Your Mental Health Matters. รักษาใจต้องไม่หมดตัว เพื่อไทยออกนโยบาย 30 บาท รักษาทุก(ข์)ใจ
ปัจจุบันสังคมไทยมีความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตสุขภาพใจมากขึ้น เราอาจเป็นหนึ่งในคนที่เคยเผชิญกับจังหวะชีวิตที่พัดพาให้หัวใจเจ็บป่วย อาจมีเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เผชิญภาวะทางจิตใจ บ้างสูญเสียคนรักคนคุ้นเคย จากความเจ็บป่วยที่ครั้งหนึ่งเคยยากจะเข้าใจ
ปัญหาสุขภาพจิตกำลังเป็นวิกฤติ และเป็นเรื่องใกล้-กระทั่งอยู่ในเนื้อในตัวของเรา เป็นภาวะที่เราทุกคนอาจเผชิญได้ภายใต้สังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ความกดดัน กระทั่งจังหวะชีวิตที่สะดุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม
จาก ‘รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2568’ ในส่วนข้อมูลสุขภาพจิตคนไทยพบว่าคนไทย ‘13.4 ล้านคน’ เคยประสบปัญหาสุขภาพจิต ที่น่ากังวลคืออัตราการเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รายงานชี้ให้เห็นว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงมากขึ้นคือกลุ่มเยาวชนอายุ 15-29 ปี พบความเสี่ยงสูงจากการเรียน สื่อสังคมออนไลน์ ความรุนแรงในครอบครัว และความคาดหวัง รวมถึงกลุ่มคนที่มีอายุ 45-59 ปี มีระดับความสุขต่ำที่สุด
แม้สังคมจะมีความเข้าใจเรื่องปัญหาสุขภาพใจ ทว่าในการรับรู้ความเจ็บป่วยของใจ เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือการหันหน้าไปหาความช่วยเหลือ การช่วยเหลือด้านสุขภาพใจในประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เนื่องจากบริการด้านสุขภาพจิตเป็นการรักษาเยียวยาที่มีราคาแพงและมีพื้นที่ให้บริการน้อย
พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ เชื่อว่าการรักษาชีวิตประชาชนคือหน้าที่สำคัญ และเล็งเห็นว่าสุขภาพใจเป็นอีกหัวใจของการดูแลสุขภาพ และสุขภาพใจคือต้นทุนสำคัญของคนทำงาน จึงเสนอการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อยกระดับและให้บริการดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งบริการสาธารณสุขพื้นฐาน บริการที่ไม่ปล่อยให้ทุกหัวใจที่เจ็บป่วยถูกทอดทิ้งและบังคับให้เข้มแข็งเพียงลำพัง ให้การรักษาสุขภาพใจมีสถานะเหมือนกันการยกระดับ 30 บาท เมื่อ 20 ปีก่อน เป็นระบบที่พร้อมช่วยชีวิตคน และไม่ทำให้การรักษาใจทำให้ใครต้องสิ้นเนื้อประดาตัว
นโยบาย 30 บาทรักษาทุก(ข์)ใจ จึงถือเป็นอีกนโยบายที่จะปฏิวัติบริการสาธารณสุข โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนให้บริการสุขภาพจิตใจเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ปรับเปลี่ยนวิธีการให้บริการสุขภาพใจ จากการดูแลเฉพาะเมื่อป่วยใจหนักและต้องดูแลด้วยจิตแพทย์ซึ่งทั้งอาจไม่ทันการณ์และจำนวนจิตแพทย์ไม่เพียงพอ ไปสู่การดูแลด้วยการคัดกรองหรือป้องกันสุขภาพจิตของประชาชนเป็นพื้นฐานอยู่เสมอ การปรับให้บริการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาเป็นภาคีร่วมรักษาสำคัญ และการดูแลในพื้นที่ที่ใกล้ตัวประชาชนแต่ทว่ามีความสำคัญยิ่ง คือการเพิ่มจำนวนสายด่วนสุขภาพจิตเป็น 100 คู่สาย
