จีนลดภาษีนำเข้า 935 รายการ เปิดโอกาสเอกชนไทยส่งออกปี 69
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ประเทศจีน กระทรวงพาณิชย์ รายงายว่า จีนได้เดินหน้าปรับโครงสร้างกฎหมายและนโยบายเศรษฐกิจครั้งสำคัญ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มบังคับใช้ "แผนการปรับภาษีศุลกากรปี 2026" ซึ่งกำหนดใช้อัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวที่ต่ำกว่าอัตราภาษี MFN สำหรับสินค้า 935 รายการ เพื่อขยายการนำเข้าสินค้าคุณภาพสูง สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่
รวมถึงส่งเสริมการเปิดประเทศในระดับที่สูงขึ้น ควบคู่กับกฎหมายและมาตรการใหม่หลายฉบับ ครอบคลุมด้านภาษีการค้า ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประเทศคู่ค้า รวมถึงประเทศไทยที่มีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้กลุ่มสินค้าที่อยู่ในรายการลดภาษีนำเข้าชั่วคราวที่ต่ำกว่าอัตรา MFN ในปี 2569 จะครอบคลุม ทั้งผลิตภัณฑ์เกษตร ประมง อาหาร อาหารสัตว์ ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ อาทิ
1. สินค้าอาหารทะเลและสัตว์น้ำ
- ปลาแซลมอนสด/แช่แข็ง
- ปลาตัวอื่นๆ เช่น ปลาคอด ซาร์ดีน
- ปูแช่แข็ง
- กุ้งและกุ้งก้ามกรามสด/เย็น
2. ผลิตภัณฑ์นมและอาหารสัตว์
- นมและผลิตภัณฑ์นม เช่น นมผง/ชีสต่างชนิด
- ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น อาหารสุนัข/แมว กระป๋อง/เม็ด และอาหารสัตว์ทั่วไป
3. ผลไม้และธัญพืช/ถั่วเปลือกแข็ง
- ผลไม้สด/แห้ง เช่น มะม่วงสด/แห้ง และถั่วต่างๆ (เช่น ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิสตาชิโอ)
- ธัญพืชประเภทต่างๆ
4. ผลิตภัณฑ์เกษตรและสาหร่ายทะเล
- สาหร่ายทะเลที่เหมาะสำหรับมนุษย์บริโภค
- สาหร่ายทะเลที่ ไม่เหมาะสำหรับบริโภค
- หญ้าและอาหารสัตว์บางรายการ
5. ไขมัน น้ำมัน และสารตั้งต้น
- น้ำมันปลาในรูปแบบแคปซูล
- ไขมันสัตว์เช่น น้ำมันแกะ วัว
- กรดไขมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
6. อาหารและสูตรสำหรับเด็ก
- นมผง/สูตรสำหรับเด็ก
- อาหารสำหรับเด็กในรูปแบบต่างๆ
- การระบุแยกสำหรับ สูตรเฉพาะทางการแพทย์
7. สินค้าอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่ม
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บรรจุขวดขนาดเล็ก
- ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปบางชนิด
8. สินค้าเกษตรอื่น ๆ
- เมล็ดพืช เช่น ยี่หร่า
- เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดทานตะวัน
- พืชอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9. สินค้าปิโตรเลียม และแร่ธาตุ
- หินธรรมชาติและหินก่อสร้าง
- กราไฟต์/ทรายควอตซ์/แร่ธาตุหลายชนิด
- น้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น น้ำมันเบนซิน
- ถ่านหินและผลิตภัณฑ์คาร์บอนอื่น ๆ
10. เคมีภัณฑ์และสารเคมีเฉพาะทาง
- เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ออกไซด์โลหะหลายชนิด กรดและสารประกอบต่าง ๆ
- สารเคมีเฉพาะทาง เช่นสารประกอบโบรอน
- เคมีสำหรับอุตสาหกรรมยา (รวมถึงสารตั้งต้นยา)
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนระบุว่า การปรับลดภาษีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสอดประสานระหว่างตลาดและทรัพยากรทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยในเชิงนโยบายแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่
1. การส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่ง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญและวัสดุขั้นสูง เช่น อุปกรณ์ไฮดรอลิก CNC และวัสดุคอมโพสิตเฉพาะทาง
2. การผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว โดยลดภาษีนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและการรีไซเคิล เช่น วัตถุดิบสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และแร่ธรรมชาติบางประเภท
3. การยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบสาธารณสุข ด้วยการลดภาษีนำเข้าสินค้าทางการแพทย์ อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทางและชุดตรวจวินิจฉัยโรค
