โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พีระพันธุ์ ยาแรงปราบทุจริต ‘ทำงานให้ประชาชน ไม่มีขายวิญญาณ’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ธ.ค. 2568 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. เวลา 02.01 น.
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

คอลัมน์ : Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต

พรรครวมไทยสร้างชาติ จากยุคที่เป็นข้อต่ออำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงเลือกตั้งในปี 2566 จนได้ สส.กว่า 36 ที่นั่ง เป็น สส.เขต 23 ที่นั่ง และ สส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก 13 ที่นั่ง

แม้ว่าวันนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่เหมือนเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะกลุ่มของสุชาติ ชมกลิ่น และกลุ่มของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ย้ายไปสวมเสื้อคลุมพรรคภูมิใจไทย

แต่ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ยังตั้งใจสานต่อภารกิจ เขาเปิดใจกับ “เครือมติชน” ว่า การทำพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะอยากให้มีพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาของประชาชนจริง ๆ

เปิดใจ ไม่คิดเป็นนักการเมือง

พีระพันธุ์เล่าว่า ปีนี้จะขึ้นปีที่ 3 เต็ม ผมทำพรรคนี้มาตั้งแต่สิงหาคม 2565 มาถึงปัจจุบัน จากประสบการณ์การเมืองที่ผมมาอยู่ในการเมือง 30 ปี ทำให้ผมรู้สึกว่ามันต้องมีพรรคอย่างที่ผมคิดอยากให้มี ผมอยากมีพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นหลัก ไม่ใช่คิดแต่เพียงว่าให้ได้สถานะทางการเมือง หรือได้ตำแหน่งทางการเมือง

ผมเห็นว่านักการเมืองไทยส่วนใหญ่เข้ามาเล่นการเมือง ซึ่งอำนาจนิติบัญญัติคือสภา ฝ่ายการเมือง ชื่อก็บอกแล้วว่า นิติบัญญัติ ทำหน้าที่ออกกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ให้บ้านเมืองดี สังคมดี แต่ผมแทบไม่เห็นมีใครทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย

“ความจริงที่ผมตัดสินใจทำการเมือง ขออนุญาตเปิดใจ ผมไม่ได้อยากมาเป็นนักการเมือง ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยคิด ชะตาชีวิตจะได้มาเป็น ผมเริ่มทำงานเป็นผู้พิพากษา ไปรับราชการเป็นผู้พิพากษาในต่างจังหวัด เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเห็นว่าสังคมมีปัญหา เห็นชาวบ้าน ที่เรียกว่าชาวบ้านจริง ๆ มีความทุกข์อะไรบ้าง”

“ทั้งจากความเป็นอยู่ ซึ่งทำให้ต้องเป็นผู้กระทำความผิด แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไม่มีฟืนหุงข้าว แต่ประหยัดเงิน หาไม้ป่ามาทำฟืนกลับถูกตำรวจจับ ไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้ตั้งใจทำผิด แต่เราไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมายได้ สารพัดเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมคิดว่า ชาวบ้านมีปัญหา สังคมมีปัญหา”

พฤษภาทมิฬ จุดเปลี่ยนชีวิต

“แต่จุดสุดท้ายที่ผมตัดสินใจเข้าการเมือง คือ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งผมรู้สึกวันนั้นว่านักการเมืองส่วนใหญ่เข้ามาเล่นการเมือง ผมไม่เคยเห็นนักการเมืองซึ่งเป็นนิติบัญญัติพูดเรื่องกฎหมาย ผมเป็นผู้พิพากษา ผมเห็นกฎหมายหลายอย่างซึ่งมันควรจะต้องแก้ ทำไมคนที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติพูดแต่เรื่องการเมือง ไม่พูดเรื่องกฎหมาย ต่างจากที่ผมเห็นที่สหรัฐอเมริกา”

“ผมเรียนปริญญาโทที่สหรัฐ นักการเมืองของเขาจะพูดเรื่องกฎหมาย เปิดทีวีดู คนนี้จะเสนอกฎหมายนั่น เสนอกฎหมายนี่ ทั้งที่สหรัฐมี สส. และ สว. เหมือนกัน แต่ของเรามันกลายเป็นนักการเมือง ซึ่งผมรู้สึกไม่พอใจ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ด่า พูดตรง ๆ นักการเมืองไทยมันแย่ และทำให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ”

“แต่ด่าไปด่ามาก็มานั่งนึกว่าทำไมไม่ด่าตัวเอง ถ้าเราคิดว่าเราอยากจะช่วยบ้านเมือง แล้วเราพร้อมจะทำหน้าที่ให้ดี ทำไมเราไม่ทำเอง นั่นคือเหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้พิพากษา แล้วมาทำงานการเมือง ผมไม่เคยบอกว่าผมมาเล่นการเมือง”

“ผมอยู่การเมืองมานาน แต่ไม่เป็นข่าวเท่าไหร่เพราะผมไม่สนใจ ผมเห็นว่าปัญหาบ้านเมืองต้องแก้เยอะ ที่ผมแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีใครแก้ คือเรื่องค่าไฟที่ผ่านมา ลองไปดูย้อนหลังใครลดค่าไฟได้ ตอนผมเข้าเป็นรัฐมนตรี หน่วยละ 4.77 บาท แต่ตอนนี้จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2568 หน่วยละ 3.94 บาท ก่อนหน้านี้ทุกเดือนมีแต่ขึ้น 2 ปี ผมไม่เคยขึ้นค่าแก๊สหุงต้ม”

