โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ยอด”เผยอนาคต“ไลน์แมนวงใน”แจงเหตุเบนเข็มเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง

Thairath Money

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 00.18 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 00.18 น.
ภาพไฮไลต์

“ยอด” เผยเหตุผล “ไลน์แมนวงใน” เบนเข็มกระจายหุ้นในตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์แทนตลาดหุ้นไทย ประเมินภาพใหญ่ระดับโลก โมเมนตัมหมุนไปยังตลาดขนาดใหญ่ที่มั่นคง เชื่อความสำเร็จของหุ้นไลน์แมนวงในจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ตอัพไทย ไม่ว่าจะกระจายหุ้นที่ประเทศไหน ฝากรัฐบาลใหม่ตั้งคนเหมาะสม มีความสามารถนั่งรัฐมนตรี แทนการจัดสรรตามโควตาการเมือง

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์แมน วงใน (LINE MAN Wongnai - LMWN) เปิดเผยว่า ไลน์แมนวงใน เพิ่งตัดสินใจช่วงปลายปี 2568 หลังผู้ถือหุ้นประเมินภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบรรยากาศการลงทุนแล้ว ตัดสินใจเบนเป้าหมายจากการเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย เป็นมองหาทางเลือกอื่นในภูมิภาค

.เบนเข็มกระจายหุ้นตลาดฮ่องกง-สิงคโปร์

“เรากำลังมองประเทศที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีอัตราเติบโต และเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคง ตอนนี้มองไว้ 2 แห่ง คือที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งมีข้อดีกันไปคนละอย่าง ตลาดหุ้นฮ่องกงมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และที่ 2 ของโลก มีระบบนิเวศเอื้อต่อเทคโนโลยีจากฝั่งจีนซึ่งกำลังเฟื่องฟู

ส่วนตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีระบบดึงดูดและซัพพอร์ตหุ้นไอพีโอ (การเสนอขายหุ้นต่อนักลงทุนเป็นครั้งแรก)ที่โดดเด่นมาก เราคงโฟกัสที่ 2 ทางเลือกนี้เป็นหลัก เพราะต้องดูความเหมาะสมกับไซส์ของไลน์แมนวงในด้วย เราน่าจะยังใหญ่ไม่พอที่สำหรับตลาดหุ้นเทคโนโลยีแนสแดกของสหรัฐอเมริกา”

การตัดสินใจในครั้งนี้ มาจากการมองภาพใหญ่ระดับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องยอมรับว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ทำได้ดีมากในแง่การหาประโยชน์เข้าประเทศตัวเอง ทำให้โมเมนตัมของโลกเคลื่อนไหวไปที่นั่น ในฐานะประเทศผู้ชนะ โอกาสของประเทศเล็กประเทศน้อยจึงถูกลดทอนลง โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบหนักหน่อย

อย่างไรก็ตาม มองว่าในที่สุดแล้ว การเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯของไลน์แมนวงใน จะช่วยสร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ทอัพไทยยุคต่อไป ไม่ว่าจะเลือกกระจายหุ้นในตลาดใด ในทางตรงกันข้าม หากการกระจายหุ้นครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ อาจไม่ส่งผลดีเลยด้วยซ้ำ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอช่วงเวลาที่ดีและเหมาะสม โดยคาดว่าการกระจายหุ้นจะอยู่ระหว่างปี 2569- 2570

.โอกาสใหม่เจาะกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายยอด ยังกล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูลว่า กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ทำให้ตลาดหุ้นมีความคึกคักยิ่ง ส่ิงนี้นับว่าน่าประทับใจ สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่า พื้นฐานตลาดหุ้นไทยกลับมาแข็งแกร่งแล้ว คงต้องดูไปอีกสักระยะ

ในส่วนของไลน์แมนวงใน แม้การได้ร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครั้งล่าสุด จะทำให้ขาดทุนไป 200 ล้านบาท จากการอัดโปรโมชัน ส่งเสริมการขาย ปะทะกันเลือดสาดระหว่างแพลตฟอร์ม แต่ถือว่าได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ทั้งต่อผู้บริโภคและร้านค้าบนแพลตฟอร์ม

