โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 5 อันดับมหาเศรษฐีที่ขึ้นแท่นว่ารวยที่สุดในประเทศไทย!

Praew.com

อัพเดต 14 พ.ย. 2559 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2559 เวลา 09.00 น. • praew.com

คนจะรวยเนี่ยไม่ได้อาศัยแค่โชคช่วยอย่างเดียวนะจ๊ะ ถ้าไม่ขยันทำมาหากินบอกเลยว่าต่อให้ดวงดียังไงก็ไม่ยั้งยืนหรอก ดูอย่าง 5 เศรษฐีที่ถูกจัดอันดับว่ารวยที่สุดในประเทศไทยเหล่านี้สิ บอกเลยว่าประวัติแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง การจัดอันดับความรวยของเศรษฐีในเมืองไทยนั้นมีขึ้นทุกปี เพราะของแบบนี้ก็มีตกอันดับหรือแซงหน้ากันได้ รายชื่อนี้จัดทำขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลการถือหุ้น และถือครองทรัพย์สินจากครอบครัวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรง จากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปีนี้อันดับก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมนัก หลักๆ ยังมี 5 เศรษฐีตระกูลดังที่สูสีแข่งขันกันมาตลอดโดยผู้ที่ได้อันดับ 1 ขอปีนี้ไปก็คือ

