โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ยกเลิกแบนอาวุธกัมพูชา ทรัมป์ฟื้นสัมพันธ์ทหาร-การค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 03.44 น.

“สหรัฐ” ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามขายอาวุธให้กัมพูชา หลังพนมเปญสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมรื้อฟื้นการฝึกร่วมทางทหารที่หยุดไป 8 ปี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐประกาศยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้ กัมพูชา ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากรัฐบาลพนมเปญให้การสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพไทย–สหรัฐ ที่ผลักดันโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ตัดสินใจยกเลิกมาตรการดังกล่าว โดยพิจารณาจากความพยายามของกัมพูชาในการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงการกลับมาร่วมมือกับสหรัฐในด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ประกาศนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ พีต เฮกเซธ ประกาศรื้อฟื้นการฝึกร่วมทางทหารกับกัมพูชาที่ถูกระงับมานานถึง 8 ปี

การกระชับความสัมพันธ์กับหนึ่งในประเทศพันธมิตรใกล้ชิดของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงผลของการที่กัมพูชา ให้การสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพกับไทยภายใต้การนำของทรัมป์ เหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาช่วงต้นปีนี้ยุติลง หลังทรัมป์ขู่จะระงับข้อตกลงทางการค้ากับทั้งสองประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิธีที่ทรัมป์ใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยสั่งห้ามการส่งออกอาวุธให้กัมพูชาในปี 2564 โดยอ้างถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การทุจริต และความร่วมมือทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างกัมพูชากับจีน อย่างไรก็ตาม ภายใต้มาตรการใหม่ การอนุมัติคำขอส่งมอบอาวุธให้กัมพูชาจะถูกพิจารณาเป็นรายกรณี

กัมพูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่เสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัล โนเบลสาขาสันติภาพ ยังได้รับสิทธิ์ลงนามใน ข้อตกลงการค้าพิเศษกับสหรัฐฯ และให้คำมั่นว่าจะ เพิ่มความร่วมมือกับ FBI เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก

สหรัฐแสดงความกังวลมาโดยตลอดว่า กัมพูชาอาจเปิดทางให้จีนใช้ ฐานทัพเรือเรียม (Ream Naval Base) ในอ่าวไทยแบบผูกขาด ซึ่งรัฐบาลพนมเปญได้ปฏิเสธมาโดยตลอด ล่าสุด รัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธได้หารือกับรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาเกี่ยวกับการ เปิดทางให้กองทัพเรือสหรัฐเยือนฐานทัพเรือดังกล่าวในอนาคต

อย่างไรก็ดีกัมพูชายังคงถูกวิจารณ์อย่างหนักในประเด็นสิทธิมนุษยชน ทั้งการปราบปรามฝ่ายค้าน การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการใช้การควบคุมตัวโดยพลการเพื่อปิดปากผู้เห็นต่าง

ด้าน เกรกอรี มีคส์ ส.ส.พรรคเดโมแครตจากนิวยอร์ก และสมาชิกอาวุโสของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์โจมตีว่า “ทรัมป์ได้บิดเบือนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐต่อกัมพูชา โดยไม่คำนึงถึงความมั่นคงของชาติหรือคุณค่าของสหรัฐ”

มีคส์กล่าวเพิ่มเติมว่า “การยกเลิกการห้ามขายอาวุธเพียงเพราะรัฐบาลกัมพูชาพยายามเอาใจทรัมป์เพื่อสนับสนุนการชิงรางวัลโนเบล ถือเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่ออย่างที่สุด”

เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาคองเกรสที่เคยเดินทางเยือนกัมพูชาเมื่อปี 2565 เพื่อประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...