โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CAAT ยกระดับมาตรฐานการบินไทยสู่เวทีสากล ตอกย้ำความพร้อมรับยุคการบินแห่งอนาคต

The Better

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 04.01 น. • THE BETTER
CAAT สรุปผลงานปี 2568 เดินหน้าพัฒนาระบบกำกับดูแลการบินในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย ความมั่นคง และการรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ หลังไทยได้รับการยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1 จาก FAA

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สรุปผลงานเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านการบินของประเทศอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย การรักษาความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นจากประชาคมการบินระหว่างประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคตของภูมิภาค

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของปี 2568 คือ การที่ประเทศไทยได้รับการยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1 จากการประเมินขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Aviation Administration: FAA) ภายใต้โครงการ IASA ในเดือนเมษายน 2568 หลังจาก CAAT ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแล พัฒนากฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานด้านการบิน รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของประเทศไทยกลับมาเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การได้รับสถานะ Category 1 ช่วยเปิดโอกาสให้สายการบินไทยสามารถทำการบินตรงเข้าสหรัฐอเมริกา รวมถึงสามารถเปิดเส้นทางใหม่หรือเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลการประเมินของ FAA อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ช่วยส่งเสริมการเดินทางและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ CAAT ยังผ่านการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ USOAP – CMA โดยมีคะแนน Effective Implementation (EI) อยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพในการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินที่มีความเป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ในด้านการรักษาความปลอดภัยการบิน CAAT ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านสำหรับการตรวจประเมินภายใต้โครงการ ICAO USAP ทั้งการทบทวนกฎหมายและมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย การเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้าน Security ให้สอดรับกับบริบทความท้าทายด้านความมั่นคงในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน CAAT ได้ดำเนินการอนุญาตและกำกับดูแลการทดสอบทดลองบินอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงทางดิ่ง (eVTOL) ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติ สำหรับการนำเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) มาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า “การทดสอบ eVTOL เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเตรียมระบบกำกับดูแลสำหรับการบินรูปแบบใหม่ CAAT ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินโลกอย่างมั่นคง”

จากความสำเร็จในปี 2568 CAAT เตรียมต่อยอดสู่ปี 2569 ด้วยการเป็นเจ้าภาพร่วมกับ ICAO ในการจัดงาน AAM Symposium 2026 ระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นโยบาย และแนวปฏิบัติด้านการบินสมัยใหม่ ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ สะท้อนบทบาทของ CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคง แต่ยังพร้อมสนับสนุนนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...