โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องเทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 69 เที่ยวในประเทศ-เที่ยวเชิงสุขภาพ มาแรง

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ธ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • The Bangkok Insight

อโกด้า เผยเทรนด์ท่องเที่ยวไทยปี 2569 กระแสท่องเที่ยวในประเทศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการใช้ AI ช่วยวางแผนเที่ยวกำลังมาแรง

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยรายงานเทรนด์การท่องเที่ยวประจำปี 2569 โดยชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของนักเดินทางชาวไทย โดยการเดินทางในประเทศกลับมาฮิตอีกครั้ง นักเดินทางไม่ได้มองแค่จุดหมายปลายทาง แต่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาให้คุ้มค่ามากขึ้น

ท่องเที่ยวไทย

สำหรับเทรนด์ท่องเที่ยวในปี 2569 นี้ การท่องเที่ยวทริปสั้น ๆ การท่องเที่ยวเชิงดูแลสุขภาพ และเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านอาหารกำลังมาแรง เรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางชาวไทยมองหาการใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อเติมพลังทั้งร่างกายและจิตใจ ในบ้านเกิดของตนเอง

รายงาน Agoda 2026 Travel Outlook Report ซึ่งได้เก็บผลสำรวจจากนักเดินทางชาวเอเชีย ยังระบุเพิ่มเติมว่าเทคโนโลยีกำลังเข้ามามีบทบาทในการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เริ่มถูกมองว่าเป็นผู้ช่วยวางแผนทริปที่น่าเชื่อถือ

จากรายงานนี้ระบุว่าในอนาคต AI จะช่วยให้นักเดินทางได้ประสบการณ์ที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้นและสนุกมากกว่าเดิม รวมถึงยังช่วยให้นักเดินทางชาวไทยค้นพบจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่า AI กำลังกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยให้การวางแผนทริปเป็นเรื่องง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า นักเดินทางชาวไทยกำลังให้ความสนใจกับจุดหมายปลายทางในประเทศ การท่องเที่ยวแบบดูแลสุขภาพ และการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น คือการสร้างช่วงเวลาที่มีคุณค่า เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

เทรนด์ท่องเที่ยวที่น่าจับตามองของนักเดินทางชาวไทยในปี 2569

เน้นการเดินทางระยะสั้นและเส้นทางในประเทศ

นักเดินทางชาวไทยถือเป็นกลุ่มนักเดินทางในเอเชียที่มีแนวโน้มท่องเที่ยวภายในประเทศสูงเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น โดยผลสำรวจเผยว่า ประมาณ 2 ใน 3 (66%) ของนักเดินทางชาวไทย มีแนวโน้มจะสำรวจจุดหมายในประเทศมากขึ้นในปี 2569 สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นของจุดหมายปลายทางในประเทศไทย

นอกจากนี้ 56% ของนักเดินทางชาวไทยวางแผนที่จะเดินทางระยะสั้น ๆ เพียง 1-3 วันต่อทริป แสดงให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยกำลังให้ความสนใจกับการเดินทาง ใกล้ ๆ และสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นความน่าหลงใหลของเมืองใหญ่ หรือเมืองเล็กที่น่าค้นหา นักเดินทางโหยหาทริปแบบสั้น ๆ ถึงแม้จะเป็นทริปสั้น ๆ สุดสัปดาห์ก็ตาม

การพักผ่อน การดูแลสุขภาพ และประสบการณ์ด้านอาหาร

นักเดินทางชาวไทยมีเหตุผลหลักในการออกเดินทาง 3 ประการ ได้แก่ การเดินทางเพื่อพักผ่อน การเดินทางเพื่อดูแลสุขภาพ และการเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร ถึงแม้ว่าการเดินทางเพื่อพักผ่อนยังคงเป็นเหตุผลหลัก แต่การเดินทางเพื่อดูแลสุขภาพและเสริมสร้างความเป็นอยู่ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน นักเดินทางล้วนมองหาทริปที่ช่วยเติมเต็มทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำสปาในรีสอร์ทสงบ ๆ ไปจนถึงการนั่งสมาธิท่ามกลางธรรมชาติ

ทั้งนี้ การเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร ขยับจากอันดับหกขึ้นมาเป็นเหตุผลอันดับสามที่ทำให้นักเดินทางชาวไทยเลือกออกเดินทางท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มลองข้าวซอยที่เชียงใหม่ กุ้งเผาที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือผลไม้ประจำถิ่นอย่างมังคุด ทุเรียน และลำไย นักเดินทางกำลังเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านวัฒนธรรมอาหาร ตั้งแต่การเรียนทำอาหารท้องถิ่น การเดินเที่ยวตลาดกลางคืน ไปจนถึงการซึมซับเรื่องราวและเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคผ่านอาหาร

AI ขึ้นแท่นเป็นตัวช่วยสำคัญในการวางแผนเดินทาง

ปัจจุบันมีเพียง 31% ของนักเดินทางชาวไทยที่ใช้ AI ในการวางแผนเดินทาง ทั้งนี้ 2 ใน 3 (69%) ของนักเดินทางระบุว่ามีแนวโน้มจะนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ กว่า 57% ของนักเดินทางยังระบุว่ามีความเชื่อมั่นข้อมูลจาก AI นักเดินทางชาวไทยเริ่มมองหาแนวทางที่ AI สามารถเข้ามาเป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสถานที่ใหม่ ๆ เป็นตัวช่วยในการแปลภาษา หรือจัดการรายละเอียดต่าง ๆ ของการเดินทาง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...