“หน่วยข่าวกรองสหรัฐ” ประเมิน “อิหร่าน” อาจตอบโต้สหรัฐ หลังผู้นำสูงสุดถูกสังหาร
"หน่วยข่าวกรองสหรัฐ" ประเมินอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตรมีแนวโน้มก่อเหตุโจมตีเฉพาะเป้าหมายในสหรัฐ แม้โอกาสโจมตีขนาดใหญ่ยังต่ำ
วันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 06.32 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐประเมินว่าอิหร่านและเครือข่ายพันธมิตร (proxies) อาจตอบโต้สหรัฐ หลังเหตุการณ์สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
รายงานประเมินภัยคุกคามลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานข่าวกรองและการวิเคราะห์ (Office of Intelligence and Analysis) แห่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (DHS) ระบุว่า อิหร่านและกลุ่มที่สนับสนุนมีแนวโน้มค่อนข้างสูง ที่จะก่อเหตุโจมตีแบบเฉพาะเป้าหมายภายในสหรัฐ แม้จะประเมินว่าโอกาสเกิดการโจมตีทางกายภาพขนาดใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำ
รายงานยังระบุว่า ความกังวลในระยะสั้นอยู่ที่กลุ่มแฮ็กทิวิสต์ที่ฝักใฝ่อิหร่าน ซึ่งอาจดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ในระดับต่ำต่อเครือข่ายของสหรัฐฯ เช่น การเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (website defacement) หรือการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS)
เอกสารของ DHS ระบุว่า แม้ความเป็นไปได้ของการโจมตีทางกายภาพขนาดใหญ่จะไม่สูง แต่อิหร่านและเครือข่ายยังคงเป็นภัยคุกคามต่อเนื่องต่อเป้าหมายเฉพาะภายในประเทศ และมีแนวโน้มเกือบแน่นอนว่าจะยกระดับมาตรการตอบโต้ หรือเรียกร้องให้มีการตอบโต้ หากมีการยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน
ด้าน คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ กล่าวตอบคำถามสื่อว่า เธอกำลังประสานงานโดยตรงกับหน่วยข่าวกรองและหน่วยบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าติดตามและสกัดกั้นภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อวันอาทิตย์ อิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของคาเมเนอี จากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการประกาศโดยอิสราเอลและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ
รายงานของ DHS ยังประเมินว่า อิหร่านจะยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายของสหรัฐ และพันธมิตรในตะวันออกกลางต่อไป และมีแนวโน้มสูงที่จะกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ หากเกิดการประท้วงภายในอิหร่าน อันสืบเนื่องจากคำกล่าวของทรัมป์ที่เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
ขณะเดียวกันสงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ ได้ขยายวงในวันจันทร์ โดยอิสราเอลโจมตีเลบานอนเพื่อตอบโต้การยิงของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ขณะที่อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนใส่รัฐอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐ
ในอีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่สหรัฐที่กำลังสอบสวนเหตุกราดยิงในบาร์แห่งหนึ่งในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ผู้ก่อเหตุมีแรงจูงใจเชื่อมโยงกับสงครามอิหร่านหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายศพผู้ก่อเหตุที่ตำรวจวิสามัญ เผยให้เห็นว่าเขาสวมเสื้อที่มีธงชาติอิหร่านและคำว่า “IRAN” พิมพ์ด้วยสีเขียว ขาว แดง พร้อมสวมเสื้อสเวตเตอร์ที่มีข้อความว่า “Property of Allah” ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสหรัฐรายหนึ่งต่อรอยเตอร์
อ้างอิง : reuters.com