1
  • ตระกูลเจียรวนนท์ 1.85 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 6.603 แสนล้านบาท กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้บรรพบุรุษตระกูลเจียผู้รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากซัวเถา ก่อร่างสร้างตัวจน “เจียรวนนท์” เป็นหนึ่งในบรรดาตระกูลใหญ่ไม่กี่ตระกูลในเมืองไทยที่ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ใครไม่รู้จัก โดยมีหัวเรือใหญ่คือนาย “ธนินท์ เจียรวนนท์” หรือเจ้าสัวซีพี เจ้าของกิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีว่าเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกลุ่มธุรกิจในเครือฯรวม 10 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร, กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและเคมีเกษตร, กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ, กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย, กลุ่มธุรกิจพลาสติก, กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม, กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไป กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร และกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าไม่ได้รวยติดอันดับแค่ในเมืองไทยเท่านั้นแต่ละดับเอเชียหรือระดับโลก ตระกูลเจียรวนนท์ ก็ยังติดอันดับต้นๆ อีกด้วย
2
  • เจริญ สิริวัฒนภักดี 1.37 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 4.890 แสนล้านบาท อันดับที่สองคือ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของอาณาจักรทีซีซี คอร์ปอเรชั่น และไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตัวเลขที่ได้ออกมานั้นถูกเจ้าสัวซีพีไล่นำหน้าไปพอสมควร แต่ถึงยังไงก็ยังคว้าอันดับ 2 ไปครอง เจ้าสัวเจริญได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อน้ำเมาและอีกฉายาหนึ่งที่ได้ทีหลังนั้นมาจากการทำสัญญาเทกโอเวอร์ห้างสรรพสินค้าดังอย่างบิ๊กซี จากบริษัทฝรั่งเศสภายใต้ชื่อ “คาสิโนกรุ๊ป” ด้วยมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาทสำเร็จ ซึ่งจากดีลดังกล่าวก็ทำให้ฉายา “ราชาเทกโอเวอร์ของเมืองไทย” ไปครองอีกหนึ่งฉายา นอกจากนี้ยังได้เทกโอเวอร์กิจการต่างๆ เรื่อยมาตลอดการทำธุรกิจ ซึ่งที่ฮือฮาและถูกพูดถึงมากที่สุดไม่แพ้ดีลบิ๊กซีนั้นก็คือการเทกโอเวอร์ โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) ของ ตัน ภาสกรนที ปี 2549, หุ้นยูนิเวนเจอร์ (UV) ปี 2550, ตึกเนชั่น เมื่อปี 2551, และบริษัทเสริมสุข ปี 2553 เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ภายใต้กิจการของ “เจ้าสัวเจริญ” ที่พบเห็นกันบ่อยๆ มีทั้งร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ช้าง , สุราแสงโสม, Blend285, แรงเยอร์, est, รวมถึงแลนด์มาร์คดังริมเจ้าพระยาอย่างเอเชียทีค ล้วนแล้วเป็นของชายที่ชื่อว่า “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ทั้งสิ้น
3
  • ตระกูลจิราธิวัฒน์ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 4.640 แสนล้านบาท ตระกูล “จิราธิวัฒน์” คือตระกูลมหาเศรษฐีของไทยที่หลายคนมักจะรู้จักในนามของ ตระกูลผู้เป็นเจ้าของธรุกิจในเครือเซ็นทรัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรม เป็นการทำธรุกิจแบบเครือข่ายครอบครัวขนาดใหญ่ ความโดดเด่นของตระกูลจิราธิวัฒน์คือการแบ่งงานกับบริหารอย่างชัดเจนระหว่างพี่น้องในตระกูล และฉลาดในการขยายธุรกิจ ซึ่งแผนงานของกลุ่มเซ็๋นทรัลต่อจากนี้มีโครงการขยายออกสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใขของไทย ที่ธุรกิจของคนไทยสามารถอกไปแข่งขันนอกประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีทายาทรุ่นที่สี่ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างหนุ่มพีช พชร - จิราธิวัฒน์ เป็นทายาทคนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการบันเทิงอีกด้วย
4
  • เฉลิม อยู่วิทยา 9.7 พันล้านเหรียญ หรือ 3.462 แสนล้านบาท ผู้ที่อยู่ในทุกความสำเร็จของตระกูลอยู่วิทยาคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เฉลิม อยู่วิทยา” ลูกชายคนโตของตระกูลเขาคือกำลังสำคัญและถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิดกระทิงแดงร่วมกับพ่อของเขา จนได้ชื่อว่า “เจ้าพ่อแบรนด์กระทิงแดง” มหาเศรษฐีแสนล้าน ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ บริษัท เรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยดูแลตลาดในภาคพื้นยุโรปที่ส่งไปขายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ จำกัด เป็นผู้ผลิตไวน์ชื่อ “Monsoon Valley” (มอนซูน แวลลีย์) และเครื่องดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ล่าสุดภายใต้แบรนด์ MOOSE (มูส) และอีกกว่า 20 บริษัทในเครือ ต้องบอกเลยว่าเครื่องดืมกระทิงแดงถึงแม้ในประเทศไทยจะมองว่าเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นแรงงาน แต่กลับเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับโลกเลยทีเดียว
5
  • วานิช ไชยวรรณ 4 พันล้านเหรียญ หรือ 1.428 แสนล้านบาท ถึงแม้ว่า “วานิช ไชยวรรณ” จะมีอายุถึง 85 ปี แต่ก็ยังนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในเมืองไทย โดยวานิช ไชยวรรณ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศไทย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เป็นนักธุรกิจที่รักการทำงาน แม้อายุจะมากแต่ยังคงไฟแรงอยู่ ซึ่งกว่ากลุ่มธุรกิจของไทยประกันชีวิตจะกลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และโด่งดังได้อย่างเช่นทุกวันนี้ ต้องใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวมานานถึง 40 ปีเลยทีเดียว ซึ่งบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันในธุรกิจประกันภัยประสบความสำเร็จในประเทศไทยก็คือ"วานิช ไชยวรรณ” นี่แหละจ้า นอกจากมหาเศรษฐีทั้ง 5 คนข้างต้นนี้แล้ว ยังมี “กฤตย์ รัตนรักษ์” ที่คว้าอันดับ 6 ไปครองโดยมีทรัพย์สินทั้งหมดสูงถึง 3.3 พันล้านเหรียญ หรือ 1.178 แสนล้านบาท ส่วนอันดับ 7 ตกเป็นของ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” มีทรัพย์สินมูลค่า 3.25 พันล้านเหรียญ หรือ 1.160 แสนล้านบาท ตามมาติดๆด้วย “ปราเสริฐ ปราสาททองโอสภ” เศรษฐีอันดับ 8 ที่มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 3.2 พันล้านเหรียญ หรือ 1.142 แสนล้านบาท ซึ่งถูกเป็นตัวเลขที่สูสีกันมากเรียกได้ว่าเฉียดกันไปนิดเดียวจริงๆ ส่วนอันดับ 9 และ 10 นั่น ตกเป็นของ “สันติ ภิรมย์ภักดี” อีกหนึ่งตระกูลดังที่มีทรัพย์สินถึง 2.4 พันล้านเหรียญ หรือ 8.566 หมื่นล้านบาท และสุดท้ายคือ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ยังคงติดอันดับด้วยเช่นกัน โดยมีทรัพย์สินทั้งหมด 1.65 พันล้านเหรียญ หรือ 5.889 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว! เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม ภาพ : www.cpthailand.com, daily.rabbit.co.th
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...