‘ดร.อานนท์’ แพร่บทความ สงครามไทย-กัมพูชา กับความขัดแย้งชาติมหาอำนาจสองฝ่าย
3 มกราคม 2569 - รศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เผยแพร่บทความเรื่อง "ไทย-กัมพูชา กับสามชาติมหาอำนาจ" มีเนื้อหาดังนี้
สงครามระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ได้เป็นความขัดแย้งระหว่างสองชาติ แต่เป็นความขัดแย้งในระดับลึกของชาติมหาอำนาจสามชาติ สองฝ่าย
ฝ่ายแรกคือสหรัฐอเมริกา ที่กัมพูชาพยายามแปรพักตร์ไปพึ่งพา "ฮุน มาเนต" ซึ่งจบจากโรงเรียนนายร้อย Westpoint ของสหรัฐอเมริกา ทำให้มีเพื่อนมากมายที่ทำงานให้ประธานาธิบดี Donald Trump เป็นตัวเชื่อม อเมริกาเอาใจฮุนเซนเต็มที่เพื่อหวังจะเข้ามามีอิทธิพลในกัมพูชาแทนจีน
ฝ่ายสอง มีจีนกับรัสเซีย โดยมีไทยกับเวียดนามเป็นมิตรสมทบ
ในพื้นที่ กัมพูชา มีเรือรบจีนจอดที่เมืองเรียม ตรงสีหนุวิลล์ กล่าวคือกองทัพประชาชนของจีน เข้ามาอยู่ในกัมพูชาแล้ว สักพัก
เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา มีแนวโน้มจะลุกลาม คือฮุนเซนอาจจะเลือกโจมตีลาวใต้ ทำให้รัสเซียกับลาว ร่วมซ้อมรบกันแถว ๆ ปากเซ จำปาศักดิ์ โบโลเว่นที่ปลูกกาแฟเยอะ ๆ ส่วนตรงสามเหลี่ยมมรกตนั้น ก็มีสะแตตรึง เมืองใหญ่ของกัมพูชา
รัสเซีย ส่งกองทัพเข้ามาในลาว พร้อมอาวุธ ยุทโธปกรณ์เต็มคาราเบล พร้อมจัดหนัก เป็นการข่มกัมพูชาว่าอย่ามาแตะต้องลาว โดยจีนเองนั่นแหละที่สนับสนุน สีจิ้นผิงคงขยิบตาบอกวลาดิเมียร์ ปูตินเรียบร้อย
ที่จีนต้องขอให้รัสเซีย พี่หมีขาวมาช่วย เพราะจีนเองขยับไม่ได้ เนื่องจากหากขยับ กัมพูชาจะซบอเมริกาทันที นอกจากนี้จีนเองยังมีปัญหาเรื่องหมู่เกาะ Spratley ในทะเลจีนใต้ และปัญหาการแย่งน้ำในแม่น้ำโขง ที่ขัดแย้งกันอยู่ รัสเซียนั้นสนิทสนมกับลาวมายาวนานกว่าจีน พญามังกรจึงขอให้พี่หมีขาวมาคุมเชิงไว้
แต่นี่ก็คุมเชิงโดยการซ้อมรบกันมาสี่เดือนได้แล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะถอนกำลังออกไป
อเมริกา มีกองเรือที่ 7 (United States Seventh Fleet) ในอินโด-แปซิฟิก มีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่ โยโกสุกะ อีกอันที่อยู่ใกล้คือ กองเรือที่ 5 ในมหาสมุทรอินเดีย มีฐานปฏิบัติการหลักอยุ่ที่ ดีเอโกการ์ซีอา (Diego Garcia) หมุ่เกาะปะการัง
สหรัฐอเมริกายังแนบแน่นกับกองทัพสิงคโปร์ แต่กองทัพสิงคโปร์ ด้อยในเชิงภูมิศาสตร์ ต้องมาอาศัย ค่ายไทรโยคกับค่ายรามสูรในไทย เพื่อฝึกรบทางบกและทางอากาศ
เท่ากับในกัมพูชา มีกองทัพจีนอยู่
ในลาว ติดกับกัมพูชา มีกองทัพรัสเซียอยู่
ห่างออกมา มีกองเรือของสหรัฐอเมริกา พร้อมลงมือจากทั้งโยโกสุกะในมหาสมุทรแปซิฟิค และจากดิเอโกการ์ซิอา ในมหาสมุทรอินเดีย
มีกองทัพเวียดนาม ซึ่งอยู่ข้างจีน อย่างแน่นอน และกองทัพเวียดนามก็มีศักยภาพเข้มแข็งมาก เคยถึงอันดับหกของโลก
คำถามคือ การที่มหาอำนาจมีกองกำลังตรึงกันไว้อย่างนี้ ส่งผลอะไร
กัมพูชา เมื่อไหร่สถานการณ์จะสุกงอมจากภายใน อันหมายถึงความล่มสลายของระบอบฮุนเซน การที่มหาอำนาจสามชาติ สองฝ่าย คุมเชิงไว้เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ
