โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เพื่อนคุย AI จุดกระแสหย่าคู่สมรส

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 02.05 น.

ประเด็นเรื่องมนุษย์พัฒนาความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ AI จนไปถึงขั้นผูกพัน ตกหลุมรัก หรือแต่งงานนั้นกลายเป็นประเด็นที่เราได้ยินมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งแชตบ็อต AI เก่ง สมจริง รู้ใจ มากขึ้นแค่ไหน คนก็มีแนวโน้มที่จะเผลอใจหลงรักมันได้ง่ายเท่านั้น

แต่อีกรายละเอียดที่น่าตั้งคำถามคือ แล้ว AI นับเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์ได้หรือเปล่า

ถ้าแฟนเราคุยกับ AI จนติดงอมแงม ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์แบบเนื้อหนังมังสา เราจะนับว่านี่คือการนอกใจได้ไหม

Wired ตีพิมพ์รายงานฉบับใหม่เมื่อเร็วๆ มานี้ที่ระบุว่าตอนนี้คนเราเริ่มสร้างความผูกพันด้านอารมณ์กับแชตบ็อต AI กันมากขึ้น

ความสัมพันธ์เหล่านี้ก็กำลังค่อยๆ ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในชีวิตจริง

และอาจเป็นการจุดชนวนให้เกิดเทรนด์การแห่กันหย่าคู่สมรสได้

‘คุย’ กับ AI นับเป็นการนอกใจหรือไม่ ผลการสำรวจโดยเว็บไซต์ DatingAdvice.com ที่ทำร่วมกับ Kinsey Institute พบว่า 61 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ที่ยังโสดมองว่าการมีความสัมพันธ์กับ AI นับว่าเข้าข่ายนอกใจแล้ว

ช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีมีส่วนทำให้รูปแบบของการออกเดตหรือคบหาดูใจกันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การหาคู่ถูกย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น

ในขณะที่การนอกใจคู่รักของตัวเองก็ยังถือเป็นการทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับขั้นสุดอยู่เช่นเดิม

ดังนั้น ในโลกในยุคหาคู่แบบดิจิทัล การกระทำแบบไหนถึงเรียกว่าเป็นการนอกใจ

จากผลการสำรวจครั้งดังกล่าวทำให้เราได้ข้อมูลอีกว่าการนอกใจไม่ใช่แค่การกระทำทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังควบรวมถึงอารมณ์ ความรู้สึก การเงินและพฤติกรรมบนโลกดิจิทัลด้วย

พฤติกรรมแบบไหนบ้างที่คนในการสำรวจครั้งนี้มองว่าถือเป็นการนอกใจในยุคดิจิทัล

อันดับที่ 1 คือการ Sexting หรือส่งข้อความเกี้ยวสวาทหาคนอื่น อยู่ที่ 72 เปอร์เซ็นต์

ตามมาด้วยการส่งเงินให้นางแบบนายแบบที่ให้บริการผ่านกล้องเว็บแคมออนไลน์ ที่ 45 เปอร์เซ็นต์

การสมัครสมาชิกเว็บไซต์ OnlyFans ตามมาในอันดับสาม ที่ 33 เปอร์เซ็นต์

การส่งข้อความทางเพศกับแชตบ็อต AI ที่ 32 เปอร์เซ็นต์

และการมีความสัมพันธ์รักโรแมนติกกับ AI companion ที่ 29 เปอร์เซ็นต์

การมีปฏิสัมพันธ์กับแชตบ็อต AI อาจจะดูไม่มีพิษไม่มีภัยและในช่วงแรกๆ หรืออาจจะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ แต่หากไม่จัดการให้ดีก็อาจจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ในชีวิตจริงที่ระหองระแหงได้

ในปัจจุบัน มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวในสหรัฐฯ ออกมาให้ข้อมูลตรงกันว่ามีคดีหย่าร้างที่เกิดจากคู่แต่งงานคนใดคนหนึ่งไปมีความผูกพันด้านอารมณ์กับ AI มากเกินไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนอาจจะบูมกลายเป็นกระแสการหย่าร้างเพราะ AI ได้

บางกรณีไม่ได้เกิดจากการที่คู่รักหันไปใส่ใจพูดคุยแต่กับ AI เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการรูดการ์ดจ่ายค่าสมัครสมาชิก AI ไปจนกระเป๋าฟีบ

หรือบางบ้านก็มาจากการที่อีกคนแชร์ข้อมูลส่วนตัวให้ AI เยอะจนเกินไป เหล่านี้ก็นำไปสู่ความตึงเครียดในชีวิตสมรสที่ลงเอยด้วยการฟ้องหย่าได้

กลับมาที่คำถามว่าการคุยกับ AI นับเป็นการนอกใจหรือไม่

ฉันมองว่า ในตอนนี้ที่กฎหมายยังไม่ได้อัพเดตให้ครอบคลุมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การจะตอบว่านอกใจหรือไม่นอกใจน่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละคู่ แต่ละบ้านจะมอง

ถ้าการพูดคุยกับ AI แบบลึกซึ้งทำให้คู่รักของเรารู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง ต่อให้ไม่ใช่ sexting ก็อาจจะนับเป็นการนอกใจได้

ดังนั้น สำหรับใครก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์และมีการผูกพันทางอารมณ์กับแชตบ็อต AI ที่มากกว่าปกติ โดยที่ตัวเองก็มีคนอยู่ข้างๆ อยู่แล้ว

ให้ตระหนักไว้ว่าความสัมพันธ์กับ AI นั้นอาจนำไปสู่ผลกระทบต่อชีวิตจริงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

อาจจะกระทบต่อชีวิตรัก ต่อสถานะทางการเงิน หรือในอนาคตอาจจะมีผลทางกฎหมาย

เครื่องมือทางเทคโนโลยีแบบนี้ไม่ได้มาพร้อมคู่มือวิธีการใช้งานว่าแบบไหนควร แบบไหนไม่ควร หากใช้ได้ถูกทาง เทคโนโลยีนี้อาจจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้แข็งแกร่ง แน่นแฟ้น

แต่หากใช้ไปอีกทาง ก็อาจบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันมีค่าที่ควรคู่แก่การหวงแหน

การทำความเข้าใจเทคโนโลยีและเปิดใจคุยกับคู่ของตัวเองอย่างโปร่งใสจึงเป็นเรื่องสำคัญ ร่วมกันกำหนดขอบเขต แบบไหนโอเค แบบไหนไม่โอเค และรับฟังความรู้สึกของกันและกัน

หากทำแบบนี้ได้ ไม่ว่า AI จะออดอ้อนแค่ไหนก็คงไม่ใช่คู่แข่งด้านความรักแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อนคุย AI จุดกระแสหย่าคู่สมรส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...