โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 02.35 น.

บทความพิเศษ | นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน

ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย

ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ

สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยทำเรื่อง “ผู้สูงอายุดีเด่น” โดยการคัดเลือกจากจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้สูงอายุมีภาวะเป็น “พฤฒพลัง” (active aging) มาตั้งแต่ พ.ศ.2542 ก่อนเกิด พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ราว 4 ปี

หลังร่วมผลักดันจนเกิด พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้มี “คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ” ที่มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับผู้สูงอายุ โดยในมาตรา 9 (1) บัญญัติให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและ “สนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรมของผู้สูงอายุ…”

นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เห็นว่า นอกเหนือจาก “ผู้สูงอายุดีเด่น” ระดับจังหวัดแล้วควรมีการยกย่อง “ผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ” เป็นประจำทุกปีด้วย

จึงได้มีการริเริ่มผลักดันผ่านคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติจนกระทั่งประสบความสำเร็จ สามารคัดเลือกและประกาศเกียรติคุณ “ผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม” ได้ในปี พ.ศ. 2550 เป็นปีแรก

คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติได้ดำเนินการเป็นขั้นตอน โดยแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการสรรหาผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม” ชุดแรก มีนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน คณะอนุกรรมการฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ดังนี้

เทศบาลตำบลเชียงรากน้อย โดยการบริหารงานของ นายอภิสิทธิ์ อัครวรรธนกุล นายกเทศมนตรีตำบลเชียงรากน้อย

1.คุณสมบัติของผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา

1.1 คุณสมบัติทั่วไป

(1) มีสัญชาติไทย อายุไม่ควรต่ำกว่า 75 ปี

(2) เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นและเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

(3) เป็นผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้

(3.1) เป็นผู้มีสุขภาพดี ทั้งในด้านกาย จิต ปัญญา และสังคม

(3.2) เป็นผู้ประกอบกิจการงานอันเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม

(3.3) เป็นผู้มีความมั่นคงในชีวิต ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว และสภาพแวดล้อม

1.2 คุณสมบัติเฉพาะตัว

(1) มีการดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดี อาทิ เรื่องการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นผู้สนใจใฝ่เรียนรู้อยู่เป็นนิจ เป็นต้น

(2) เป็นผู้วางตัวอยู่ในครอบครัวและในสังคมโดยธรรม

(3) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม และเป็นตัวอย่างแก่สาธารณชนได้

2.วิธีการเสนอชื่อ การสรรหา และการคัดเลือก

2.1 การเสนอชื่อ

(1) อนุกรรมการในคณะอนุกรรมสรรหาผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมมีสิทธิ์เสนอชื่อผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ทั้งในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติได้คนละไม่เกิน 1 ชื่อ

(2) หน่วยงานระดับกระทรวงทุกแห่งทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีสิทธิเสนอชื่อผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ได้กระทรวงละไม่เกิน 3 รายชื่อ

(3) กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 76 จังหวัด มีสิทธิ์เสนอชื่อผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ได้จังหวัดละไม่เกิน 1 ชื่อ โดยส่งเอกสารให้ฝ่ายเลขานุการ ณ กลุ่มส่งเสริมการเตรียมความพร้อมสู่วัยสูงอายุ กองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ ภายในวัน – เวลาที่กำหนด

2.2 ฝ่ายเลขานุการรวบรวม ตรวจสอบ กลั่นกรองและสรุปประวัติตามรายชื่อเพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการสรรหาฯ พิจารณา

2.3 การลงมติเลือกผู้สูงอายุแห่งชาติ ต้องเป็นมติเอกฉันท์ของคณะอนุกรรมการที่เข้าร่วมการประชุม

2.4 การลงมติ ใช้วิธีลับ

2.5 คณะอนุกรรมการนำเสนอชื่อผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดเลือกต่อคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบในการประกาศสดุดีเกียรติคุณเป็นผู้สูงอายุ

2.6 มติของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ถือเป็นที่สุด

3.การมอบรางวัลแก่ผู้สูงอายุแห่งชาติ

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ จะได้รับรางวัลเงินสด จำนวน 100,000 (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เข็มกลัดทองที่ระลึก น้ำหนัก 1 บาท สลักรูปดอกลำดวน และชื่อ-สกุล พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติประจำปี

นิยามคำว่า ผู้สูงอายุ ตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 คือ “บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย” แต่สำหรับผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ กำหนด “อายุไม่ควรต่ำกว่า 75 ปี” เพื่อให้มีเวลาสะสมผลงานยาวนานเพียงพอ โดยเฉพาะผลงานหลังจาก “เป็นผู้สูงอายุ” แล้ว

พิธีมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณจะดำเนินการใน “งานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ซึ่งวันผู้สูงอายุแห่งชาติคือ วันที่ 13 เมษายน อันเป็นช่วงวันสงกรานต์ และ “วันแห่งครอบครัว” ด้วย การจัดงานจึงมักจัดก่อนวันจริงประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ช่วงวันแห่งครอบครัว ผู้สูงอายุจะได้อยู่กับครอบครัว ได้สังสรรค์กันตามประเพณี

พิธีมอบรางวัลจะมุ่งให้ความสำคัญอย่างสูงทั้งแก่ ทั้ง “ผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ” และผู้สูงอายุทั้งประเทศโดยรวมด้วย โดยนอกจากการแนะนำประวัติ ผลงาน และให้ผู้ได้รับคัดเลือกแสดงปาฐกถาหรือให้ข้อคิดต่อประชาชน และมีกิจกรรมเชิดชูความสำคัญของผู้สูงอายุ เช่น การจัดประกวดสุนทรพจน์เรื่องผู้สูงอายุของเด็กและเยาวชน

แต่น่าเสียดายที่บางปี วัตถุประสงค์ของการจัดงานมีการเบี่ยงเบนไป

ผู้ได้รับการสรรหาเป็นผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ.2550 มีลำดับโดยดังนี้

1. พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

2. ศาสตราจารย์ นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว

3. ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา

4. ศาสตราจารย์ระพี สาคริก

5. ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวณิช

6. รองศาสตราจารย์ ดร.สายสุรี จุติกุล

7. ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร

8. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

9. เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่

10. ดร.เสนาะ อูนากูล

11. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

12. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

13. นายแพทย์ บรรลุ ศิริพานิช

14. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

15. นายแพทย์ เฉก ธนะสิริ

16. นายแผน วรรณเมธี

17. นายประยงค์ รณรงค์

18. นายธนินท์ เจียรวนนท์

19. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.8)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้สูงอายุดีเด่นแห่งชาติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...