Counseling First ปรึกษาไว รักษาชีวิตคนไทยได้ทันท่วงที
- บรรจุสุขภาพจิตเป็นสิทธิประโยชน์หลักในระบบ 30 บาท
- ให้การคัดกรองและคำปรึกษาสุขภาพจิตเป็นบริการปฐมภูมิฟรี
- เพิ่มนักจิตวิทยาด้วยสัญญาจ้างที่เปิดทางให้บัณฑิตจิตวิทยาอบรมเร่งรัด
- คนไทยเข้าถึงการรับคำปรึกษาได้ไว ไม่ต้องรออาการหนัก
สำหรับประเทศไทย การเข้าถึงการรักษาปัญหาสุขภาพจิตมักเป็นการเข้าถึงการรักษาโดยมีจิตแพทย์เป็นผู้ให้บริการหลัก หมายความว่า การเข้ารับการรักษามักจะทำเมื่อเจ็บป่วยจนถึงขั้นรุนแรงหรือเป็นหนักแล้วจึงค่อยเข้าสู่ความดูแลและการช่วยเหลือ
ด้วยหลักการให้บริการของระบบสาธารณสุขของไทยข้างต้นจึงเกิดปัญหาพัวพันเป็นงูกินหาง และจากตัวเลขสถิติ ประการแรกคือสัดส่วนจิตแพทย์ในระบบของไทย เมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนต่อประชากร มีเพียง 1.2-1.4 คนต่อประชากร 100,000 คน น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในระดับโลกที่ราว 13 คน ต่อ 100,000 คน คือมีจำนวนน้อยกว่าถึงสิบเท่า
เมื่ออัตราจิตแพทย์มีจำนวนน้อยกว่าที่ควรเป็นอย่างมาก จึงทำให้ทั้งการดูแลผู้ป่วยเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์เป็นหลัก การเข้าถึงการรักษาจึงจำกัด และมักเป็นไปเมื่อความเจ็บป่วยพัฒนาไปถึงขั้นรุนแรงและกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง
ข้อเสนอสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการทำให้บริการด้านสุขภาพจิตกลายเป็นบริการสาธารณสุขหลัก คือการทำให้บริการ ‘นักจิตวิทยาการปรึกษา’ หรือ counsellor เข้าเป็นภาคีสำคัญที่ร่วมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาจิตใจของพี่น้องประชาชนก่อนที่ความเจ็บป่วยจะลุกลามรุนแรง ระบบสาธารณสุขจะมุ่งเพิ่มการเข้าถึงด้วยการให้คำปรึกษา การคัดกรอง รวมถึงการตรวจสุขภาพจิตในฐานะการตรวจดูแลขั้นพื้นฐาน แบบเดียวกับการดูแลสุขภาพกายอื่นๆ
เมื่อทำให้บริการด้านสุขภาพจิตเป็นบริการพื้นฐาน ทำให้วิชาชีพด้านสุขภาพจิตเป็นหนึ่งในบริการปฐมภูมิ ด้วยนโยบายให้วิชาชีพด้านจิตวิทยาร่วมดูแลจิตใจและป้องกันก่อน พรรคเพื่อไทยจึงเสนอการยกระดับและเพิ่มจำนวนบุคลากรด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ไวและง่ายขึ้น
นโยบาย 30 บาทรักษาทุก(ข์)ใจ จะเพิ่มจำนวนกระจายตัวนักจิตวิทยาการปรึกษาด้วยหลายกระบวนการ นับตั้งแต่เพิ่มบุคลากรทั้งการจ้างงานใหม่ การเพิ่มนักจิตวิทยาและนักจิตวิทยาปรึกษาสัญญาจ้าง หรือการเปิดทางให้บัณฑิตด้านจิตวิทยาเข้ารับการอบรมในหลักสูตรเร่งรัด
You are not alone. คุณไม่ได้สู้อยู่เพียงลำพัง
- ยกระดับสุขภาพจิตเป็นวาระแห่งชาติ
- เพิ่มบทบาทและศักยภาพของบุคลากรระดับปฐมภูมิให้ร่วมคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นได้
- เสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตให้กลายเป็นความเข้าใจพื้นฐาน ลดการตีตราจากสังคม
การยกระดับสุขภาพจริงให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ คือการทำให้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิต เป็นการตระหนักรู้ขั้นพื้นฐานร่วมกันในสังคม ทั้งการส่งเสริมยกระดับให้บุคลากรด้านสาธารณสุขร่วมเผยแพร่ความเข้าใจ และเป็นด่านหน้าของการช่วยเหลือรับมือ ไปจนถึงการทำให้ภาวะเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตเป็นความเข้าใจพื้นฐาน ลดการตีตรา เปิดโอกาสให้ผู้ต้องการความช่วยเหลือยอมรับและกล้าเข้ารับบริการที่รัฐเตรียมไว้รองรับ
การยกระดับความเข้าใจ จึงสัมพันธ์กับการกระจายความช่วยเหลือ จากการที่บริการสุขภาพจิตเคยเป็นบริการเฉพาะ เข้าถึงยาก ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและฝึกอบรมเป็นระยะเวลานาน การปรับหรือเพิ่มบทบาทให้กับบริการสาธารณสุขด่านหน้าได้แก่ศูนย์สุขภาพชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ไปจนถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัยและคลินิกชุมชน เพิ่มบทบาทและศักยภาพของบุคลากรระดับปฐมภูมิให้มีความรู้ความเข้าใจด้านปัญหาสุขภาพจิตและเข้าร่วมดูแลคัดกรองเบื้องต้นได้
วิธีการเช่นนี้จะเป็นทั้งการขยายผู้ร่วมให้บริการและช่วยเสริมสร้างความเข้าใจปัญหาสุขภาพจิตให้กลายเป็นความเข้าใจพื้นฐาน นำไปสู่การลดการตีตราจากสังคมของผู้ต้องการความช่วยเหลือ
Talk away the dark. เพิ่มสายด่วนสุขภาพจิต
- จากเดิมที่มีเพียง 30 คู่สาย เป็น 100 คู่สาย
- เพราะเสียงตอบจากปลายสายในวันที่มืดมน คือชูชีพช่วยชีวิตคนไทยนับไม่ถ้วน
นโยบายยกระดับ 30 บาทสู่การเป็นบริการด้านจิตใจหลักที่ฟรีและเข้าถึงได้ มีนโยบายจากการเปลี่ยนหลักการภาพใหญ่คือการร่วมบริการโดยวิชาชีพกลุ่มนักจิตวิทยา การขยายให้สังคมและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมมองเห็นปัญหาด้านสุขภาพจิตและร่วมสร้างสังคมที่เข้าใจความเจ็บป่วยทางใจ และสุดท้ายคือข้อเสนอที่ดูเหมือนเรียบง่ายและไม่สลักสำคัญคือการ ‘เพิ่มจำนวนการให้บริการสายด่วนสุขภาพจิต’ เพิ่มคู่สายจากเดิมที่มีเพียง 30 คู่สาย ให้เป็น 100 คู่สาย
การเพิ่มจำนวนบริการสายด่วยสุขภาพจิต เป็นหนึ่งในบริการที่ร่วมรับมือ เป็นเหมือนชูชีพ ที่ผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยทางใจโดยเฉพาะในช่วงเวลาภาวะวิกฤติ สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
วินาทีที่โลกมืดลง วินาทีที่เหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง วินาทีที่ไม่เอาแล้วชีวิตนี้ แค่การได้ยินเสียงของใครสักคนจากปลายสายที่เพียงแค่รับฟัง ให้กำลังใจ แนะแนวทาง หรืออยู่เป็นเพื่อน อาจเป็นเป็นชูชีพที่ทำให้คนคนหนึ่งเอาชีวิตรอดพ้นจากห้วงเวลาที่ทรมานและไร้ความหวังได้
.
อ้างอิงข้อมูลจาก