว่าเตียงมีขนาดเท่าไหร่ ตอนซื้อเลยกะๆ เอา แต่ยังโชคดีที่ซื้อมาถูกไซส์

Boots

เชื่อว่าเป็นร้านที่น้องๆ หลายคนคุ้นหู สาขาที่พี่แวะไปอยู่ภายใน Trinity Leeds เช่นเดียวกับ Primark ภายในร้านจะขายสินค้าใกล้เคียงกับที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ยารักษาโรค เครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ ที่ดูแปลกตาไปคือจะมีโซน Food & Drink ให้เราซื้อของกินด้วย โดยเค้าจะมีอาหารให้เราเลือกจับคู่แบบ Meal Deal (อาหารจานหลัก + ขนม/ผลไม้ + เครื่องดื่ม) ซึ่งการเลือกซื้อแบบนี้จะทำให้เราได้อาหารในราคาที่ถูกลงค่ะ (ความจริงมีอีกหลายร้านเลยค่ะที่มี Meal Deal ให้ เช่น Tesco Express เป็นต้น)

Argos

ขายทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้าน แต่ความพิเศษคือ ตอนเดินเข้าไปในร้านเราจะไม่เห็นชั้นวางสินค้าอย่างร้านอื่นๆ เพราะเราต้องสั่งของผ่านเครื่องที่ตั้งหน้าร้านซึ่งให้ฟีลคล้ายกับการสั่งของออนไลน์ที่เราสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้าได้ และหลังจากจ่ายเงินที่เครื่องแล้ว เราก็ยื่นใบเสร็จให้พนักงานแล้วรอรับสินค้าได้ทันทีเลยค่ะ (สะดวกมาก)

แต่หากน้องๆ คนไหนอยากนอนช้อปที่หอ ก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ที่หน้าเว็บไซต์ Argos ได้เช่นกัน และเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะไปรับสินค้าเองที่ร้านหรือจะให้เขาเอามาส่งที่หอ และสำหรับใครที่ไม่รู้ว่าควรซื้ออะไรบ้าง ในเว็บไซต์ก็มีหมวด Uni Essentials ที่รวบรวมของต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการอยู่หอและการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ เช่น Laptop, เครื่องนอน, เครื่องครัว, อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ

TK Maxx

ร้านนี้ก็จะคล้ายๆ กับ Primark ค่ะ มีขายทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมลดราคา รองเท้า กระเป๋า ของใช้ภายในบ้าน ฯลฯ สาขาที่พี่แวะไปตั้งอยู่ใน Crown Point Shopping Parkซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้าดังหลายร้าน เช่น Argos, Poundland, M&S Foodhall, Currys ถ้าน้องๆ คนไหนอยากช้อปของเข้าหอให้ครบภายใน 1 วันก็แนะนำเลยค่ะ

Currys

เป็นร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์พี่ต้องขอเกริ่นก่อนว่าสาเหตุที่แวะมาร้านนี้ด้วยเพราะพี่กำลังตามหาพัดลม เนื่องจากในห้องพักค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว (หอพักส่วนใหญ่ในอังกฤษมักไม่มีแอร์ให้) แล้วโชคดีมากที่มีสินค้าในสต็อกเหลืออยู่เป็นชิ้นสุดท้ายพอดี ความประทับใจคือพนักงานเกือบทั้งร้านช่วยกันตามหาพัดลมให้ เพราะช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว เลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่หาซื้อพัดลมยาก อย่างถ้าสั่งซื้อกับร้าน Argos ต้องมารับของอีกวันนึง ถ้าน้องๆ คนไหนเป็นคนขี้ร้อนเหมือนพี่ แนะนำให้ลองถามไปในกลุ่มส่งของต่อตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ามีใครขายพัดลมไหม เพื่อที่เราจะได้ราคาที่ถูกลงและได้รับของทันทีที่มาถึงค่ะ

Poundland

รียกได้ว่าเป็นร้านในดวงใจของพี่ ณ ตอนนี้เลยค่ะ เพราะขายสินค้าหลากหลายทั้งเสื้อผ้า ขนม ของใช้ในบ้าน ฯลฯ และความปังคือสินค้าเกือบทั้งหมดมีราคา 1 ปอนด์ตามชื่อร้านเลยเรียกได้ว่าราคาย่อมเยาเหมาะกับนักศึกษาอย่างเราสุดๆ

แชร์ Tips เพิ่มเติมสำหรับมือใหม่

  • ร้านค้าเหล่านี้มักจะมี Membership Cardให้เราสมัคร (บางที่จะมีส่วนลดพิเศษให้นักศึกษาด้วย) ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดหรือสะสมแต้มได้ เบื้องต้นแนะนำให้น้องๆ สมัครสมาชิกได้ทางแอปพลิเคชันของแบรนด์เหล่านี้ค่ะ
  • บางร้านอาจขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าร้านอื่น โดยน้องๆ อาจลองเทียบราคาในหน้าเว็บไซต์ของหลายๆ ร้าน เพื่อที่เราจะได้ซื้อของในราคาที่ยังอยู่ใน Budget ที่ตั้งไว้ค่ะ
  • ตอนนี้ร้านค้าในอังกฤษส่วนใหญ่มีเครื่องชำระสินค้าด้วยตัวเอง (Self-checkout) ซึ่งวิธีการใช้งานก็ใกล้เคียงกับเครื่องที่ไทยค่ะ แต่เราอาจต้องสังเกตป้ายด้านบนนิดนึงว่าเครื่องนั้นรับเงินสด (Cash) ด้วยไหม เพราะบางเครื่องรับแค่บัตร (Card) เพียงอย่างเดียว
  • ร้านค้าทุกร้านจะไม่มีถุงใส่ของให้ ดังนั้นน้องๆ ควรเตรียมถุงผ้าพกติดกระเป๋าไว้เพราะถ้าใครซื้อของเยอะ เราอาจต้องเสียเงินซื้อถุงจากทางร้านเพิ่มอีกค่ะ
  • การซื้อของมีคม (มีด-กรรไกร)บางร้านจะต้องไปซื้อกับพนักงานโดยตรง และบางร้านเราต้องยื่น Passport หรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่นๆ ให้พนักงานเช็ก เพราะเขามีกฎห้ามขายมีดให้กับคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีนั่นเอง

………………………

เป็นไงบ้างคะกับข้อมูลเรื่องหอพักในประเทศอังกฤษและรีวิวประสบการณ์การซื้อของเข้าหอของพี่ ต้องบอกว่าเป็นการซื้อของที่ค่อนข้างวุ่นและเหนื่อยทีเดียว เพราะวันนั้นเป็นวันแรกที่พี่เดินทางมาถึงประเทศอังกฤษพอดี น้องๆ คนไหนที่เพิ่งแลนดิ้ง อยากเช็กอินเข้าห้องแล้วนอนพักผ่อนเลย หอส่วนมากจะมี Student Packs ให้เราสั่งซื้อพวกเครื่องนอน-เครื่องครัวไว้ก่อน พอเราเช็กอินเข้าพักก็จะได้รับของทันทีค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...