จีน คุมเชิง โดยมีรัสเซีย เวียดนาม เป็นคนช่วย อยู่ใกล้ชิดมากกับพื้นที่ของกัมพูชา มีไทยที่รบกับกัมพูชาอยู่แล้วนั้น แทบจะเป็นสมัครพรรคพวกร่วมวงไพบูลย์ด้วยไปโดยปริยาย แม้ประเทศไทยจะใช้การทูตไผ่ลู่ลมมาโดยตลอด
จีนนั้นต้องการเปลี่ยนระบอบฮุนเซน เพราะการเป็นรัฐสแกมเมอร์ของฮุนเซนและปล่อยให้จีนเทาเข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชานั้น ทำให้รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนเสียหน้าอย่างที่สุด เกิดปัญหาคนจีนถูกฉ้อโกงและค้ามนุษย์ในกัมพูชา เรื่องนี้จีนไม่สามารถปล่อยวางได้เลย แต่จีนก็ยังคงจำเป็นต้องอาศัยฮุนเซน เพื่อครองพื้นที่ในกัมพูชาต่อไป เนื่องจากจีนถูกหันกระบอกปืนล้อมโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ต่างมีฐานทัพอเมริกาตั้งอยู่ ไต้หวันก็เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายอเมริกา และอเมริกามีอิทธิพล
สิงคโปร์และมาเลเซีย ในยุคนี้ อยู่ข้างสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม นโยบายการฑูตของจีนนั้น นิ่มนวล ไม่แทรกแซง ตามคำพูดของโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีในดวงใจของจีน ที่กล่าวในการประชุมของสหประชาชาติ ที่บันดุง อินโดนีเซีย โดยมีพระองค์เจ้าวรรณไวทยากรวรวรรณ กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ ทรงเป็นประธานในที่ประชุมและทรงถามว่าจีนจะแทรกแซงการเมืองในประเทศอื่นหรือไม่ และจีนได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่แทรกแซง ไม่รุกรานใครทั้งสิ้น
ดังนั้นจีนจะรอสถานการณ์สุกงอม ให้ระบอบฮุนเซนล้มสะดุดขาตัวเองลงจนพังพินาศไปเอง แต่จีนได้เตรียมการไว้ หลายประการ หนึ่ง สนับสนุนและตุุ้มครองความปลอดภัยของเจ้านโรดมจักราวุธ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านฟุนซินเปค ชนิดยุงริ้นไม่ไต่ตอม สอง จีนสนับสนุนและมีสัมพันธ์กับแนบแน่นกับเตียบัน ผู้ตุมกำลังทหารนอกจากกลุ่ม BHQ ของฮุนเซนที่เตียบันเข้าไปยุ่งไม่ได้
ถ้าระบอบฮุนเซนในกัมพูชาไม่จบ การรบก็ยังคงดำเนินต่อไประหว่างไทยกัมพูชา จนกว่าฮุนเซนจะล้มลง สถานการณ์สุกงอมจากภายใน แล้วจีนจึงจะลงมืออย่างนิ่มนวลที่สุด
การที่ไทยจะหวังว่าจีนจะจัดการกัมพูชาอย่างบุ่มบ่ามนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช้วิสัยของจีน ส่วนที่จะหวังให้รัสเซียกับเวียดนามจับมือกันถล่มกัมพูชา ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย จีนเองก็ไม่ได้ต้องการให้เวียดนามกับรัสเซียแผ่อิทธิพลเข้ามาในกัมพูชามากจนเกินไปเช่นกัน
การรบยังอีกยาว การเล็งจ้องมองตากันของมหาอำนาจในภูมิภาค เป็นสิ่งย้ำชัด ในขณะที่พญามังกรเลือกที่จะนิ่ง รอสถานการณ์สุกงอม ค่อยลงมือ
ระหว่างนี้ ไทยเราจำเป็นต้องเข้มแข็ง ยืนบนลำแข้งตนเองได้ อย่าให้พรรคการเมืองขี้ข้าอเมริกา เซาะกร่อนบ่อนทำลายขายชาติ เข้ามามีอิทธิพล ผ่านการเลือกตั้งโดยเด็ดขาด