เปิด 5 อันดับมหาเศรษฐีที่ขึ้นแท่นว่ารวยที่สุดในประเทศไทย!
คนจะรวยเนี่ยไม่ได้อาศัยแค่โชคช่วยอย่างเดียวนะจ๊ะ ถ้าไม่ขยันทำมาหากินบอกเลยว่าต่อให้ดวงดียังไงก็ไม่ยั้งยืนหรอก ดูอย่าง 5 เศรษฐีที่ถูกจัดอันดับว่ารวยที่สุดในประเทศไทยเหล่านี้สิ บอกเลยว่าประวัติแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง การจัดอันดับความรวยของเศรษฐีในเมืองไทยนั้นมีขึ้นทุกปี เพราะของแบบนี้ก็มีตกอันดับหรือแซงหน้ากันได้ รายชื่อนี้จัดทำขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลการถือหุ้น และถือครองทรัพย์สินจากครอบครัวหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรง จากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งปีนี้อันดับก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมนัก หลักๆ ยังมี 5 เศรษฐีตระกูลดังที่สูสีแข่งขันกันมาตลอดโดยผู้ที่ได้อันดับ 1 ขอปีนี้ไปก็คือ
- ตระกูลเจียรวนนท์ 1.85 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 6.603 แสนล้านบาท กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้บรรพบุรุษตระกูลเจียผู้รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากซัวเถา ก่อร่างสร้างตัวจน “เจียรวนนท์” เป็นหนึ่งในบรรดาตระกูลใหญ่ไม่กี่ตระกูลในเมืองไทยที่ทรงอิทธิพล โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ใครไม่รู้จัก โดยมีหัวเรือใหญ่คือนาย “ธนินท์ เจียรวนนท์” หรือเจ้าสัวซีพี เจ้าของกิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีว่าเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกลุ่มธุรกิจในเครือฯรวม 10 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร, กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและเคมีเกษตร, กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ, กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย, กลุ่มธุรกิจพลาสติก, กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม, กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไป กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร และกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่าไม่ได้รวยติดอันดับแค่ในเมืองไทยเท่านั้นแต่ละดับเอเชียหรือระดับโลก ตระกูลเจียรวนนท์ ก็ยังติดอันดับต้นๆ อีกด้วย
- เจริญ สิริวัฒนภักดี 1.37 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 4.890 แสนล้านบาท อันดับที่สองคือ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของอาณาจักรทีซีซี คอร์ปอเรชั่น และไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตัวเลขที่ได้ออกมานั้นถูกเจ้าสัวซีพีไล่นำหน้าไปพอสมควร แต่ถึงยังไงก็ยังคว้าอันดับ 2 ไปครอง เจ้าสัวเจริญได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อน้ำเมาและอีกฉายาหนึ่งที่ได้ทีหลังนั้นมาจากการทำสัญญาเทกโอเวอร์ห้างสรรพสินค้าดังอย่างบิ๊กซี จากบริษัทฝรั่งเศสภายใต้ชื่อ “คาสิโนกรุ๊ป” ด้วยมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาทสำเร็จ ซึ่งจากดีลดังกล่าวก็ทำให้ฉายา “ราชาเทกโอเวอร์ของเมืองไทย” ไปครองอีกหนึ่งฉายา นอกจากนี้ยังได้เทกโอเวอร์กิจการต่างๆ เรื่อยมาตลอดการทำธุรกิจ ซึ่งที่ฮือฮาและถูกพูดถึงมากที่สุดไม่แพ้ดีลบิ๊กซีนั้นก็คือการเทกโอเวอร์ โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) ของ ตัน ภาสกรนที ปี 2549, หุ้นยูนิเวนเจอร์ (UV) ปี 2550, ตึกเนชั่น เมื่อปี 2551, และบริษัทเสริมสุข ปี 2553 เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ภายใต้กิจการของ “เจ้าสัวเจริญ” ที่พบเห็นกันบ่อยๆ มีทั้งร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ช้าง , สุราแสงโสม, Blend285, แรงเยอร์, est, รวมถึงแลนด์มาร์คดังริมเจ้าพระยาอย่างเอเชียทีค ล้วนแล้วเป็นของชายที่ชื่อว่า “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ทั้งสิ้น
