โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ฟองสบู่ AI” แตกต่างจาก “ยุคดอทคอม” อย่างไร?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 05.15 น.

รายงานชี้ ฟองสบู่ AI ต่างจากดอทคอมในเชิงโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง ทั้งต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด การแข่งขันไร้ผู้นำถาวร และรายได้ที่ยังตามต้นทุนไม่ทัน

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 09.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความร้อนแรงของกระแส AI ทำให้นักลงทุนจำนวนมากย้อนนึกถึงฟองสบู่ดอทคอมปลายยุค 1990 ซึ่งเป็นยุคที่เงินลงทุนเทไหลสู่เทคโนโลยี แต่จบลงด้วยการแข่งกันล้มละลายของบริษัทอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ทว่าในขณะเดียวกัน ผู้ชนะไม่กี่รายกลับเติบโตจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ในปัจจุบัน ข้อเทียบเคียงทั้งสองยุคดูเผิน ๆ อาจเหมือนกัน แต่ในเชิงโครงสร้างแล้ว ทั้งสองฟองสบู่แทบจะตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

ดอทคอม ฟองสบู่ที่มีเหตุผลรองรับ

Charles Gave จาก Gavekal ชี้ว่าฟองสบู่ดอทคอมมีตรรกะของมันเอง บริษัทอินเทอร์เน็ตในยุคนั้นเป็นโมเดลแบบต้นทุนคงที่สูง ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงครั้งเดียว แต่มีต้นทุนส่วนเพิ่ม (marginal cost) ใกล้ศูนย์ เมื่อบริษัทเริ่มทำยอดขายได้ รายได้ใหม่กลายเป็นกำไรแทบทั้งหมด

แม้บริษัทจำนวนมากจะล้มเหลว แต่ผู้ชนะกลับแข็งแกร่งแบบผูกขาดตลาด จากเครือข่ายผู้ใช้และข้อมูลที่คู่แข่งตามไม่ทัน เช่น Google, Amazon หรือบริษัทที่ต่อมากลายเป็น Magnificent 7 ทำให้นักลงทุนมีเหตุผลที่จะทุ่มเงิน เพราะหากทายถูกเพียงหนึ่งราย ผลตอบแทนที่ได้ก็เพียงพอจะชดเชยบริษัทที่ล้มเหลวทั้งหมด

AI ต้นทุนพุ่งไม่หยุด และความได้เปรียบผูกขาดแทบไม่มี

แต่โลกของ AI กลับไม่เหมือนดอทคอมเลยแม้แต่น้อย

  • AI เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินไม่รู้จบ

ต้นทุนหลักไม่ได้เกิดในช่วงเริ่มต้น แต่เกิดตลอดเวลา ตั้งแต่การอัปเกรดชิป การเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ การรองรับปริมาณใช้งานที่สูงขึ้น ไปจนถึงการใช้พลังงานจำนวนมหาศาลเพื่อประมวลผลโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ต้นทุนจึงไม่เคยลดลงแม้บริษัทจะขยายตัว ต่างจากโมเดล fixed cost ของยุคดอทคอมโดยสิ้นเชิง

  • การผูกขาดใน AI ไม่ได้ง่ายเหมือนยุคอินเทอร์เน็ต

แพลตฟอร์มดอทคอมมี network effect ชัดเจน แต่โมเดล AI วันนี้ถูกพัฒนา ไล่ตามและลอกเลียนได้เร็วมาก ไม่มีใครได้เปรียบแบบเด็ดขาด ตลาดจึงแข่งขันสูงและเปลี่ยนผู้นำได้ตลอดเวลา

  • รายได้ยังไม่ตามต้นทุน

ขณะที่ต้นทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นไม่หยุด รายได้จาก AI ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น ทำให้ภาพกำไรระยะยาวยังคลุมเครือว่าบริษัทใดจะขึ้นมาเป็นผู้นำที่ทำกำไรจริง

โดยสรุปคือ หากดอทคอมเป็นฟองสบู่ที่มีเหตุผลรองรับว่าผู้ชนะจะกำไรมหาศาล ฟองสบู่ AI ยังไม่แสดงหลักฐานนั้น และมีความเสี่ยงที่ต้นทุนจะกัดกินรายได้ไปอีกยาวนาน

นักลงทุนควรทำอย่างไร? บทเรียนจาก GMO

Ben Inker จาก GMO เสนอภาพมุมกลับว่า แม้ฟองสบู่ดอทคอมจะทำให้ S&P 500 ร่วงลงกว่า 45% ระหว่างปี 2000–2003 แต่นักลงทุนที่หลบออกจากหุ้นสหรัฐกลับทำผลตอบแทนได้ดีจากสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นขนาดเล็กนอกสหรัฐ REITs หุ้นตลาดเกิดใหม่ ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ และพันธบัตรรัฐบาลประเทศพัฒนาแล้ว และที่สำคัญ GMO คาดการณ์สิ่งนี้ก่อนฟองสบู่จะแตก ไม่ใช่ย้อนหลัง

Inker มองว่าแม้หุ้นสหรัฐปรับขึ้นแรงจนมีความเสี่ยง แต่สินทรัพย์อื่นทั่วโลกยังมีราคาน่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้น Value ทั่วโลก หุ้นขนาดเล็กนอกสหรัฐ โดยเฉพาะในญี่ปุ่น และพันธบัตรรัฐบาลที่กลับมาให้ผลตอบแทนดี และสามารถป้องกันพอร์ตหากเศรษฐกิจถดถอย เมื่อเทียบกับฟองสบู่ปี 2007–2008 หรือปี 2021 ซึ่งทุกสินทรัพย์แพงไปหมด ครั้งนี้นักลงทุนมีที่หลบภัยชัดเจนกว่า

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...