โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก The Wonderful Wizard of Oz ถึง Wicked: For Good สำรวจเรื่องราวและสัญญะเบื้องหลังของ Emerald City

a day magazine

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 03.00 น. • a day magazine

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คงไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหนที่ได้รับความนิยมและสร้างกระแสได้แรงไปกว่า 'Wicked: For Good' อีกแล้ว เพราะนี่ถือเป็นการปิดฉากบทสรุปของโลกพ่อมดแห่งออซ ที่หลายคนรอมากว่าหนึ่งปีหลังจาก Wicked ภาคแรกเข้าโรงภาพยนตร์เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา

Wicked: For Good คือการมาสานต่อเรื่องราวของดินแดนมหัศจรรย์นี้ หลังจากที่ ‘เอลฟาบา’ (รับบทโดย ซินเธีย เอริโว) ดันไปล่วงรู้ความลับของพ่อมดแห่งออซเข้า ทำให้เธอนึกต่อต้านและกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพ่อมด ‘กลินดา’ (รับบทโดย อารีอานา กรานเด) เพื่อนสนิทคนสำคัญของเอลฟาบา ผู้เลือกคนละทางกับเอลฟาบา จึงต้องเข้ามาปะทะกัน เพื่อยืนยันต่อเส้นทางที่เลือกเดิน

ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยล์เรื่องราว เราขอพักเนื้อเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์เอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ทุกคนสามารถไปรับชมบทสรุปกันที่โรงภาพยนตร์ได้เลย ส่วนครั้งนี้เราขอมาพูดถึงอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ประกอบสร้างให้ Wicked กลายเป็นหนังอีกเรื่องที่ผู้ชมจดจำกันได้เป็นอย่างดี กับฉากหลังของภาพยนตร์

หลายซีนในเรื่องมีฉากหลังที่ทั้งโดดเด่นและอลังการ อย่างมหาลัยชิซ (Shiz University) ที่ถูกออกแบบมาอย่างยิ่งใหญ่ ราวกับมีเวทมนตร์ขลังและความมหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่ภายใน หรือกระทั่งดินแดนมันช์กิน (The Munchkinland) กับการประดับประดาไปด้วยทุ่งดอกไม้หลากสีสัน แต่หนึ่งในฉากหลังที่ชวนให้จดจำมากที่สุดของเรื่อง ก็คงต้องยกให้กับเมืองมรกต (Emerald City) ที่มาพร้อมกับสีเขียวสะท้อนแสง และสถาปัตยกรรมสุดตระการตา

เชื่อว่าผู้ชมที่ได้เห็นเมืองมรกตในหนังกันไปแล้ว น่าจะพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าเมืองแห่งนี้เหมือนถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์จริงๆ ทั้งหอคอยน้อยใหญ่ หรือแม้แต่ปราสาทพ่อมดออซ ทุกองค์ประกอบทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนเหนือจินตนาการอย่างแท้จริง

ครั้งนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปสำรวจเบื้องหลังเมืองมรกตของทั้ง Wicked ตลอดจน The Wonderful Wizard of Oz กันว่าเมืองสีเขียวอันอัศจรรย์แห่งนี้มีเรื่องราวหรือสัญญะอะไรที่ซุกซ่อนไว้อยู่บ้าง

งานออกแบบและสถาปัตยกรรมใน Emerald City

“แค่เดินตามทั้งถนนอิฐสีเหลืองไป ก็จะพบเมืองมรกตแล้ว”

ระหว่างทางก่อนจะเดินไปถึงเมืองมรกต เพื่อไปดูถึงความหมายและสัญญะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของเมือง เราขอชวนทุกคนมาเริ่มต้นที่แรงบันดาลใจและงานออกแบบของเมืองกันก่อน เพราะองค์ประกอบเหล่านี้เอง คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ Emerald City ดูมหัศจรรย์ราวกับถูกเสกขึ้นมาด้วยเวทมนตร์จริง ๆ

ด้วยความที่ต้นฉบับของอย่าง The Wonderful Wizard of Oz ของ แอล.แฟรงก์ บอม (L. Frank Baum) เป็นวรรณกรรมเทพนิยายอเมริกัน ผู้ออกแบบฉากของ Wicked อย่าง นาธาน โครวลีย์ (Nathan Crowley) จึงอยากแสดงออกถึงกลิ่นอายความเป็นอเมริกันผ่านฉากต่างๆ ของหนัง เฉพาะอย่างยิ่งกับ Emerald City นาธานจึงเลือกหยิบ White City ซึ่งเป็นชื่อเรียกลำลองของงานนิทรรศการโคลัมเบียนโลก (World's Columbian Exposition) ที่จัดขึ้น ณ เมืองชิคาโก เมื่อปี 1893

