สภาพัฒน์ เปิดยอดหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 3 ปี 68 ขยับลง 0.29% เหตุแบงก์เขียวปล่อยสินเชื่อ กังวลหนี้เสียยังพุ่ง 1.3 ล้านล้าน แนะคุมสินเชื่อเงินด่วนออนไลน์ เสี่ยงพอกหนี้ NPL
BTimes
อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ยอดหนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 3 ปี 2568 ลดลงร้อยละ 0.29 มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท เนื่องจากแบงก์ระมัดระวังการปล่อยกู้ ทำให้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 86.8 ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ จากข้อมูลเครดิตบูโร สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.4 ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.1 ของไตรมาสก่อน
โดยสภาพัฒน์ แนะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ (1) การกำกับสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันและสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่ายและผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น NPLs ในอนาคต จึงควรผลักดันให้ผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร และกำหนด เพดานหนี้ร่วม และ (2) คนรายได้ระดับกลางถึงสูงเริ่มมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น ข้อมูลจาก SCB EIC ชี้ว่า กลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือนราวร้อยละ 21.0 เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้เช่นเดียวกับ กลุ่มอื่นที่มีรายได้ต่ำกว่า ผู้มีรายได้ 50,000-100,000 บาท/เดือน มีสัดส่วนผิดนัดชำระหนี้ร้อยละ 36 ส่วนรายได้ 30,000-50,000 บาท/เดือน สัดส่วนผิดนัดชำระหนี้ร้อยละ 51 นับว่าเสี่ยงมาก เนื่องจากขณะนี้การปล่อยกู้ด่วน ผ่านออนไลน์ เงื่อนไขผ่อนปรน กู้ง่ายมาก ไม่ซับซ้อน จึงต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินในเชิงรุก เช่น การแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ หรือการมีมาตรการจูงใจจากการจ่ายหนี้ตรงเวลา
ส่วนอัตราการว่างงานรวมลดลง อยู่ที่ร้อยละ 0.70 หรือมีผู้ว่างงาน 2.8 แสนคน ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนและนายจ้างเลิก/หยุด/ปิดกิจการ เป็นกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ ร้อยละ 18.1 สำหรับผู้เสมือนว่างงาน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ จากการเพิ่มขึ้นของผู้เสมือนว่างงานภาคเกษตร โดยภาพรวมปี 2568 อัตราการมีงานทำ อยู่ที่ร้อยละ 99.1 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยผู้มีงานทำ มีจำนวน 39.6 ล้านคน ลดลงร้อยละ 0.5 จากปีก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงาน ปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 0.81 สำหรับ ประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด ได้แก่ (1) การสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทย และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี และ (2) การบรรเทาความกังวลต่อความมั่นคงในสถานะการจ้างงานของ แรงงานจากบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงควรมีการกำหนดแนวทางการใช้ AI ด้านดิจิทัลและ AI ให้แก่แรงงานทุกระดับ