โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม. เศรษฐกิจ เคาะ “แพ็กเกจช่วยน้ำท่วมใต้” พักหนี้สูงสุด 1 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.51 น.

ครม. เศรษฐกิจ เคาะ แพ็กเกจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 4 มาตรการใหญ่ ครอบคลุมการเงิน ภาษี ประกันภัย การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค แบงก์รัฐให้พักหนี้รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท สูงสุด 1 ปี ออกสินเชื่อเสริมสภาพคล่องดอกเบี้ย 0% นาน ปี เร่งจ่ายสินไหม-เคลมขยายเวลาชำระภาษี/ค่าธรรมเนียม ให้ลดหย่อนภาษีซ่อมแซมบ้าน-รถ

1 ธ.ค. 2568 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นประธานการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจได้มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

จากการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งได้สำรวจความเสียหายและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด และเป็นระบบ

ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการเงิน ภาษี การประกันภัย การประกอบอาชีพ และการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค โดยยึดหลักความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ภายใต้แนวคิด “Quick Big Recovery” มีรายละเอียด ดังนี้

ระยะที่ 1 : การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ได้แก่ (1) การจัดหาสิ่งของอุปโภคและบริโภคจำเป็นและขาดแคลน (2) การจัดหาที่พัก/ศูนย์พักพิง (3) การจัดหาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต เป็นต้น (4) การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยการดำเนินมาตรการภาษีสนับสนุนการบริจาค และ (5) การเร่งรัดให้จ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน

ระยะที่ 2 - 3 : การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและทรัพย์สิน โดยเมื่อพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการจะเปลี่ยนผ่านสู่การเยียวยา ซึ่งเป็นการประคับประคองและบรรเทาภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่อย่างรอบด้าน ครอบคลุมด้านการลดภาระหนี้ การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า/ส่งเงินให้ถึงมือ การลดภาระค่าใช้จ่าย และมาตรการด้านอื่น ๆ เพื่อให้ภาคประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีการดำเนินการ ดังนี้

1. การลดภาระหนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดดอกเบี้ย 0% ต่อปี) รายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

2. การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า/ส่งเงินให้ถึงมือ เช่น การให้สินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เป็นสินเชื่อเพิ่มเติมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับธนาคาร (ลูกหนี้เดิม) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก การให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก

ทั้งนี้มาตรการพักหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะใช้งบประมาณของสถาบันการเงินเอง โดยจะมีการแยกเป็นบัญชีสำหรับุรกรรมนโยบายรัฐ(Public Service Account: PSA) เพื่อป้องกันความเสียหายให้กับสถาบันการเงิน โดยหากเกิดความเสียหายกับบัญชีดังกล่าวรัฐบาลจะเข้ามาชดเชยความเสียหายให้

“ในส่วนของมาตรการพักหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะใช้เม็ดเงินของสถาบันการเงินนั้นๆ เอง ไม่ได้ใช้เงินจากภาครัฐ โดยจะตั้งเป็น PSA ซึ่งหากเกิดความเสียหายรัฐจะมาช่วยชดเชย ส่วนธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว โดยเราได้ขอให้มีการบูรณาการร่วมกันให้มาตรการไปในทิศทางเดียวกันธปท. จึงอยู่ระหว่างผ่อนคลายเกณฑ์ และ สมาคมธนาคารไทยอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการให้ดำเนินการในรูปแบบเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ส่วนแหล่งเงินกำลังพิจารณาว่าจะใช้เงินมาชดเชยเท่าไร”

ขณะที่ยังมี การสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเสียหาย การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินชดเชยที่ได้รับ การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาที่ประสบอุทกภัยตามจำนวนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินที่รับจากรัฐบาลเพื่อการป้องกันอุทกภัย การขยายระยะเวลา/ผ่อนผันระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัย การเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย การขยายเวลากำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น

“เราจะมีการขยายเวลาชำระภาษี/ค่าธรรมเนียม ลดภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับซ่อมแซมทรัพย์สินตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท, ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาซ่อมแซมรถไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนผู้ประกอบการหักค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สินได้ 2 เท่า และ ผู้บริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมสามารถลดหย่อนภาษีได้”

3. การลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น การยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วนเพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย การยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาที่ทำจัดซื้อจัดจ้าง การลดค่าน้ำประปาในพื้นที่อุทกภัย การเตรียมจัดงานธงฟ้าเยียวยาค่าครองชีพ โดยเน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดหลังน้ำลดและอุปโภคบริโภคจำเป็น การบรรเทาภาระด้านเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการสินค้า GI (Geographical Indication) การเว้นค่าเช่าและค่าเช่าซื้อ เป็นต้น

4.ด้านอื่น ๆ เช่น รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและบริการต่าง ๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถึงในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น

พร้อมทั้งได้มีการมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป

“กระทรวงการคลัง คาดว่า การบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้ จะช่วยส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างครบถ้วนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะฉุกเฉิน การเยียวยาด้วยการลดภาระทางการเงินและภาษี ตลอดจนการฟื้นฟูอาชีพและเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถตั้งหลักและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ประกอบกับการเร่งพลิกฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้กลับคืนสู่ความเข้มแข็งและเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...