โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ฯ หั่น GDP ไทยปี 69 เหลือ 1.3-1.6% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 10.15 น.

สภาพัฒน์ฯ หั่น GDP ไทยปี 69 จากผลสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อ 1 เดือนลดลงเหลือ 1.6% ยาวเกิน 1 เดือน เหลือ 1.3% จากเดิมคาด 2.0% มองกระทบเงินเฟ้อไม่มาก

2 มี.ค. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยภายหลังประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า สศช. ได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 2569 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางออกเป็น 2 กรณี

กรณที่ 1 ความขัดแย้งไม่ยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดชั่วคราวสิ้นสุดไม่เกิน 1 เดือน คาดว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวอยู่ ในช่วง 95 - 105 ดอลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยในปี 2569 ลดลงเหลือ 1.6% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0%

กรณีที่ 2 ความขัดแย้งยืดเยื้อและช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเกินกว่า 1 เดือน คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 115 - 125 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ไทยในปี 2569 ลดลงเหลือเพียง 1.3% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0%

“ตอนนี้ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจจะมีหลายปัจจัย เบื้องต้นเราประเมินเฉพาะจากราคาน้ำมัน ส่วนเงินเฟ้อก็คาดว่าจะปรับขึ้นบ้างหากราคาน้ำมันปรับขึ้นแต่คงไม่ได้ปรับขึ้นเยอะมาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยมีกลไกการบริหารจัดการเสถียรภาพราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันอยู่แล้วทำให้ที่ผ่านมาช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงก็ไม่ได้ส่งผลต่อเงินเฟ้อมาก”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...