“เรื่องค่าครองชีพ ฝ่ายการเมืองทำให้เขารวยไม่ได้ แต่ทำให้เขามีเงินเหลือมากขึ้น ที่เป็นต้นทุนของสินค้าคือ ค่าพลังงาน ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เรื่องพลังงาน เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น แก๊สต้องขึ้น น้ำมันต้องขึ้น ตามตลาดโลก ทำไมราคาน้ำมันต้องอิงตลาดสิงคโปร์ คำตอบง่ายนิดเดียวคือไม่รู้ราคาน้ำมันเมืองไทย ต้องไปอิงกับสิงคโปร์ ทำไมไม่รู้ เพราะเป็นความลับของผู้ประกอบการ”

“ถามว่าพวกนี้เสียภาษีไหม..เสีย การเสียภาษีคือรายได้ลบรายจ่าย รายจ่ายคือต้นทุนทุกอย่าง…ถูกไหม ต้นทุนน้ำมันก็ต้องแสดงต่อสรรพากรเอารายจ่ายลดรายได้ได้ยังไง สรรพากรต้องบอก แต่กระทรวงพลังงานซึ่งคุมพลังงานแท้ ๆ บอกไปบังคับเขาไม่ได้ เป็นความลับทางการค้า เราอยู่กับสังคมแบบนี้จึงต้องไปอ้างสิงคโปร์ ถามว่าทำไม…เพราะเราไม่มีอำนาจ”

“ผมใช้เวลาถึง 2 เดือน นั่งหากฎหมายจนผมเจอว่าผมมีอำนาจประกาศแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานตั้งมา 2545 ผมมาเป็น รมว.พลังงาน 2566 รวม 21 ปี ไม่เคยมีรัฐมนตรีคนไหนหาช่องทางว่าให้ผู้ประกอบการแจ้งราคาต้นทุนน้ำมัน นี่ไง…การใช้อำนาจการเมืองหาจนเจอ”

“ที่ผมได้ข้อมูลมาเพราะใช้อำนาจทางการเมืองที่ถูก ดึงข้อมูลมาแก้ ไม่ใช่เล่นการเมือง ผมทำพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อเหตุนี้ ผมอยู่การเมืองมานาน ทำพรรคที่ทำงานเพื่อประชาชนสักครั้งหนึ่ง ผมทำแบบนี้มา และยังยืนหยัดในแนวทางนี้ ไม่วอกแวกกับเรื่องอื่น”

“ผมไม่สนใจว่าผลกระทบในการทำงานต่าง ๆ จะเกิดกับผมหรือเกิดกับพรรค แต่เป้าหมายของผมคือทำงานให้ประชาชน ผมไม่มีทางขายวิญญาณผมเด็ดขาด”

ยาแรงปราบคนโกง

พีระพันธุ์กล่าวว่า “สิ่งที่ผมเรียนรู้อย่างหนึ่ง คนโกงชนะเสมอ เมื่อโกงก็รู้ว่าจะโกง เตรียมหลักฐานเตรียมข้อมูลที่จะโกง เราเกลียด สื่อมวลชนก็ด่าตลอด แล้วยังไง ก็ยังทุจริตเหมือนเดิม แก้ปัญหาได้ไหม กว่าจะพิจารณาคดีเสร็จ ประเทศไทยมีหน่วยงานแก้ปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ กี่หน่วย เป็นไง ผมจำได้ว่ายุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครทุจริตประหารชีวิตเลย คนถึงกลัว เมื่อไหร่จะเข็ดหลาบถ้าไม่ใช้ยาแรงเสียที”

“พวกสแกมเมอร์มาตั้งฐานที่จันทบุรี คดีเงียบแล้ว ถึงไม่เงียบ โวยวายเรื่องสแกมเมอร์ จับไปเถอะ สุดท้ายโดนข้อหาได้แค่ฉ้อโกง รับสารภาพลดครึ่งหนึ่ง คุ้มไหม ถ้าไม่ใช้ยาแรง ไม่มีวันจบ จึงต้องมีนโยบายประหารชีวิตคนโกงเงินแผ่นดิน สแกมเมอร์ ให้ลูกเมียชดใช้เงินแผ่นดิน”

6 นโยบาย เศรษฐกิจ

นอกจากนโยบายด้านความมั่นคง อาทิ ยกเลิก MOU 43-MOU 44 สร้างรั้วไทย-กัมพูชา ให้เบี้ยออกรบ 2 แสนบาท สำหรับทหารที่ออกรบ สมัครใจเกณฑ์ทหารรับคนละ 30,000 บาท ยังมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดังนี้

1.การปล่อยเสรีโซลาร์เซลล์ ให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต

2.ลบประวัติเครดิตบูโร จ่ายจบกู้ใหม่ได้ทันที เพราะคนที่ติดเครดิตบูโรในประเทศนี้มี 5 ล้านคน

3.นโยบายราชการงานไว หลายใบอนุญาต จบที่หนึ่งคำขอ

4.ตั้งเป้าราคาข้าว 15,000 บาท/ตัน ปาล์ม 6 บาท/กก. ด้วยระบบแบ่งปันผลกำไร (70:30)

5.ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ : ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ยังต้องนำเข้าปุ๋ย กรมทรัพยากรธรณีพบแร่โพแทชในประเทศสูงถึง 10,000 ล้านตัน เราต้องเร่งขุดขึ้นมาแปรรูป ผลิตเป็นปุ๋ยขายให้เกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาดครึ่งหนึ่ง

6.น้ำมันเบนซิน ดีเซล 30 บาท ค่าไฟถูกลงได้อีก 3.3 บาท/หน่วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พีระพันธุ์ ยาแรงปราบทุจริต ‘ทำงานให้ประชาชน ไม่มีขายวิญญาณ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...