โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทองคำท่ามกลางสงคราม จับตาถ้ายืดเยื้อราคาไปต่อ

TODAY

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่าน เปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอย่างหนัก ความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงทำให้ตลาดประเมินว่า ความขัดแย้งครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่มีความเสี่ยงจะลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อประเด็นช่องแคบฮอร์มุซถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง

บรรยากาศเช่นนี้ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นที่พักเงินในช่วงที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูง คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า การปรับขึ้นรอบนี้เป็นเพียงแรงซื้อระยะสั้นจากความตื่นตระหนก หรือกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นใหม่ในภาพใหญ่

[ ภูมิรัฐศาสตร์หนุนแรงซื้อทอง ]

‘ฮั่วเซ่งเฮง’ ประเมินว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากสถานการณ์ที่ยกระดับสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงระหว่างรัฐมหาอำนาจ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดการณ์ได้ยาก

จุดที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษคือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นราว 20% ของอุปทานโลก แม้ยังไม่มีการปิดเส้นทางอย่างเป็นทางการ แต่เพียงความเป็นไปได้ที่การขนส่งอาจหยุดชะงัก ก็เพียงพอจะผลักดันราคาน้ำมันและหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวง ความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะสั้นถึงกลาง

[ YLG ชี้แรง Panic Buy ดันโมเมนตัม ]

ด้าน ‘YLG Bullion’ มองว่า การพุ่งขึ้นรอบนี้มีลักษณะของแรงซื้อแบบ panic buy อย่างชัดเจน หลังเหตุการณ์ยกระดับรวดเร็วและสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิหร่าน

ความตึงเครียดที่ลุกลามสู่ประเด็นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการที่บริษัทเดินเรือบางแห่งชะลอการผ่านเส้นทางดังกล่าว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านจิตวิทยาต่อตลาดพลังงานและตลาดการเงินโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ในเชิงเทคนิค YLG ระบุว่า ราคาทองคำที่เปิด Gap Up และเข้าสู่ภาวะ Overbought ในกรอบเวลา 1–4 ชั่วโมง อาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ หากการย่อตัวยังสามารถยืนเหนือระดับ 5,167 ดอลลาร์ได้ ภาพรวมยังถือเป็นการพักฐานเพื่อขึ้นต่อ โดยมีแนวรับระยะสั้นบริเวณ 5,300 และ 5,257 ดอลลาร์

เชิงกลยุทธ์ นักลงทุนสามารถเสี่ยงซื้อได้หากราคาไม่หลุด 5,300 ดอลลาร์ แต่ควรตัดขาดทุนทันทีหากหลุด 5,167 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่บริเวณ 5,376–5,400 ดอลลาร์ หากผ่านระดับดังกล่าวได้ ควรเลื่อน Trailing Stop เพื่อรักษากำไร

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนวรับอยู่ที่ 76,650–78,600 บาท ส่วนแนวต้าน 80,100–83,000 บาท โดยให้จุดตัดขาดทุนที่ 76,650 บาท

[ รอจังหวะย่อทยอยสะสม ]

‘บล.โกลเบล็ก’ ประเมินว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทางทหารในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่าน เสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวงจนรัฐบาลอิหร่านต้องสั่งปิดน่านฟ้าและหยุดเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดทันที

สำหรับการตอบโต้ของอิหร่านยิ่งสร้างความรุนแรงมากขึ้น หลังสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศ อิหร่านจึงตัดสินใจยิงขีปนาวุธถล่มเมืองสำคัญในอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องขนส่งผ่าน ถือเป็นการใช้ ‘อาวุธเศรษฐกิจ’ ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อตลาดโลก

จากการโจมตีในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นเกือบ 10% ภายในวันเดียว ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แนะกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่อยากลงทุนทองคำ หรือสำหรับกลุ่มนักลงทุนคนที่มีสามารถ let profit run รอจังหวะราคาย่อตัวทยอยเก็บ

โดยมองกรอบราคาทองคำที่ 5,250 – 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อและขยายวงกว้าง

ในภาพใหญ่ ทิศทางทองคำจะขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะยุติเร็วหรือยืดเยื้อ หากความขัดแย้งขยายวงและกระทบอุปทานน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสที่ทองจะได้แรงส่งต่อในฐานะ Safe Haven ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...