AMATAทำสถิติกำไรสุทธิ 9 เดือน 2.1 พันล้าน กำไรโต 44% เดินโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 1 GW
AMATA รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 2,108 ล้านบาท เติบโต 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3/2568 ทำกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,139 ล้านบาท การเติบโตหลักมาจากยอดโอนที่ดินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดบริษัทเร่งขยายโครงการศูนย์ดาต้าขนาดใหญ่ (Data Center) 1 กิกะวัตต์ (GW) เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาด
25 พฤศจิกายน 2568 -นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2568 บริษัททำสถิติกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นสูงสุดที่ 1,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 26% ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนที่ดินรวม 677 ไร่ (ในไทย 663 ไร่ และเวียดนาม 14 ไร่) และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับผลประกอบการรวม 9 เดือน ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 10,105 ล้านบาท ขยายตัว 11% และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 2,108 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 44% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากธุรกิจพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
- ยอดโอนที่ดิน: ยอดโอนที่ดินสะสม 9 เดือน รวม 1,127 ไร่ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการโอนที่ดิน 5,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%
- ยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog): บริษัทยังมียอด Backlog สูงถึง 22,307 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในปีนี้และปีถัดไป ถือเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
- รายได้สาธารณูปโภคและบริการ: มีรายได้รวม 3,362 ล้านบาท ลดลงราว 15% แต่มีแนวโน้มดีขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปี
- รายได้โรงงานให้เช่า (RBF): รายได้ค่าเช่าอยู่ที่ 773 ล้านบาท เติบโต 16% จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและบริษัทย่อย: อยู่ที่ 690 ล้านบาท โดยหลักมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า Amata B.Grimm Power (74%) และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ Amata NGD (21%)
ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 อมตะมีสินทรัพย์รวม 68,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วน 55% ของสินทรัพย์รวม ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับ 1.38 เท่า ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินที่ดี
นายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยข้อมูลจาก BOI พบว่า ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรก สูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 94% โดยมีนักลงทุนหลักจากสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น
ดาต้าเซ็นเตอร์ 1 กิกะวัตต์ (GW) :
ความต้องการที่ดินสำหรับพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscale) และผู้ให้บริการด้าน AI เป็นส่วนที่เติบโตเร็วที่สุด อมตะมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ ล่าสุดได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ DayOne Data Centers เพื่อร่วมมือในโครงการ Chonburi Tech Park 2
โดยมีเป้าหมายในการขยายศักยภาพของแคมปัสสู่กำลังไฟฟ้ารวม 1 GW การพัฒนานี้จะรวมถึงการขยายโครงการ Chonburi Tech Park 1 เพื่อยกระดับให้เป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) :
นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแล้ว Day One ยังได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชน (Private User Power Purchase Agreement: PPA) กับ บริษัท อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ (AMBRE) เพื่อจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์หมุนเวียนกำลังผลิต 42.5 เมกะวัตต์ ให้กับแคมปัสศูนย์ข้อมูลของ Day One โดยจะเชื่อมต่อผ่านระบบสายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของแคมปัส
การเติบโตอย่างยั่งยืนและ ESG
อมตะ เดินหน้าตามกลยุทธ์ “All WIN” พัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ผสานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด ระบบบริการครบวงจร รองรับอุตสาหกรรมอนาคต และความยั่งยืน (ESG)
โดยรักษามาตรฐาน Zero Waste to Landfill ตั้งแต่ปี 2565 และ Zero Discharge ในปี 2567 พร้อมผลักดันโครงการพลังงานทดแทนและลดคาร์บอนที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 30% จากปีฐาน 2562
พร้อมกันนี้ยังได้รับการจัดอันดับ CG Rating ระดับ “ดีเยี่ยม” ต่อเนื่อง 8 ปี และรางวัล AMCHAM Corporate Social Impact Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4