เจาะลึกความหวังใหม่หุ้นเทคฯ จีน พลิกฟื้นด้วยชิป AI และแรงส่งภาคการผลิต
ตลาดหุ้นจีน เปิดปีใหม่ 2569 อย่างสดใส ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาคึกคัก ขานรับความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศการเติบโตของ GDP ปี 2025 ที่ระดับ 5% อย่างเป็นทางการ
ประกอบกับภาคการผลิตส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนจากดัชนี PMI เดือนธ.ค.ที่กลับมาขยายตัวสู่ระดับ 50.1 ยุติภาวะหดตัวยาวนาน 8 เดือน ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีเสถียรภาพนี้ได้กระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงสุดในรอบ 4 เดือน แตะระดับ 2.8 ล้านล้านหยวน ซึ่งถือเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับตลาดหุ้นจีนในการรองรับปัจจัยบวกใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่เริ่มฉายภาพการเติบโตโดดเด่นกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม
สำหรับโอกาสการลงทุนที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ คือ “กองทุนหุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จีน” ที่ได้รับปัจจัยบวกเฉพาะตัว (Catalyst) อย่างชัดเจน จากรายงานข่าวรัฐบาลเตรียมอนุมัติการนำเข้าชิป Nvidia รุ่น H200 ให้แก่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Alibaba และ ByteDance ซึ่งถือเป็นการปลดล็อกคอขวดด้านฮาร์ดแวร์และขีดความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ครั้งสำคัญ
แม้เราจะยังคงมุมมองภาพรวมตลาดเป็น Neutral เพื่อระมัดระวังความเสี่ยงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันเอื้ออำนวยอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์ Selective Buy ในกลุ่มเทคโนโลยีจีน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐและเม็ดเงินงบประมาณที่เร่งเบิกจ่าย จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนในการทยอยสะสมกองทุนเทคโนโลยีจีน เพื่อคาดหวังผลตอบแทนจากการเติบโตเชิงโครงสร้างที่สวนทางกับภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจทั่วไป
“มังกรติดปีก AI” เจาะลึกกลยุทธ์ลงทุนจีนยุคใหม่ ในวันที่มูลค่า “ยังไม่แพงเกินไป”
ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก จีนกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งด้วยการประกาศศักยภาพด้าน “ความพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะความสำเร็จของการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งระดับโลก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าจีนพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุค AI
ประกอบกับปัจจัยบวกจากการที่ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมภาคเอกชน และมีการเข้าซื้อสินทรัพย์ผ่านกองทุนระดับชาติ (National Team) เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดทุน ทำให้บรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีจีนกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเฟ้นหาโอกาสจากการเติบโตของเทคโนโลยีจีนอย่างครอบคลุม โดยเน้นการกระจายการลงทุนไปในหุ้นจีนทั้งตลาด Hong Kong (H-Share) ที่เป็นแหล่งรวมบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติขนาดใหญ่ และตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Share) ซึ่งอุดมไปด้วยบริษัทนวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์ เพื่อให้ครอบคลุม “ห่วงโซ่อุปทานของ AI” (AI Value Chain) ทั้งระบบ ได้แก่:
- ต้นน้ำ (Upstream): กลุ่มผู้สร้างฮาร์ดแวร์พื้นฐานที่เปรียบเสมือน “มันสมอง” และ “ประสาทสัมผัส” ของระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญสูงสุดเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ เช่น ผู้ผลิตชิปประมวลผลและเซมิคอนดักเตอร์
- กลางน้ำ (Midstream): กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน Data Center และ Server เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากประชากรอินเทอร์เน็ตกว่า 1.1 พันล้านคน เช่น Data Center และระบบ Cloud Platform ที่รองรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาล
- ปลายน้ำ (Downstream): กลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและ ภาคธุรกิจ เช่น Smart EV & AIoT, E-Commerce & Cloud และ Content & Social
ในมิติของแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยการลงทุนในธีมนี้จึงเปรียบเสมือน การคว้าโอกาสเติบโตไปกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจจีนสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีใน ระยะยาว จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในวิกฤตและเชื่อมั่นในพลังของนวัตกรรมจากฝั่งตะวันออก
คอลัมน์: HOW to ลงทุน by MFC
โดย ธิดารัตน์ เจริญวุฒิ
บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)