‘โรม’ ชมตำรวจออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ พร้อมไล่บี้คดี Huione Pay
3 มี.ค. 2569 - นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็น
[กรณีการออกหมายจับ เบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยา]
ก่อนอื่น ผมขอชื่นชมทางสอบสวนกลางที่ดำเนินการเรื่องนี้จนนำไปสู่การออกหมายจับได้ คนทำงานเรื่องนี้ควรได้รับความชื่นชม เพราะการออกหมายจับเบน สมิธ และภรรยา ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและกระบวนการมากมายจึงจะสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ผมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีการถอดบทเรียน และพัฒนาแนวทางการทำงานให้รวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ เพราะมิเช่นนั้น การจับอาชญากรตัวเอ้ เช่น กรณีนายเบน อาจไม่สามารถทำได้เลย เพราะกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ สุดท้ายเขาก็อาจหลบหนี และยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว
พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ แม้ว่าเราจะเห็นความก้าวหน้าของคดีนี้อยู่บ้าง และคนทำงานอย่างสอบสวนกลางควรได้รับความชื่นชม แต่ผมก็อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าคดีสำคัญใหญ่ ๆ จะจบลงอย่างไร เพราะสิ่งที่เราเห็นความคืบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง ปปง. ที่มีการยึดทรัพย์ไปหมื่นกว่าล้านบาท รวมถึงการออกหมายจับของสอบสวนกลางในคดีฉ้อโกงนักลงทุนต่างชาติ หากเทียบกับคดีหลักอย่าง Huione Pay กลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่ข้อมูลของคดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเข้าไปเกี่ยวข้อง (เงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มของ Huione สูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท) ถ้าเราอยากทำลายโครงสร้างของแก๊งสแกมเมอร์อย่างถึงราก การเพิกเฉยต่อคดีดังกล่าว ย่อมไม่มีทางนำไปสู่การถอนรากถอนโคน และคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหายได้จริง
คดี Huione Pay
คดีนี้ สอบสวนกลางเคยมีปฏิบัติการ Skyfall และได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนแล้ว (รายเล็ก ๆ) ซึ่งในปฏิบัติการดังกล่าวพบข้อมูล Wallet ที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิด ถ้าผมจำไม่ผิด ตัวเลข Wallet ดังกล่าวน่าจะเกินกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพียง Wallet เดียว และแน่นอนว่า Huione มี Wallet อีกมากมาย)
จากการทำหน้าที่ของผมในกรรมาธิการความมั่นคงฯ โดยได้เชิญ รมต.ไชยชนก, ปปง., สอบสวนกลาง และตำรวจไซเบอร์ เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ ข้อมูลทั้งหมดเราได้ส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐแล้ว ว่าเครือข่ายของเบน สมิธ (โดยเฉพาะแคทลียา บีเวอร์) เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
สิ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ทำไมคดีใหญ่แบบนี้จึงไม่มีความคืบหน้าอย่างจริงจัง ข้อมูลของ Huione ไม่ได้มีเพียงสอบสวนกลางเท่านั้น แต่ ไซเบอร์ เองก็มีข้อมูลเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า หากมีการเปิดโปง Huione กันอย่างจริงจัง เราอาจไม่ได้เจอเพียงเส้นเงินของสแกมเมอร์เท่านั้น แต่อาจพบความเชื่อมโยงกับยาเสพติด หรือการฟอกเงินของผู้มีอำนาจในไทยด้วยหรือไม่ นี่หรือเปล่า เลยทำให้คดีนี้หยุดชะงัก
ส่วนตัวผมเสียดายคดีนี้มาก เพราะนี่คือโอกาสที่ประเทศไทยจะยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมหาศาลมาคืนเหยื่อ และยังเป็นโอกาสทองในการดำเนินคดีกับนายฮุนโต ลูกพี่ลูกน้องของฮุน มาเนต ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Huione โดยตรง
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากได้คำอธิบายจากสอบสวนกลาง, ตำรวจไซเบอร์ และ ปปง. ว่าเหตุใดคดีนี้จึงไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพูด แต่ผ่านมาแล้วกว่า 6 เดือน ระยะเวลานานขนาดนี้ ผู้เกี่ยวข้องสามารถยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้มากเพียงใด และไม่ใช่เพียงนายเบน สมิธ และภรรยาเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ย่อมมีเวลาในการเคลียร์ตัวเองเช่นกัน หากยังจำกันได้ ที่ปรึกษาของร้อยเอกธรรมนัส เคยกล่าวว่านายเบน สมิธ มีการทำธุรกิจกับนักการเมืองไทยหลายคน นี่คือความจริงที่รอวันถูกขยายผลครับ
ไม่ว่าผลสุดท้ายเรื่องนี้จะจบอย่างไร หลังจากนี้เฉพาะหน้าคงต้องติดตามกันต่อ ว่าจะมีการขอออกหมายแดง เพื่อตามจับนายเบน สมิธ และภรรยาด้วยหรือไม่ครับ ผมหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะประชาชนกำลังจับตาเรื่องนี้ว่าหน่วยงานของประเทศไทยจะเอาจริงแค่ไหน