ขณะเดียวกัน จีนจะยกเลิกอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวสำหรับสินค้าบางรายการ เช่น มอเตอร์ขนาดเล็ก เครื่องพิมพ์ และสารเคมีบางชนิด และกลับไปใช้อัตราภาษี MFN ตามพันธกรณีขององค์การการค้าโลก
นอกจากนี้ เพื่อสะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศและภาวะอุปสงค์–อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป จีนยังได้ปรับปรุงระบบพิกัดศุลกากร โดยเพิ่มรหัสพิกัดย่อยใหม่ในปี 2569 เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ อาทิ หุ่นยนต์เลียนแบบชีวภาพอัจฉริยะ เชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับการบิน และผลิตภัณฑ์จากป่า เช่น โสม เป็นต้น
ทั้งนี้ จีนยังคงใช้อัตราภาษีศุลกากรพิเศษกับสินค้านำเข้าบางประเภท ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าเสรี 24 ฉบับ และข้อตกลงการค้าพิเศษกับคู่ค้า 34 ประเทศ รวมถึงการคงมาตรการยกเว้นภาษีศุลกากรเต็มจำนวนสำหรับสินค้าจากประเทศพัฒนาน้อยที่สุด 43 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ได้แก่ เอเชีย 8 ประเทศ (เมียนมา สปป.ลาว เนปาล ติมอร์ตะวันออก อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา เยเมน) โอเชียเนีย 2 ประเทศ (คิริบาติและหมู่เกาะโซโลมอน) และแอฟริกา 33 ประเทศ (อาทิ แองโกลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เซเนกัล ซูดาน เซาตูเม ยูกันดา แซมเบีย ฯลฯ)
ขณะเดียวกัน จีนบังคับใช้กฎหมายและมาตรการสำคัญหลายฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยในด้านภาษีจะเริ่มใช้ "ระเบียบว่าด้วยการบังคับใช้กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน" ซึ่งประกอบด้วย 6 บท 54 มาตรา ครอบคลุมการจัดเก็บ อัตราภาษี สิทธิประโยชน์ และการบริหารภาษี
ซึ่งมีผลโดยตรงต่อบริษัทต่างชาติและผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในจีน ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล จีนจะเริ่มบังคับใช้ "มาตรการรับรองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งออกไปต่างประเทศ" เพื่อกำหนดกรอบการส่งผ่านข้อมูลข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบและปลอดภัย ส่งผลต่อธุรกิจไทยในสาขาอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี และบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตลาดจีน
สำหรับความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ระบุว่า การปรับนโยบายและกฎหมายเศรษฐกิจของจีนชุดใหม่นี้ สะท้อนทิศทางการเปิดประเทศเชิงคุณภาพที่มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยเพิ่มอุปสงค์ต่อสินค้านำเข้าและเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
โดยการส่งออกจากไทยไปจีนได้รับสิทธิพิเศษภายใต้กรอบการค้าเสรี FTA อาเซียน-จีน และ RCEP ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับสิทธิอัตราภาษีที่ต่ำกว่าอัตราภาษีชั่วคราวของจีนอยู่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น เครื่องจักร เครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก เคมีภัณฑ์อินทรีย์ โลหะพื้นฐานอย่างทองแดงและอะลูมิเนียม รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรและผลไม้ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การลดภาษีชั่วคราวดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ต่อสินค้าที่อยู่นอกเหนือรายการ FTA บางชนิด อาทิ เคมีภัณฑ์ สารเคมีเฉพาะ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล แผงวงจร ผลิตภัณฑ์ยา และยางสังเคราะห์ที่ใช้ในเทคโนโลยี ฯลฯ
สำหรับสินค้าส่งออกที่ไม่ต้องผูกพันกับเงื่อนไขถิ่นกำเนิดสินค้า และประเทศนอกความตกลงกับจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้จีนมีทางเลือกจากประเทศซัพพลายเออร์มากขึ้น การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสในตลาดจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และวัตถุดิบอุตสาหกรรม
โดยเน้นการผลิตและส่งออกสินค้าที่สอดรับกับนโยบายห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมจีน ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการค้าระหว่างไทยในตลาดจีน