ถอดรหัสญี่ปุ่น 400 ปี! 'พีรวิชญ์' เล่าแนวคิด Living with Water 'เปลี่ยนจากต่อสู้ เป็นการอยู่ร่วมกันกับน้ำ'
พีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า วันก่อนพี่ทราย ณัฐธิดา เทพสุทิน ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เรื่องการหารือแนวทางจัดการน้ำกับและอาจารย์ที่ภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาฯ แล้วผมรู้สึกอยากเล่าเพิ่มเติมครับ ทีมเราทำงานกับพี่ทรายในเรื่องนี้และมีความหวังกับโครงการการจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะคอนเซ็ปการ "เปลี่ยนจากต่อสู้ เป็นการอยู่ร่วมกันกับน้ำ"
แนวคิด "Living with Water" และการปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะต้องเปลี่ยนทั้งระบบและพฤติกรรมของคนด้วย ติ่งญี่ปุ่นแบบผมเลยจะขอยกโมเดลคลาสสิกของญี่ปุ่นที่พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วตั้งแต่สมัย "ยุคเอโดะ" ขอยก 2 วิธีที่ผมชอบมากมาคุยกันครับ
"ไม่ย้ายเมือง แต่ย้ายแม่น้ำ " (The Great Diversion - Hard Structure) เพื่อปกป้องเมืองหลวงเอโดะ หรือโตเกียวในปัจจุบัน ที่เป็นไข่แดงทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นตัดสินใจทำโครงการวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ คือ "การเบี่ยงแม่น้ำโทเนะ" (Tonegawa Eastward Diversion) จากเดิมที่ไหลผ่ากลางเมือง ลงทะเลที่ Tokyo Bay ให้เบี่ยงออกมหาสมุทรไปทางทิศตะวันออกเหนือสนามบินนาริตะขึ้นไปอีก ซึ่งนี่คือต้นแบบของการทำ Floodway และการจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่เมือง ญี่ปุ่นทำมาตั้งแต่ 400 ปีที่แล้ว วันนี้โตเกียวเลยไม่ท่วมไม่แล้งครับ ย้ายทั้งสายของจริง
"พื้นที่สาธารณะ" (Public Space Strategy - Soft Structure) เมื่อเบี่ยงน้ำใหญ่ไปนอกเมืองแล้ว กับแม่น้ำสายเดิมที่ไหลผ่านเมืองอย่าง "แม่น้ำซูมิดะ Sumida" โชกุนโยชิมูเนะได้ใช้กุศโลบายขั้นเทพ คือสั่งให้ "ปลูกต้นซากุระ" ตลอดแนวคันกั้นน้ำ เพื่อดึงดูดชาวเมืองให้ออกมาเดินชมดอกไม้ (Hanami – ที่ไม่ใช่ขนม ฮ่าๆ) เพื่อสร้างความสุนทรีและการลดแรงกดดันของคนจากการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Kyoho Reform (ขึ้นภาษีข้าวและเก็บภาษีรายได้จากที่ดินของไดเมียวต่าง ๆ ) ผลคือ รากไม้และแรงย่ำของคนที่มาชมซากุระช่วยอัดดินบนสันแม่น้ำให้แน่นและแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ (Soil Compaction) เปลี่ยนคันกั้นน้ำให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนรักและหวงแหน ปัจจุบันกลายเป็นที่ท่องเที่ยวชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว
ความสำเร็จของญี่ปุ่นสอนให้เรารู้ว่า เมืองที่รอดพ้นวิกฤต ไม่ใช่เมืองที่ต่อต้านน้ำด้วยกำแพงคอนกรีตเพียง แต่คือเมืองที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานกับวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว เราอยู่กับน้ำ ไม่ได้แปลว่าให้อยู่กับน้ำท่วมแต่คือการปรับน้ำและคนเข้าหากันอย่างกันอย่างชาญฉลาด
หากแผนงานจัดงานน้ำทั้งระบบนี้ของพรรคเพื่อไทยสำเร็จ เราไม่ได้แค่จะรอดพ้นจากน้ำท่วม แต่เรากำลังจะยกระดับพื้นที่เกี่ยวเนื่องทั้งเมือง และพื้นที่รับน้ำ เรามีแนวนโยบายการเช่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นที่รับน้ำ) ให้กลายเป็น "Resilient Area" (พื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น) ที่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง ปลูกข้าวฤดูหนึ่ง รัฐเช่าเก็บน้ำฤดูหนึ่ง และเป็นเมืองที่อยู่ได้สำหรับทุกคนครับ