โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่รอช้า! นานาชาติในกัมพูชา เคลื่อนไหวทันที หลังไทยคืนทหาร 18 นาย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 01 ม.ค. เวลา 09.21 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีที่ทางการไทยได้ดำเนินการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ซึ่งถูกควบคุมตัวจากสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งกลับประเทศกัมพูชาที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยมีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งขบวนทหารรอรับด้วยตนเอง

จากกรณีที่ทางการไทยได้ดำเนินการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ซึ่งถูกควบคุมตัวจากสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งกลับประเทศกัมพูชาที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยมีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งขบวนทหารรอรับด้วยตนเอง

ล่าสุด 1 มกราคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อกรณีที่ประเทศไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัว โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นหลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ และเป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจ พร้อมเรียกร้องให้ทั้งไทยและกัมพูชาดำเนินการตามพันธกรณีที่ตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษ (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรและเยอรมนีต่างออกมาแสดงความชื่นชมต่อการปล่อยตัวดังกล่าว โดยมองว่าเป็นก้าวเชิงบวกที่สำคัญในการเสริมแรงผลักดันของการหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา และมีส่วนช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างทั้งสองฝ่าย พร้อมสนับสนุนให้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

สเตฟาน เมสเซอเรอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกัมพูชา ระบุว่า การปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ถือเป็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปสู่การหยุดยิงที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคงมากขึ้น อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังคงยึดมั่นในการสนับสนุนการเจรจาอย่างสันติและเสถียรภาพในระยะยาว

ด้านโดมินิก วิลเลียมส์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกัมพูชา แสดงความยินดีต่อการที่กัมพูชาได้ต้อนรับทหารกลับสู่มาตุภูมิ โดยมองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษยังคงสนับสนุนให้ทั้งกัมพูชาและไทยดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกัน

ขณะที่อูเอโนะ อัตสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ระบุว่า การปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้งหมดเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการรักษาการหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย และช่วยลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน พร้อมแสดงความหวังว่าการหยุดยิงจะยังคงดำรงอยู่ ความตึงเครียดจะคลี่คลายลง และอวยพรให้ทุกฝ่ายมีความสุขในช่วงปีใหม่

ในส่วนของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้ยกย่องการปล่อยตัวและการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทยกลับประเทศ โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน หลังการหยุดยิงระหว่างสองประเทศ

ICRC เปิดเผยว่า ได้ทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เป็นกลางในภารกิจดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายใต้แถลงการณ์ร่วมที่ไทยและกัมพูชาลงนามกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งเปิดทางให้มีการส่งตัวทหารกัมพูชากลับประเทศ หลังถูกควบคุมตัวเป็นเวลานาน 155 วัน

มีรยานา สปอลยาริช ประธาน ICRC ระบุว่า การปล่อยตัวและการส่งตัวทหารกัมพูชากลับประเทศ ช่วยให้ครอบครัวได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง และเป็นก้าวสำคัญในการทำให้พันธกรณีที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมเกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมเน้นย้ำว่าการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงการส่งตัวผู้ถูกจับกุมกลับเมื่อการสู้รบยุติลง เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความไว้วางใจและการสนับสนุนเส้นทางสู่สันติภาพ

ICRC ยังระบุเพิ่มเติมว่า ได้เข้าเยี่ยมทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายแล้ว 4 ครั้ง นับตั้งแต่ถูกควบคุมตัวในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อติดตามความเป็นอยู่และอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับครอบครัว ตามกรอบของอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3

ด้านพลโทหญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า การปล่อยตัวทหารทั้ง 18 นาย ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อความพยายามด้านสันติภาพ ขณะที่สถานการณ์ตามแนวชายแดนที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่สามารถทยอยเดินทางกลับบ้านได้มากขึ้น

รัฐบาลกัมพูชายังแสดงความหวังว่า การปล่อยตัวครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ ส่งเสริมเสถียรภาพ และสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศไทยให้กลับสู่ภาวะปกติในอนาคตอันใกล้ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่มณฑลทหารที่ 4 และมณฑลทหารที่ 5 ยังคงอยู่ในภาวะสงบ และกองกำลังกัมพูชายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ภายใต้การยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงที่มีร่วมกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...