โดยงานนี้มีการสร้างอาคารต่างๆ ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เรีกยว่า ‘โบซาร์’ (Beaux-Arts) และสไตล์ ‘นีโอคลาสสิก’ (Neo-Classic) สีขาว อันเป็นเอกลักษณ์จนถูกเรียกรวมๆ ว่า White City ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ถึงแม้งานนิทรรศการนี้จะจัดขึ้นมามากกว่ 130 ปีแล้ว แต่ความอลังการและความยิ่งใหญ่ของ White City ในอดีตยังคงตราตรึงมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน จึงไม่แปลกเลยหากนาธาน โครวลีย์จะเลือกหยิบเมืองดังกล่าวมาเป็นทีมครอบหลักให้แก่เมืองมรกตในหนัง

หนึ่งในสิ่งก่อสร้างสำคัญที่ถูกหยิบมาเป็นแรงบันดาลใจและต้นแบบให้กับอาคารใน Emerald City คือ ‘Golden Door’ ของ Transportation Building ผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง อย่าง หลุยส์ ซัลลิแวน (Louis Sullivan) ผู้ออกแบบซุ้มโค้ง Golden Door ด้วยการใส่ลวดลายที่มีความละเอียดอ่อนและประณีต ซึ่งตัวของนาธานก็ได้นำสไตล์การออกแบบดังกล่าวมาปรับใช้กับหลายพื้นที่ใน Wicked ไม่ว่าจะเป็นซุ้มทางเข้าพระราชวังของพ่อมดออซ อาคารสถานีรถไฟของเมือง หรือกระทั่งทางเข้าของมหลาวิทยาลัย

ดังนั้น Emerald City ในฉบับ Wicked จึงไม่ใช่เพียงเมืองเวทมนตร์เท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมและแนวความคิดแบบอเมริกันในยุคศตวรรที่ 19 ผสมผสานกับความมหัศจรรย์ของดินแดนแห่งออซ จนเกิดเป็นงานออกแบบที่ทั้งแปลกใหม่ แต่ก็แฝงไปด้วยชั้นเชิงทางสถาปัตยกรรม

สัญญะของ Emerald City

มากกว่าแค่ความสวยงามและความอลังการของเมืองมรกตที่เราได้เห็นในเรื่องแล้ว Emerald City ยังแฝงไปด้วยสัญญะที่สะท้อนเรื่องราวของ Wicked ตลอดจน The Wonderful Wizard of Oz ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

ชัดเจนสุด คงจะเป็นเรื่องของการใช้เมืองมรกตแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและการหลอกหลวง เมืองสีเขียวนี้สะท้อนถึงการควบคุมและการสร้างภาพลวงตาให้ผู้คนเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น อย่างที่เราทราบกันดีว่าพ่อมดออซไม่ได้มีพลังเวทมนตร์หรืออิทธิฤทธิ์อะไร หากแต่เป็นคนธรรมดาที่ใช่เล่ห์กลในการหลอกลวงคนอื่นๆ ให้คล้อยและทำตามสิ่งที่เขาพูด

ในบางครั้งหลายคนก็ตีความว่า The Wonderful Wizard of Ozเป็นอุปมานิทัศน์ทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเงินตราในปลายศตวรรษที่ 19 เมืองมรกตเป็นสัญลักษณ์ของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองศูนย์กลางอำนาจที่ดูยิ่งใหญ่สวยงาม แต่แท้จริงเป็นเพียงภาพลวงตาไม่ต่างจากเงินกระดาษสีเขียว (Greenback) ที่มีค่าเพียงเพราะทุกคน ‘เชื่อ’ ว่ามันมีค่าเท่านั้น

ส่วนพ่อมดออซก็ถูกมองว่าเป็นตัวแทนประธานาธิบดีวิลเลียม แมกคินลีย์ (ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ณ เวลาที่หนังสือตีพิมพ์ครั้งแรก) เขาเปรียบเสมือนผู้นำที่ดูทรงพลังแต่แท้จริงแล้วอำนาจของเขาเป็นเพียงภาพมายาไม่ต่างจากการยืนอยู่หลังม่านควบคุมกลไกต่างๆ ด้วยเล่ห์กล หลายคนจึงมักมองว่า The Wonderful Wizard of Ozเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและสถานการณ์การเงินของสหรัฐฯ ในช่วงเวลานั้น

ท้ายสุดแล้วในหนัง Wicked ทั้งสองภาค เมืองมรกตแห่งนี้ก็คงมีความหมายไม่ต่างจากต้นฉบับไปมากเท่าไหร่ เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อมดออซก็ยังคงเป็นภาพแทนของการหลอกหลวงและการใช้อำนาจควบคุมผู้อื่นอยู่ดี

Emerald City จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพจำสำคัญของทั้ง The Wonderful Wizard of Oz และ Wickedหากแต่มันคือตัวแทนความคิดของผู้คน และถ่ายทอดออกมาผ่านการใช้เมืองมรกตนี้เป็นเครื่องมือในการเล่าถึงความคิดดังกล่าว ดังนั้นหากเราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ ของหนังโดยละเอียด ก็อาจทำให้เราค้นพบสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่เพิ่มเติมได้เช่นกัน

อ้างอิงจาก

worldsfairchicago1893.com

elledecor.com

pdfs.semanticscholar.org

filmandfurniture.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...