- ตระกูลจิราธิวัฒน์ 1.3 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 4.640 แสนล้านบาท ตระกูล “จิราธิวัฒน์” คือตระกูลมหาเศรษฐีของไทยที่หลายคนมักจะรู้จักในนามของ ตระกูลผู้เป็นเจ้าของธรุกิจในเครือเซ็นทรัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรม เป็นการทำธรุกิจแบบเครือข่ายครอบครัวขนาดใหญ่ ความโดดเด่นของตระกูลจิราธิวัฒน์คือการแบ่งงานกับบริหารอย่างชัดเจนระหว่างพี่น้องในตระกูล และฉลาดในการขยายธุรกิจ ซึ่งแผนงานของกลุ่มเซ็๋นทรัลต่อจากนี้มีโครงการขยายออกสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใขของไทย ที่ธุรกิจของคนไทยสามารถอกไปแข่งขันนอกประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีทายาทรุ่นที่สี่ที่กำลังเป็นที่จับตามองอย่างหนุ่มพีช พชร - จิราธิวัฒน์ เป็นทายาทคนรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงอยู่ในวงการบันเทิงอีกด้วย
- เฉลิม อยู่วิทยา 9.7 พันล้านเหรียญ หรือ 3.462 แสนล้านบาท ผู้ที่อยู่ในทุกความสำเร็จของตระกูลอยู่วิทยาคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “เฉลิม อยู่วิทยา” ลูกชายคนโตของตระกูลเขาคือกำลังสำคัญและถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิดกระทิงแดงร่วมกับพ่อของเขา จนได้ชื่อว่า “เจ้าพ่อแบรนด์กระทิงแดง” มหาเศรษฐีแสนล้าน ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ บริษัท เรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยดูแลตลาดในภาคพื้นยุโรปที่ส่งไปขายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยาม ไวเนอรี่ จำกัด เป็นผู้ผลิตไวน์ชื่อ “Monsoon Valley” (มอนซูน แวลลีย์) และเครื่องดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์ล่าสุดภายใต้แบรนด์ MOOSE (มูส) และอีกกว่า 20 บริษัทในเครือ ต้องบอกเลยว่าเครื่องดืมกระทิงแดงถึงแม้ในประเทศไทยจะมองว่าเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นแรงงาน แต่กลับเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับโลกเลยทีเดียว
- วานิช ไชยวรรณ 4 พันล้านเหรียญ หรือ 1.428 แสนล้านบาท ถึงแม้ว่า “วานิช ไชยวรรณ” จะมีอายุถึง 85 ปี แต่ก็ยังนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในเมืองไทย โดยวานิช ไชยวรรณ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศไทย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เป็นนักธุรกิจที่รักการทำงาน แม้อายุจะมากแต่ยังคงไฟแรงอยู่ ซึ่งกว่ากลุ่มธุรกิจของไทยประกันชีวิตจะกลายเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และโด่งดังได้อย่างเช่นทุกวันนี้ ต้องใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวมานานถึง 40 ปีเลยทีเดียว ซึ่งบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันในธุรกิจประกันภัยประสบความสำเร็จในประเทศไทยก็คือ"วานิช ไชยวรรณ” นี่แหละจ้า นอกจากมหาเศรษฐีทั้ง 5 คนข้างต้นนี้แล้ว ยังมี “กฤตย์ รัตนรักษ์” ที่คว้าอันดับ 6 ไปครองโดยมีทรัพย์สินทั้งหมดสูงถึง 3.3 พันล้านเหรียญ หรือ 1.178 แสนล้านบาท ส่วนอันดับ 7 ตกเป็นของ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” มีทรัพย์สินมูลค่า 3.25 พันล้านเหรียญ หรือ 1.160 แสนล้านบาท ตามมาติดๆด้วย “ปราเสริฐ ปราสาททองโอสภ” เศรษฐีอันดับ 8 ที่มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 3.2 พันล้านเหรียญ หรือ 1.142 แสนล้านบาท ซึ่งถูกเป็นตัวเลขที่สูสีกันมากเรียกได้ว่าเฉียดกันไปนิดเดียวจริงๆ ส่วนอันดับ 9 และ 10 นั่น ตกเป็นของ “สันติ ภิรมย์ภักดี” อีกหนึ่งตระกูลดังที่มีทรัพย์สินถึง 2.4 พันล้านเหรียญ หรือ 8.566 หมื่นล้านบาท และสุดท้ายคือ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็ยังคงติดอันดับด้วยเช่นกัน โดยมีทรัพย์สินทั้งหมด 1.65 พันล้านเหรียญ หรือ 5.889 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว! เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม ภาพ : www.cpthailand.com, daily.rabbit.co.th