สภาพัฒน์ฯ หั่น GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.3-1.6% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
สภาพัฒน์ฯ หั่น GDP ไทยปี 69 จากผลสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อ 1 เดือนลดลงเหลือ 1.6% ยาวเกิน 1 เดือน เหลือ 1.3% จากเดิมคาด 2.0% มองกระทบเงินเฟ้อไม่มาก
2 มี.ค. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยภายหลังประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า สศช. ได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2569 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางออกเป็น 2 กรณี
กรณที่ 1 ความขัดแย้งไม่ยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดชั่วคราวสิ้นสุดไม่เกิน 1 เดือน คาดว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวอยู่ ในช่วง 95 - 105 ดอลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยในปี 2569 ลดลงเหลือ 1.6% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0%
กรณีที่ 2 ความขัดแย้งยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเกินกว่า 1 เดือน คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 115 - 125 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยในปี 2569 ลดลงเหลือเพียง 1.3% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0%
“ตอนนี้ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจจะมีหลายปัจจัย เบื้องต้นเราประเมินเฉพาะจากราคาน้ำมัน ส่วนเงินเฟ้อก็คาดว่าจะปรับขึ้นบ้างหากราคาน้ำมันปรับขึ้นแต่คงไม่ได้ปรับขึ้นเยอะมาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยมีกลไกการบริหารจัดการเสถียรภาพราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันอยู่แล้วทำให้ที่ผ่านมาช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงก็ไม่ได้ส่งผลต่อเงินเฟ้อมาก”