“เรายังหวังให้เกิดการปรับโครงสร้างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกว่า 11 ล้านใบให้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ไลน์แมนวงในสามารถเข้าไปร่วมในระบบนิเวศดังกล่าวได้ ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ที่อยู่นอกเมือง โดยยินดีสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ช่วยให้การใช้จ่ายมีความโปร่งใส สะดวก ทั้งรัฐบาลและเราต่างได้ประโยชน์ ถือว่า Win Win”

.มองหาการเติบโตผ่านการเข้าซื้อกิจการ

เมื่อถามถึงแผนธุรกิจในปี 2569 และการเติบโตใหม่ๆ ในอนาคต นายยอด กล่าวว่า ยังคงมองโอกาสเติบโตผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ต่อไป จากที่ก่อนหน้านี้ปิดไปหลายดีลแล้ว

เช่นเดียวกับการเติบโตในธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่ฟู้ดดิลิเวอรี (รับ-ส่งอาหาร) ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งรายได้กว่า 70% โดยธุรกิจใหม่เติบโตได้น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN MART บริการสั่งสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต ที่โตเฉลี่ยปีละ 2 เท่า,บริการด้านสุขภาพ Healthcare โดยเฉพาะบริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ตลอดจนบริการด้านการเงิน ซึ่งมีแผนเพิ่มบริการสินเชื่อลูกค้ารายบุคคล จากเดิมให้บริการสินเชื่อกลุ่มร้านอาหารเป็นหลัก “เรายังเชื่อในการเติบโตภายในประเทศ เชื่อว่ายังมีพื้นที่ในธุรกิจใหม่ๆ ให้เราเข้าไปเจาะ ฐานะบริษัทเทคโนโลยี เรามีดาต้า(ข้อมูล) อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มีวิศวกร 500 คน มีนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) มากกว่า 100 คน”

ส่วนความเสี่ยงในปีนี้ มองว่ามี 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูง แม้การแข่งขันจะเป็นเรื่องดีและไลน์แมนวงในไม่เคยกลัวการแข่งขัน 2. ภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ 3. เศรษฐกิจไทยในเวทีโลก จะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้แค่ไหน

.ฝากรัฐบาลตั้งคนเหมาะสมนั่งรัฐมนตรี

นายยอดฝากถึงรัฐบาลใหม่ อยากให้การจัดสรรโควตารัฐมนตรีอยู่ภายใต้ความเหมาะสม แทนการจัดสรรตามโควตาการเมือง การได้คนมีความรู้ ความสามารถมาช่วยบริหาร เป็นส่ิงที่ประเทศกำลังต้องการ

นอกจากนั้น ยังอยากให้การกำกับดูแลแพลตฟอร์มอยู่ภายใต้เงื่อนไขการส่งเสริมมากกว่าควบคุม ควรใช้ประโยชน์จากเอกชนแทนที่จะควบคุมจนขยับตัวไม่ได้ ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงนั้น เป็นส่ิงที่ทำได้แต่ต้องขึ้นในระดับที่เหมาะสมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น้อยนิดในขณะนี้

“ผมยังอยากให้ยกเลิกกฎระเบียบ กฎหมายที่ล้าหลัง โดยเฉพาะกฎหมายการเงิน การลงทุนจากต่างชาติ รวมทั้งเสนอให้แก้มาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติความผิดสำหรับเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ/ทุจริตด้วย ผมมองว่ากฎหมายนี้เป็นเหตุทำให้ข้าราชการ พนักงานหน่วยงานรัฐมีความหวาดกลัวที่จะทำหรือไม่ทำอะไร เป็นตัวฉุดรั้งระบบราชการมาก ลดทอนกำลังใจ แทนที่จะส่งเสริมการทำงาน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ยอด”เผยอนาคต“ไลน์แมนวงใน”แจงเหตุเบนเข็มเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...