โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พรรคประชาชนเปิดตัวทีมบริหารคนที่ 3 ปลดล็อกการศึกษาไทย ไม่ให้เป็นความทุกข์ของชาติ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 07.36 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(7 ม.ค. 69) ซีรีส์ The Professional ตอนที่ 3 ของพรรคประชาชน เปิดตัวคนที่จะเข้ามารับหน้าที่ในทีมบริหาร หากพรรคประชาชนสามารถตั้งรัฐฐาลได้ โดยในวันนี้พรรคเปิดตัว รศ.อนุชาติ พวงสำลี ประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, อดีตคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, และอดีตคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ามารับผิดชอบงานด้านการศึกษาของพรรค

.

“การศึกษาคือความทุกข์ของแผ่นดิน” คือนิยามสั้นๆ แต่สะท้อนภาพใหญ่ที่ รศ.อนุชาติ มองเห็นถึงปัญหาเรื้อรังของระบบการศึกษาไทย โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันทุกองคาพยพ ตั้งแต่เด็ก ครู ผู้ปกครอง ไปจนถึงระดับนโยบาย ล้วนติดอยู่ในกับดักของระบบที่ออกแบบมาเพื่อโลกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

.

รศ.อนุชาติระบุว่า หากพรรคประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำทันทีคือการประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับทุกคนภายใน 3 เดือนแรก เพื่อสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้

.

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแก้ปัญหาความทุกข์ของครูอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการ ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน เช่น งานตรวจรับพัสดุหรืองานเอกสารราชการที่ดึงเวลาครูออกจากห้องเรียน เพื่อให้ครูได้ทำหน้าที่หลักในการดูแลและพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ

.

แนวคิดหลักของการปฏิรูปครั้งนี้คือการเปลี่ยนวิธีคิดจาก “ระบบรวมศูนย์” มาเป็นการสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ในมิติต่างๆ ทั้ง เคารพความแตกต่างหลากหลาย เลิกจัดการศึกษาแบบ “ตัดเสื้อโหล” ที่บังคับให้ทุกคนต้องเรียนเหมือนกัน แต่จะเปิดพื้นที่ให้เด็กได้เติบโตตามศักยภาพและวิถีของตนเอง, การศึกษาไร้รอยต่อ (Seamless Education) เชื่อมโยงทรัพยากรนอกรั้วโรงเรียน เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรเอกชน พิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา, แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ สร้างพื้นที่ออนไลน์ที่บรรจุหลักสูตรหลากหลาย ทันโลก (เช่น AI, ทักษะการเงิน) และอนุญาตให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดคอนเทนต์ที่ต้องการเรียน, กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ส่งเสริมให้โรงเรียนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง ทั้งเรื่องงบประมาณและการบรรจุบุคลากร

.

นอกจากนี้ รศ.อนุชาติเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้กระทรวงถอยออกมาทำหน้าที่เป็น “มันสมอง” และ “ผู้คุมกติกา” ทำหน้าที่ดูมาตรฐาน วิเคราะห์ทิศทางแรงงาน และกำกับดูแลเชิงวิชาการ มากกว่าที่จะลงไปผูกขาดจัดการศึกษาเองเพียงลำพัง พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงแรงงาน หรือกระทรวง อว. เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต

.

สำหรับความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม รศ.อนุชาติได้ยกตัวอย่างจากประสบการณ์บริหาร โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า การเรียนแบบเชิงรุกที่เคารพตัวตนเด็ก ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กมีความสุข แต่ยังส่งผลให้เด็กมีภาวะผู้นำ คิดเชิงวิพากษ์ และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่ตนเองสนใจได้สูงถึง 80-90%

.

“หน้าที่ของการศึกษาคือทำให้ดอกไม้และต้นไม้เจริญเติบโตงอกงามไปในทิศทางของเขา” รศ.อนุชาติกล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายในระยะ 4 ปี หากได้รับโอกาสเข้าไปบริหาร เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าห้องเรียนไทยให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและความงอกงามอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...