น้ำท่วมภาคกลาง เริ่มคลี่คลาย! แต่ “ภาคใต้” น่าห่วง ปภ. เตือน 20 จ. ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
สถานการณ์น้ำภาคกลางเริ่มดีขึ้น แต่ภาคใต้กลับน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝนตกต่อเนื่องระดับน้ำตามคลองสายต่างๆ เริ่มล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนประชาชนใกล้ริมคลอง
วันนี้ (20 พ.ย.68) เฟซบุ๊ก อบต กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปอัปเดตสถานการณ์น้ำบริเวณบ้านคีรีวง ตั้งแต่เวลา 03.17 น. จนถึง เวลา 09.05 น.วันนี้ (20 พ.ย.68) พบว่า มีน้ำป่าจำนวนมาก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน ได้ “ปักธงเหลือง” เฝ้าระวังสภาวะน้ำใกล้ล้นตลิ่ง ตั้งแต่เมื่อวาน (19 พ.ย.68)
นายไพโรจน์ รัตนธน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลกำโลน เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุอุทกภัย จำนวน 2 จุด
จุดที่ 1 ศูนย์รักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวสะพานคีรีวง
จุดที่ 2 วัดวังไทร หมู่ที่ 7 ต.กำโลน
พร้อมแจ้งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ให้เก็บข้าวของไว้ที่สูง และเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM (ปภ.) รายงานการแจ้งเตือนสาธารณภัย ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ดังนี้
🟡 น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง และสตูล
น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี
น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ปทุมธานี และนนทบุรี
คลื่นลมแรง
จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส
ทั้งนี้ กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. ดังนี้
สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,713 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,793 ลบ.ม./วินาที)
ระดับน้ำ 24.35ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.35 ม.)แนวโน้มลดลง
เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท (สถานี C.13)
เช้านี้มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,637 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,688 ลบ.ม./วินาที)
แนวโน้มลดลง
สถานี C.29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี (จุดรวมน้ำก่อนไหลผ่านกรุงเทพฯและปริมณฑล)
ปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,308 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,237 ลบ.ม./วินาที)
กรมชลประทาน ยังคงหน่วงน้ำส่วนหนึ่งไว้บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาอย่างเต็มศักยภาพ และปรับลดการระบายท้ายเขื่อนให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือ เพื่อลดผลกระทบด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด
ส่วนพื้นที่ตอนล่างได้เร่งระบายน้ำออกทะเลโดยเร็วที่สุด ด้วยการใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งระบายน้ำในช่วงน้ำลง พร้อมกับใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณคลองชายทะเล เร่งระบายน้ำออกทะเลอีกทางหนึ่ง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ภาคกลางเริ่มคลี่คลาย แต่ภาคใต้น่าเป็นห่วงสุดๆ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเป็นระยะๆ กันด้วยนะคะ