โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับ 2 สาว ร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย

วันที่ 13 มกราคม 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครพล ปัทมานุสรณ์ สว.กก.4 บก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปปป. ดำเนินการ ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และร่วมกันใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ บก.ปปป. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง เพื่อวางแผนและรวบรวมพยานหลักฐานในการเข้าจับกุมขบวนการทุจริตสวมบัตรประชาชน ซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อาทิ นายอำเภอ, ปลัดอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และนายหน้าที่เกี่ยวข้อง

โดยขบวนการนี้ได้ทำการนำบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (กลุ่มทุนจีนสีเทา) มาสวมรอยเป็นบุคคลที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรีในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จากการตรวจสอบของกรมการปกครองพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการนี้ทั้งสิ้น 28 ราย จึงได้ประสานให้ บก.ปปป. เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขออนุมัติศาลอาญาทุจริตภาค 5 เพื่อออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมไปได้แล้ว 15 ราย และการจับกุมหญิงสาว 2 คน ในครั้งนี้ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย

จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยระบุว่าตนเป็นประชาชนทั่วไปที่ไปดำเนินการขอบัตรสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...