จับ 2 สาว ร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย
วันที่ 13 มกราคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครพล ปัทมานุสรณ์ สว.กก.4 บก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปปป. ดำเนินการ ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และร่วมกันใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ บก.ปปป. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง เพื่อวางแผนและรวบรวมพยานหลักฐานในการเข้าจับกุมขบวนการทุจริตสวมบัตรประชาชน ซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อาทิ นายอำเภอ, ปลัดอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และนายหน้าที่เกี่ยวข้อง
โดยขบวนการนี้ได้ทำการนำบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (กลุ่มทุนจีนสีเทา) มาสวมรอยเป็นบุคคลที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรีในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จากการตรวจสอบของกรมการปกครองพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการนี้ทั้งสิ้น 28 ราย จึงได้ประสานให้ บก.ปปป. เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขออนุมัติศาลอาญาทุจริตภาค 5 เพื่อออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมไปได้แล้ว 15 ราย และการจับกุมหญิงสาว 2 คน ในครั้งนี้ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย
จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยระบุว่าตนเป็นประชาชนทั่วไปที่ไปดำเนินการขอบัตรสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน